โพสต์ดังกล่าวดึงดูดความสนใจของนักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์และสื่อเทคโนโลยี ซึ่งเริ่มตรวจสอบพฤติกรรมของเว็บไซต์และพบหลักฐานว่ามีการแจกจ่ายมัลแวร์จริง
เมื่อผู้ใช้เข้าเว็บไซต์ในช่วงที่ถูกแฮ็ก พวกเขาจะไม่เห็นหน้าร้านปกติ แต่จะพบ หน้า “ยืนยันตัวตน” ที่เลียนแบบ Cloudflare ซึ่งปกติใช้ป้องกันบอตและทราฟฟิกอันตราย
หน้าเว็บปลอมนี้แจ้งว่าที่อยู่ IP ของผู้ใช้ถูกระบุว่ามี “พฤติกรรมการใช้งานเว็บผิดปกติ” และให้ผู้ใช้คัดลอกคำสั่งจากหน้าเว็บไปวางในเทอร์มินัลของคอมพิวเตอร์
หากผู้ใช้ทำตาม คำสั่งดังกล่าวจะติดตั้งมัลแวร์ลงในเครื่องทันที
เทคนิคนี้สอดคล้องกับรูปแบบการโจมตีที่เรียกว่า ClickFix ซึ่งเป็นการโจมตีแบบ social engineering ที่หลอกให้ผู้ใช้รันคำสั่งอันตรายด้วยตนเอง โดยทำให้ดูเหมือนเป็นขั้นตอนตรวจสอบความปลอดภัยตามปกติ
มัลแวร์ประเภท infostealer ถูกออกแบบมาเพื่อดึงข้อมูลสำคัญจากระบบของผู้ติดเชื้อโดยไม่ให้ผู้ใช้รู้ตัว เช่น
ข้อมูลที่ขโมยได้มักถูกส่งกลับไปยังผู้โจมตี เพื่อนำไปใช้โจมตีต่อ ขโมยบัญชี หรือขายต่อในตลาดใต้ดินออนไลน์
เหตุการณ์ของ Based Apparel เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียวกับ ปัญหาความปลอดภัยอีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบรนด์ Trump แม้ทั้งสองเหตุการณ์จะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง
บริษัท Trump Mobile ยืนยันว่ามีการเปิดเผยข้อมูลลูกค้าบางส่วนบนอินเทอร์เน็ต เช่น
ทั้งสองกรณีสะท้อนปัญหาความปลอดภัยที่แตกต่างกัน:
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าในการโจมตีไซเบอร์สมัยใหม่ จุดอ่อนมักอยู่ที่มนุษย์มากกว่าระบบ ผู้โจมตีไม่ได้เจาะช่องโหว่ของเบราว์เซอร์โดยตรง แต่หลอกให้ผู้ใช้รันคำสั่งด้วยตนเอง
เพราะขั้นตอนดูเหมือนเป็นการตรวจสอบความปลอดภัยตามปกติ เช่น CAPTCHA หรือ Cloudflare verification ผู้ใช้จำนวนมากจึงอาจไม่ทันระวัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจึงแนะนำว่า หากเว็บไซต์ใด ขอให้คัดลอกคำสั่งไปวางในเทอร์มินัลหรือโปรแกรมระบบ นั่นถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระวังอย่างยิ่ง เพราะเว็บไซต์ทั่วไปแทบไม่ต้องใช้ขั้นตอนแบบนั้นในการยืนยันตัวตนผู้ใช้
Comments
0 comments