ยูเครนมองว่าการพักรบ 8–9 พ.ค. ของรัสเซียเป็นการประกาศฝ่ายเดียว ไม่ใช่ข้อตกลงร่วม เพราะสองฝ่ายกำหนดคนละเวลาและไม่ได้ประสานเงื่อนไขกัน [12].

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why Ukraine Rejected Russia’s May 8–9 Victory Day Ceasefire. Article summary: Russia’s May 8–9 Victory Day ceasefire never became a mutual truce: Ukraine said Russia violated Kyiv’s May 6 ceasefire 1,820 times by 10 a.m., then said it saw no reason to honor Moscow’s parade time pause [11][15].. Topic tags: russia ukraine war, ukraine, russia, ceasefire, geopolitics. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "![Image 6: Ukraine war latest: Kyiv rejects Russia's 'Victory Day' truce after Moscow violates ceasefire](https://kyivindependent.com/_next/image?url=https%3A%2F%2Fassets.kyivindep" source context "Ukraine war latest: Kyiv rejects Russia's 'Victory Day' truce after Moscow violates ceasefire" Reference image 2: visual subject "![Image 6: Ukraine war latest: Kyiv rejects Russ
คำตอบสั้น ๆ คือ ยูเครนไม่ได้ปฏิเสธ “การหยุดยิง” ในหลักการ แต่ปฏิเสธกรอบหยุดยิงที่รัสเซียกำหนดขึ้นฝ่ายเดียวในช่วงวันแห่งชัยชนะของมอสโก เคียฟเสนอให้หยุดยิงเร็วกว่านั้นและในรูปแบบที่เปิดกว้างกว่า ก่อนกล่าวหารัสเซียว่าโจมตีต่อหลังเส้นตายของยูเครน แล้วจึงสรุปว่าไม่มีเหตุผลต้องทำตามการพักรบที่ผูกกับขบวนพาเหรดของรัสเซีย .
สำหรับผู้อ่านที่ไม่คุ้นบริบทรัสเซีย “วันแห่งชัยชนะ” หรือ Victory Day คือช่วงที่รัสเซียรำลึกชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือเยอรมนีนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง และมีขบวนพาเหรดทางทหาร . ประเด็นจึงไม่ได้อยู่แค่วันที่ปืนควรเงียบ แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนกำหนดเงื่อนไข และอีกฝ่ายเชื่อถือได้หรือไม่
รายงานของ Meduza ระบุว่าเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม รัสเซียและยูเครนต่างประกาศหยุดยิงชั่วคราว แต่ไม่ได้ประสานกัน: กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศพักรบช่วงวันแห่งชัยชนะ 8–9 พฤษภาคม ส่วนประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ระบุว่ายูเครนจะเริ่มหยุดยิงของตนเองตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 6 พฤษภาคม .
ความต่างนี้สำคัญมาก เพราะการหยุดยิงที่ใช้งานได้จริงมักต้องมีการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย มีเวลาเริ่มต้นเดียวกัน และมีกลไกตรวจสอบหรืออย่างน้อยต้องมีความเข้าใจร่วมกัน แต่ในกรณีนี้ ทั้งสองฝ่ายประกาศคนละชุดเงื่อนไข แล้วตามมาด้วยการกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิด แทนที่จะเกิดการพักรบร่วมที่ชัดเจน .
รัสเซียประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวในช่วง 8–9 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับพิธีรำลึกวันแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สองของมอสโก . ต่อมา กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่าการพักรบเริ่มมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 8 พฤษภาคม โดยกองกำลังรัสเซียจะหยุดปฏิบัติการรบตามแนวหน้า และหยุดโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในยูเครน
.
แต่ข้อเสนอนั้นมาพร้อมคำเตือนด้วย CBS รายงานว่ารัสเซียขู่จะโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ หากยูเครนละเมิดการหยุดยิง ขณะที่ Meduza รายงานว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียเตือนว่า หากมีการละเมิดตามแนวหน้า หรือยูเครนโจมตีดินแดนรัสเซีย มอสโกจะตอบโต้อย่างเหมาะสม .
ยูเครนไม่ยอมรับตารางเวลาของรัสเซียเป็นฐานสำหรับการหยุดยิงร่วม เซเลนสกีกล่าวว่าเขาไม่ได้รับคำร้องอย่างเป็นทางการจากรัสเซียเกี่ยวกับข้อเสนอของมอสโก และประกาศว่ายูเครนจะเริ่มระบอบหยุดยิงของตนเองเวลา 00.00 น. ในคืนวันที่ 5 ต่อวันที่ 6 พฤษภาคม .
รายงานอีกชุดระบุว่า ข้อเสนอของเคียฟเป็นการหยุดยิงแบบเปิดกว้าง ไม่ได้ผูกกับช่วงสั้น ๆ และยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียตอบรับในลักษณะเดียวกัน . ดังนั้น จุดยืนของเคียฟไม่ได้ถูกวางว่า “ไม่เอาหยุดยิง” แต่เป็น “ไม่เอาหยุดยิงที่รัสเซียกำหนดฝ่ายเดียวเพื่อช่วงพิธีของตนเอง”
สื่อ The Moscow Times และ Channel NewsAsia รายงานว่ายูเครนเรียกข้อเสนอหยุดยิงช่วงวันแห่งชัยชนะของรัสเซียว่า “ไม่จริงจัง” เพราะถูกผูกกับวันสำคัญทางทหารของรัสเซีย .
ท่าทีของยูเครนแข็งขึ้นหลังเวลาหยุดยิงที่เคียฟเสนอเริ่มขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าเพิกเฉยต่อข้อเสนอหยุดยิงของเคียฟ โดยยังเดินหน้าการโจมตีภาคสนาม การโจมตีทางอากาศ และการโจมตีด้วยโดรนหลายสิบครั้ง เซเลนสกีเรียกพฤติกรรมของมอสโกว่าเป็นการปฏิเสธสันติภาพอย่างชัดเจน .
Kyiv Independent รายงานว่า เซเลนสกีกล่าวว่ารัสเซียละเมิดการหยุดยิงที่ยูเครนเสนอ 1,820 ครั้งภายในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ยูเครนระดับสูงรายหนึ่งบอกสำนักข่าวดังกล่าวว่า เคียฟไม่เห็นเหตุผลที่จะปฏิบัติตามการหยุดยิงวันแห่งชัยชนะของมอสโก “เพื่อขบวนพาเหรด” .
นี่คือเหตุผลเชิงปฏิบัติที่ยูเครนปฏิเสธ: ในมุมมองของเคียฟ รัสเซียได้ทำลายความน่าเชื่อถือของการหยุดยิงก่อนแล้ว ด้วยการไม่หยุดโจมตีในช่วงที่ยูเครนเสนอให้พักรบ ดังนั้นการหยุดยิง 8–9 พฤษภาคมของมอสโกจึงถูกมองว่าไม่ใช่เส้นทางจริงจังสู่การลดความรุนแรง .
จากรายงานที่มีอยู่ ยังไม่เห็นภาพของการหยุดยิงร่วมที่มั่นคง รัสเซียกล่าวว่าการพักรบฝ่ายเดียวเริ่มมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 8 พฤษภาคม และเรียกร้องให้เคียฟปฏิบัติตาม . แต่ Meduza รายงานว่าการสู้รบไม่ได้หยุดลงหลังการประกาศแยกกันของทั้งสองฝ่าย และยูเครนส่งสัญญาณอย่างมีนัยว่า จะไม่มีการพักรบในวันที่ 9 พฤษภาคม
.
ผลที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่ “การหยุดยิง” ในความหมายที่สองฝ่ายยอมรับร่วมกัน แต่เป็นสงครามข่าวสารและการกล่าวหากันคนละชุด: มอสโกยืนยันว่าตนประกาศพักรบฝ่ายเดียวแล้ว ส่วนเคียฟบอกว่ารัสเซียทำลายเงื่อนไขพื้นฐานของความไว้วางใจด้วยการโจมตีระหว่างข้อเสนอหยุดยิงของยูเครน .
ยูเครนปฏิเสธหยุดยิงวันแห่งชัยชนะ 8–9 พฤษภาคมของรัสเซีย เพราะเห็นว่าเป็นการพักรบสั้น ๆ ที่ถูกจัดเวลาให้เข้ากับพิธีทางการเมืองและการทหารของมอสโก มากกว่าจะเป็นข้อตกลงลดความรุนแรงที่น่าเชื่อถือ เคียฟเสนอหยุดยิงก่อนหน้าในรูปแบบเปิดกว้าง กล่าวหารัสเซียว่าละเมิดเกือบทันที และจึงบอกว่าไม่เห็นเหตุผลต้องหยุดยิง “เพื่อขบวนพาเหรด” ของรัสเซีย .
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ยูเครนมองว่าการพักรบ 8–9 พ.ค. ของรัสเซียเป็นการประกาศฝ่ายเดียว ไม่ใช่ข้อตกลงร่วม เพราะสองฝ่ายกำหนดคนละเวลาและไม่ได้ประสานเงื่อนไขกัน [12].
ยูเครนมองว่าการพักรบ 8–9 พ.ค. ของรัสเซียเป็นการประกาศฝ่ายเดียว ไม่ใช่ข้อตกลงร่วม เพราะสองฝ่ายกำหนดคนละเวลาและไม่ได้ประสานเงื่อนไขกัน [12]. เคียฟเสนอหยุดยิงตั้งแต่ 6 พ.ค. แบบไม่มีกำหนดแน่ชัด และกล่าวหารัสเซียว่าละเมิดด้วยการโจมตีจำนวนมาก รวมถึงอ้างว่ามีการละเมิด 1,820 ครั้งภายใน 10.00 น.
รัสเซียผูกการหยุดยิงกับพิธีวันแห่งชัยชนะและเตือนว่าจะตอบโต้หากยูเครนละเมิดหรือโจมตีดินแดนรัสเซีย ขณะที่ยูเครนเรียกข้อเสนอนี้ว่า “ไม่จริงจัง” เพราะโยงกับวันสำคัญทางทหารของรัสเซีย [1][6][7][13].