ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไตรมาส 2/2026 ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 19.3 ล้านเครื่อง ต่ำสุดในรอบ 12 ปี ขณะที่มูลค่าตลาดอยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31% เป็น 342 ดอลลาร์ ผู้ผลิตตอบโต้ด้วยการขึ้นราคา ลดส่วนลด และขยับพอร์ตสินค้าไปยังระดับราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้กลุ่มราคา 10...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened to Southeast Asia’s smartphone market in 2Q26—including the 23% year-over-year shipment decline to 19.3 million units, its low. Article summary: Southeast Asia’s smartphone market underwent a sharp affordability-led contraction in 2Q26: shipments fell 23% year over year to 19.3 million units—the lowest quarterly total since 2014—while revenue held up comparativel. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
ตลาดสมาร์ตโฟนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญแรงกระแทกด้านความสามารถในการซื้ออย่างรุนแรงในไตรมาส 2 ปี 2026 ยอดส่งมอบลดลง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เหลือ 19.3 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นยอดส่งมอบรายไตรมาสต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014 แม้มูลค่าตลาดยังค่อนข้างทรงตัวที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31% เป็น 342 ดอลลาร์ 18
สถานการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเครื่องไปสู่รุ่นใหม่ที่แพงขึ้น ผู้ซื้อบางส่วนขยับไปใช้สมาร์ตโฟนในช่วงราคาที่สูงกว่า แต่ยอดขายในกลุ่มราคาสูงไม่สามารถชดเชยจำนวนเครื่องที่หายไปจากตลาดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ได้ทั้งหมด Omdia มองว่าผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อราคาจำนวนมากเลือกเลื่อนการเปลี่ยนเครื่องออกไป หรือหยุดซื้อเครื่องใหม่แทนที่จะยอมรับราคาที่สูงขึ้น 12
ไตรมาสดังกล่าวสะท้อนช่องว่างที่ชัดเจนขึ้นระหว่าง “จำนวนเครื่องที่ขายได้” กับ “มูลค่าตลาด” ผู้ผลิตปรับขึ้นราคาและลดการทำโปรโมชันลง หลังต้นทุนการผลิตสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้น โดยผลกระทบหนักที่สุดเกิดขึ้นกับตลาดระดับเริ่มต้น การปรับราคาช่วยพยุงราคาขายเฉลี่ย แต่ก็ทำให้สมาร์ตโฟนเข้าถึงยากขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่เคยพึ่งพาเครื่องราคาต่ำและส่วนลดแรง 2720
การเปลี่ยนแปลงเห็นได้จากหลายช่วงราคา:
ดังนั้น มูลค่าตลาด 6.6 พันล้านดอลลาร์จึงไม่ควรถูกตีความว่าอุปสงค์ด้านจำนวนเครื่องยังแข็งแรง ตลาดสร้างมูลค่าได้จากสมาร์ตโฟนจำนวนน้อยลงแต่มีราคาสูงขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่สุดกลับเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงกดดันมากที่สุด
Samsung ปรับขึ้นราคา Galaxy A07 และ A17 หลังเปิดตัว ซึ่งสวนทางกับรูปแบบทั่วไปที่ราคาสมาร์ตโฟนมักค่อย ๆ ลดลงเมื่อวางขายไปแล้ว การเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้ส่วนแบ่งของ Samsung ในตลาดช่วงราคา 200–299 ดอลลาร์เพิ่มจาก 18% เป็น 32% เมื่อเทียบกับปีก่อน 2
กลยุทธ์นี้ช่วยให้ Samsung รักษามูลค่าต่อเครื่องและเสริมตำแหน่งในตลาดที่คู่แข่งหลายรายลดการเน้นสมาร์ตโฟนราคาต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มส่วนแบ่งไม่ได้หมายความว่าปัญหาความสามารถในการซื้อของผู้บริโภคหมดไป
Xiaomi ก็เป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่ขยับออกจากจุดราคาต่ำที่สุด รายงานเกี่ยวกับไตรมาสดังกล่าวระบุว่าราคาขายเฉลี่ยของ Xiaomi เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ยอดส่งมอบรุ่นราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ลดลงอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่รุ่นที่มีราคาสูงขึ้น 20
ข้อแลกเปลี่ยนจึงเห็นได้ชัด ราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นอาจช่วยเพิ่มรายได้ต่อเครื่อง แต่ไม่สามารถชดเชยผู้ซื้อที่ไม่สามารถหรือไม่ต้องการขยับไปยังสมาร์ตโฟนที่แพงกว่าได้ทั้งหมด
แบรนด์ Infinix และ Tecno ของ TRANSSION มีฐานสำคัญอยู่ในตลาดสมาร์ตโฟนราคาประหยัดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในไตรมาส 2/2026 ยอดส่งมอบรุ่นราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ของบริษัทลดลง 47% ขณะที่ยอดส่งมอบในช่วง 100–199 ดอลลาร์เพิ่มขึ้น 12% นอกจากนี้ Infinix Hot 70 และ Tecno Spark 50 4G รุ่นใหม่ยังเปิดตัวด้วยราคาที่สูงกว่ารุ่นเดิมที่เข้ามาแทนที่ 12
ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า TRANSSION สามารถขยับความต้องการบางส่วนขึ้นไปยังช่วงราคาที่สูงกว่าได้ แต่บริษัทยังมีความเปราะบาง เพราะแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในตลาดระดับเริ่มต้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฐานลูกค้าของบริษัทกระจุกตัวอยู่มาก
OPPO แทบถอนตัวจากตลาดราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ โดยยอดส่งมอบในช่วงราคานี้ลดลงถึง 96% ขณะที่ยอดส่งมอบในช่วง 100–199 ดอลลาร์ก็ลดลงอีก 25% ทำให้ช่วงราคาถัดขึ้นมาไม่สามารถชดเชยยอดขายระดับเริ่มต้นที่หายไปได้ Omdia จึงระบุว่า OPPO เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ 5 อันดับแรกที่มียอดส่งมอบลดลงมากที่สุดโดยรวม 2
ผลลัพธ์ของ OPPO แสดงให้เห็นความเสี่ยงของการขยับขึ้นตลาดในช่วงที่กำลังซื้อสะดุด การขึ้นราคาอาจช่วยให้เศรษฐศาสตร์ของสินค้าแต่ละรุ่นดีขึ้น แต่หากลูกค้าไม่ขยับตาม บริษัทก็อาจสูญเสียทั้งยอดขายระดับล่างและโอกาสที่จะชดเชยยอดดังกล่าวด้วยรุ่นในช่วงราคาถัดไป
vivo ปรับรุ่นเริ่มต้นให้มีราคาสูงกว่า 100 ดอลลาร์ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ ส่งผลให้ยอดส่งมอบรุ่นราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ลดลง 88% ในไตรมาส 2/2026 และคิดเป็นเพียง 5% ของยอดส่งมอบทั้งหมด เทียบกับ 32% ในปีก่อน 28
เช่นเดียวกับผู้ผลิตรายอื่น vivo ได้ราคาขายต่อเครื่องที่ดีขึ้นจากการลดบทบาทของสินค้าราคาต่ำที่สุด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้แสดงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของยอดส่งมอบในแต่ละช่วงราคาของ vivo อย่างครบถ้วน จึงยังไม่สามารถสรุปผลกระทบต่อโครงสร้างยอดขายโดยรวมได้อย่างแม่นยำ
เห็นได้ชัดว่าความต้องการบางส่วนจากสมาร์ตโฟนราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ขยับขึ้นไปยังกลุ่ม 100–199 ดอลลาร์ แต่ Omdia ระบุว่ายอดส่งมอบของตลาดในช่วงราคาที่สูงกว่า 100 ดอลลาร์ก็ลดลงเช่นกัน นั่นหมายความว่าผู้บริโภคไม่ได้เปลี่ยนไปซื้อเครื่องที่แพงขึ้นมากพอจะรักษายอดขายรวมของตลาดไว้ได้ 12
คำอธิบายที่เป็นไปได้จึงประกอบด้วยการเลื่อนเปลี่ยนเครื่องและการออกจากตลาด ผู้ซื้อบางส่วนใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิมต่อไปนานขึ้น ขณะที่บางส่วนไม่ซื้อเครื่องใหม่มาทดแทนเลย ราคาที่สูงขึ้นจึงไม่ได้แค่เปลี่ยนโครงสร้างตลาด แต่ยังทำให้ตลาดโดยรวมเข้าถึงผู้บริโภคได้น้อยลงด้วย
นี่คือบทเรียนสำคัญจากไตรมาส 2/2026 กลยุทธ์ด้านราคาช่วยปกป้องมูลค่าต่อเครื่องของอุตสาหกรรม แต่ก็ทำให้สินค้าและส่วนลดที่เคยช่วยสร้างยอดขายในตลาดวงกว้างลดลง ภูมิภาคนี้จึงมีมูลค่าต่อการส่งมอบสูงขึ้น แต่เข้าถึงได้ยากกว่าเดิมสำหรับผู้บริโภคที่มีงบจำกัด
Omdia รายงานว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในไตรมาส 2/2026 ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Counterpoint ประเมินการลดลงไว้ที่ 15% สำหรับไตรมาสเดียวกันในภูมิภาคเดียวกัน ความแตกต่างนี้สะท้อนวิธีประเมินยอดส่งมอบและนิยามตลาดที่ไม่เหมือนกัน 15
ดังนั้น ขนาดการหดตัวที่แน่นอนยังแตกต่างกันตามสำนักวิจัย แต่ทิศทางของตลาดสอดคล้องกัน นั่นคือ ตลาดสมาร์ตโฟนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชะลอตัวอย่างรุนแรง ต้นทุนส่วนประกอบและต้นทุนเครื่องที่สูงขึ้นผลักดันให้ราคาขยับขึ้น และความต้องการในตลาดระดับเริ่มต้นได้รับผลกระทบหนักที่สุด 578
สำหรับผู้ผลิต สิ่งสำคัญเร่งด่วนคือการรักษากำไรและราคาขายต่อเครื่อง ส่วนผู้บริโภคต้องเผชิญกับตัวเลือกที่ราคาถูกจริงน้อยลง และมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเลื่อนการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่ถึงเวลาเปลี่ยนออกไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไตรมาส 2/2026 ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 19.3 ล้านเครื่อง ต่ำสุดในรอบ 12 ปี ขณะที่มูลค่าตลาดอยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31% เป็น 342 ดอลลาร์
ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไตรมาส 2/2026 ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 19.3 ล้านเครื่อง ต่ำสุดในรอบ 12 ปี ขณะที่มูลค่าตลาดอยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 31% เป็น 342 ดอลลาร์ ผู้ผลิตตอบโต้ด้วยการขึ้นราคา ลดส่วนลด และขยับพอร์ตสินค้าไปยังระดับราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้กลุ่มราคา 100–199 ดอลลาร์เพิ่มสัดส่วนจาก 32% เป็น 39% ของยอดส่งมอบทั้งหมด
Omdia ประเมินตลาดหดตัว 23% ซึ่งรุนแรงกว่าตัวเลข 15% ของ Counterpoint แต่ทั้งสองสำนักวิจัยเห็นตรงกันว่ากำลังซื้อที่อ่อนแอและต้นทุนส่วนประกอบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญ