ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในลาตินอเมริกาลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี มือถือระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งคิดเป็นประมาณสามในสี่ของยอดขายในภูมิภาค รับผลกระทบมากที่สุด หลังผู้ผลิตลดรุ่นราคาประหยัดหรือปรับขึ้นราคา Counterpoint คาดว่าแรงกดดันด้านหน่วยความจำจะดำเนินต่อไปถึงปี 2027 และการ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened to smartphone shipments in Latin America in the second quarter of 2026, why did the market decline 10% year over year to its l. Article summary: Latin American smartphone shipments fell 10% year over year in Q2 2026—the region’s steepest drop since Q3 2023 and its lowest level in three years. The immediate causes were a worsening memory shortage, vendors’ Q1 inve. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
ตลาดสมาร์ตโฟนในลาตินอเมริกาหดตัว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 ถือเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2023 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยแรงกระแทกกระจุกตัวอยู่ที่สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งรวมกันคิดเป็นประมาณสามในสี่ของยอดขายทั้งภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคหมดความสนใจสมาร์ตโฟนโดยตรง แต่เป็นผลจากแรงกระแทกด้านอุปทานเป็นหลัก ทั้งต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นอย่างมาก การสั่งเก็บสต็อกล่วงหน้าในไตรมาสแรกแล้วชะลอคำสั่งซื้อในไตรมาสสอง รวมถึงแรงกดดันต่อรายได้ครัวเรือน
ภาวะขาดแคลน DRAM และ NAND ดันราคาหน่วยความจำสำหรับสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นราว 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 จนหน่วยความจำมีต้นทุนสูงกว่าชิปประมวลผลในสมาร์ตโฟนทุกระดับราคา
ผลกระทบหนักที่สุดเกิดขึ้นกับมือถือราคาต่ำ เพราะหน่วยความจำคิดเป็นสัดส่วนที่มากกว่าในต้นทุนการผลิตของอุปกรณ์กลุ่มนี้ ผู้ผลิตจึงมีทางเลือกไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นราคา ยอมรับกำไรที่ลดลง ลดสเปก หรือจำกัดจำนวนเครื่องที่จัดส่ง การวิเคราะห์ตลาดในภาพรวมของ Counterpoint ก็พบว่า ผู้ผลิตระดับล่างและตลาดเกิดใหม่กำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตอุปทานรุนแรงที่สุด
ภายในไตรมาส 2 ต้นทุนชิ้นส่วนทั้งหมดของสมาร์ตโฟนระดับล่างเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องลดจำนวนรุ่นในไลน์สินค้า
ผู้ผลิตบางรายสั่งซื้อชิ้นส่วนเพิ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 เพื่อยึดราคาที่ถูกกว่าไว้ก่อน และเตรียมรับมือกับการขึ้นราคาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ส่งผลให้ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในลาตินอเมริกาเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาสแรก
แต่การดึงคำสั่งซื้อมาไว้ล่วงหน้ากลับทำให้ฐานเปรียบเทียบของไตรมาส 2 สูงขึ้น หลังจากเติมสต็อกแล้ว ผู้ผลิตก็เริ่มระมัดระวังมากขึ้นเมื่อปัญหาขาดแคลนหน่วยความจำรุนแรงขึ้นและการปรับราคามีผลเต็มที่ จึงเกิดการชะลอตัวในไตรมาสสองแทนที่จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรก
การแข็งค่าของสกุลเงินในหลายประเทศของลาตินอเมริกาช่วยลดแรงกระแทกจากการขึ้นราคาในระยะสั้น ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องรับต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดในทันที แต่ในอีกด้านหนึ่งก็จำกัดความสามารถของผู้ผลิตในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย โดยไม่ต้องยอมลดอัตรากำไร
ราคาที่ปรับขึ้นและส่งต่อถึงผู้ซื้อส่งผลเสียเป็นพิเศษต่อมือถือระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้บริโภคไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาแม้เพียงเล็กน้อย ขณะเดียวกัน เงินเฟ้อในโคลอมเบีย เม็กซิโก และบราซิลลดกำลังซื้อที่แท้จริง ส่วนความไม่แน่นอนทางการเมืองในโคลอมเบียและบราซิลทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเลือกเลื่อนการเปลี่ยนเครื่องออกไป
ตลาดที่หดตัวไม่ได้ส่งผลต่อผู้ผลิตทุกรายเท่ากัน Samsung และ Apple เป็นสองแบรนด์หลักที่มียอดส่งมอบเติบโต ขณะที่แบรนด์ซึ่งพึ่งพามือถือราคาประหยัดมากกว่าต้องเผชิญกับยอดขายที่ลดลงรุนแรงกว่า
Samsung เข้าสู่ช่วงขาลงพร้อมสต็อกสินค้าจำนวนมากและพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมตั้งแต่ Galaxy A ไปจนถึง Galaxy S การมีสินค้าจำหน่ายทั้งในร้านค้าจริงและช่องทางออนไลน์ รวมถึงการทำโปรโมชั่นลดราคาอย่างเข้มข้น ช่วยให้ Samsung รักษาความพร้อมในการขายไว้ได้ ในช่วงที่คู่แข่งบางรายมีสินค้าไม่พอหรือพึ่งพารุ่นที่อ่อนไหวต่อราคามากกว่า
กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ Samsung เพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ แม้ตลาดรวมจะหดตัว ผลงานของบริษัทสะท้อนว่า ในไตรมาสนี้ความพร้อมของสินค้าและประสิทธิภาพของช่องทางขายมีความสำคัญไม่แพ้ความต้องการของผู้บริโภค
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าตลาดของ Apple มาจากการวางตำแหน่งอยู่ในตลาดระดับบน บริษัทเลือกดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วนแทนการส่งผ่านทั้งหมดไปยังผู้ซื้อ ขณะที่ความต้องการ iPhone 17 Pro Max ยังคงแข็งแกร่ง ส่วน iPhone 17e ที่เปิดตัวช่วงปลายเดือนมีนาคมเริ่มได้รับแรงส่งในไตรมาส 2 และรุ่นเก่าก็ยังขายได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้ซื้อสมาร์ตโฟนพรีเมียมโดยทั่วไปมีความอ่อนไหวต่อการขึ้นราคาจากต้นทุนชิ้นส่วนน้อยกว่าผู้ซื้อในตลาดเริ่มต้น การมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งในตลาดพรีเมียมจึงช่วยให้ Apple หลบแรงกระแทกที่รุนแรงที่สุดจากการทรุดตัวของมือถือราคาประหยัดได้
Motorola ปรับโฉมไลน์ผลิตภัณฑ์ G, Edge และ Razr พร้อมใช้การตลาดที่เชื่อมโยงกับฟุตบอลโลก 2026 เพื่อเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์และดันราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้น แต่ความพยายามดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยยอดส่งมอบที่ลดลง 14%
แรงกดดันมีแนวโน้มดำเนินต่อไปหลังไตรมาส 2 Counterpoint คาดว่าต้นทุนและข้อจำกัดด้านอุปทานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยความจำจะยังคงอยู่ตลอดครึ่งหลังของปี 2026 ขณะที่ราคา mobile DRAM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกราว 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในไตรมาส 3
ตลาดจึงมีแนวโน้มแบ่งขั้วตามระดับราคาอย่างชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่ภาวะขาดแคลนจะคลี่คลาย รุ่นราคาต่ำและระดับกลางอาจสูญเสียส่วนแบ่งยอดขาย เพราะผู้ผลิตจำกัดพอร์ตโฟลิโอราคาประหยัด ขณะที่อุปกรณ์ระดับบนมีแนวโน้มต้านทานแรงกดดันได้ดีกว่า
ข้อมูลคาดการณ์ที่ Counterpoint เปิดเผยระบุว่า ความพร้อมและราคาของหน่วยความจำจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดสมาร์ตโฟนในช่วง 18–24 เดือนข้างหน้า ไม่ใช่เพียงความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น ภาวะขาดแคลนอาจเริ่มผ่อนคลายประมาณปลายปี 2027 และการฟื้นตัวในวงกว้างอาจเริ่มต้นในปี 2028
ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขคาดการณ์ยอดส่งมอบเฉพาะสำหรับลาตินอเมริกาในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 หรือทั้งปี 2027 จากงานวิจัยที่มีอยู่ ดังนั้นภาพรวมของภูมิภาคจึงควรอ่านเป็นทิศทาง: มือถือราคาประหยัดจะยังถูกกดดัน แบรนด์พรีเมียมมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่า และช่องว่างระหว่างผู้ผลิตที่มีอำนาจด้านอุปทาน ช่องทางจำหน่าย และการตั้งราคา กับผู้ผลิตที่กระจุกตัวอยู่ในตลาดราคาถูก จะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในลาตินอเมริกาลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนในลาตินอเมริกาลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2026 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี มือถือระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งคิดเป็นประมาณสามในสี่ของยอดขายในภูมิภาค รับผลกระทบมากที่สุด หลังผู้ผลิตลดรุ่นราคาประหยัดหรือปรับขึ้นราคา
Counterpoint คาดว่าแรงกดดันด้านหน่วยความจำจะดำเนินต่อไปถึงปี 2027 และการฟื้นตัวของตลาดในวงกว้างอาจเริ่มเห็นได้ในปี 2028