อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอิหร่าน โมฮัมหมัด ราชิด มาซาเฮรี (Mohammad Rashid Mazaheri) กลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติในปี 2026 หลังถูกจำคุกไม่นานหลังจากโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียวิจารณ์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่านอย่างรุนแรง
แม้จะมีการยืนยันว่าเขาถูกควบคุมตัวจริง แต่สาเหตุของการจับกุมยังคงมี คำอธิบายที่ขัดแย้งกัน และหลายฝ่ายมองว่าคดีนี้สะท้อนการปราบปรามผู้เห็นต่างที่รุนแรงขึ้นหลัง การประท้วงทั่วอิหร่านในช่วงปี 2025–2026.
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 มาซาเฮรีโพสต์ข้อความบน Instagram วิจารณ์คาเมเนอี โดยเรียกผู้นำสูงสุดรายนี้ว่า “เพียงบทมืดช่วงสั้น ๆ ในประวัติศาสตร์ของอิหร่าน” ตามรายงานข่าวที่อ้างถึงโพสต์ดังกล่าว
รายงานบางแห่งระบุว่าโพสต์ดังกล่าวยังมีภาพและข้อความที่ เปรียบเทียบคาเมเนอีกับ “ซาตาน” พร้อมทั้งประณามการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงของรัฐบาลในช่วงต้นปีนั้น
หลังจากโพสต์ดังกล่าวไม่นาน มาซาเฮรีก็หายไปจากสายตาสาธารณะ ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ครอบครัวและผู้สังเกตการณ์.
ภรรยาของเขาเปิดเผยว่าเธอ ไม่สามารถติดต่อสามีได้เกินกว่า 48 ชั่วโมง หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ ทำให้เกิดความสงสัยว่าเขาอาจถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
ในคดีการเมืองหลายกรณีในอิหร่าน ครอบครัวของผู้ถูกจับมักรายงานว่าไม่ทราบชะตากรรมหรือสถานที่ควบคุมตัวของญาติเป็นเวลาหนึ่งช่วง ซึ่งองค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการกดดันหรือการบังคับให้หายตัวชั่วคราว
คำอธิบายเกี่ยวกับการจับกุมมาซาเฮรีมีสองเวอร์ชันหลัก
เนื่องจากคำอธิบายทั้งสองถูกเผยแพร่พร้อมกัน จึงยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าเหตุผลใดเป็นสาเหตุหลักของการจับกุม.
ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการควบคุมตัวของเขาก็มีความแตกต่างกันเช่นกัน
เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลภายในเรือนจำของอิหร่าน จึงมีการตรวจสอบอิสระเกี่ยวกับสภาพการควบคุมตัวได้ค่อนข้างจำกัด.
การควบคุมตัวมาซาเฮรีเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อิหร่านกำลังเผชิญ การปราบปรามครั้งใหญ่หลังการประท้วงทั่วประเทศในปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026
การประท้วงเริ่มต้นจากปัญหาเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก่อนจะพัฒนาเป็นการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวงกว้าง
องค์กรสิทธิมนุษยชนระบุว่ารัฐบาลตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรง เช่น
Human Rights Watch ระบุว่าหลังเหตุการณ์สังหารผู้ประท้วงในเดือนมกราคม 2026 รัฐได้ดำเนินการ จับกุมโดยพลการและบังคับให้หายตัวจำนวนมาก เพื่อสร้างความหวาดกลัวและปิดกั้นเสียงคัดค้าน
รายงานจากองค์กรสิทธิและสื่อบางแห่งยังระบุว่ามีผู้ถูกจับ หลายหมื่นคน ตั้งแต่นักศึกษา นักกิจกรรม นักข่าว ไปจนถึงบุคลากรวิชาชีพต่าง ๆ
หนึ่งในความกังวลหลักคือการที่อิหร่านใช้ ข้อหาทางอาญาที่มีโทษประหารชีวิต กับผู้ประท้วงหรือผู้ที่ถูกมองว่าเป็นผู้เห็นต่างทางการเมือง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่าในปี 2026 มีอย่างน้อย 78 คนที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงหรือถูกมองว่าเป็นผู้เห็นต่าง อยู่ภายใต้โทษประหารหรือมีความเสี่ยงถูกประหารชีวิต และบางส่วนถูกประหารไปแล้วหลังการพิจารณาคดีที่องค์กรระบุว่าไม่เป็นธรรม
ข้อหาที่ถูกใช้ในบางคดีคือ “การเป็นศัตรูกับพระเจ้า” (moharebeh) ซึ่งภายใต้กฎหมายอิหร่านสามารถนำไปสู่โทษประหารชีวิตได้
แม้ยังไม่มีรายงานว่ามาซาเฮรีถูกตั้งข้อหาดังกล่าว แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกังวลว่าบุคคลสาธารณะที่วิจารณ์ผู้นำประเทศอย่างเปิดเผยอาจตกเป็นเป้าหมายของกระบวนการดำเนินคดีทางการเมืองในช่วงการปราบปรามนี้.
กรณีของมาซาเฮรีได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางเพราะเขาเป็น นักกีฬาชื่อดังที่เคยเล่นให้ทีมชาติอิหร่าน การจับกุมของเขาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความตึงเครียดระหว่างการแสดงความเห็นทางการเมืองบนโซเชียลมีเดียกับการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ
ในภาพรวม คดีนี้สะท้อนความขัดแย้งสำคัญในอิหร่านหลังการประท้วง: ฝ่ายรัฐอธิบายการจับกุมว่าเป็นคดีอาญาทั่วไป ขณะที่ครอบครัว นักกิจกรรม และองค์กรสิทธิมนุษยชนมองว่าเป็น การลงโทษทางการเมืองต่อผู้ที่วิจารณ์รัฐบาล.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
โมฮัมหมัด ราชิด มาซาเฮรี อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอิหร่าน ถูกจำคุกในปี 2026 หลังโพสต์อินสตาแกรมวิจารณ์ผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี อย่างรุนแรง
โมฮัมหมัด ราชิด มาซาเฮรี อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอิหร่าน ถูกจำคุกในปี 2026 หลังโพสต์อินสตาแกรมวิจารณ์ผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี อย่างรุนแรง ครอบครัวระบุว่าการจับกุมเกี่ยวข้องกับโพสต์ดังกล่าว แต่ฝ่ายตุลาการอิหร่านอ้างว่าเขาถูกจับระหว่างพยายามข้ามพรมแดนออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย
คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปรามครั้งใหญ่หลังการประท้วงทั่วประเทศในปี 2025–2026 ซึ่งมีการจับกุมจำนวนมากและคดีทางการเมืองที่อาจนำไปสู่โทษประหาร
Loading comments...
Comments
0 comments