ฟ็อกซ์สปอตส์ระบุว่า ดิอาซ "นำฟอร์มสุดร้อนแรงจากบาเยิร์น — 15 ประตู 14 แอสซิสต์ในบุนเดสลีกา พร้อมแชมป์ลีกและบอลถ้วย — มาโชว์บนเวทีฟุตบอลโลกได้อย่างทันที"
นาที 40 — ประตูของมูโนซ (1-0): โคลอมเบียบุกหนักและขึ้นนำจนได้ ดาเนียล มูโนซ รับบอลจากแอสซิสต์ของดิอาซแล้วจบสกอร์สวยงาม
นาที 60 — ฟายซูลลาเยฟตีเสมอ (1-1): อับบอสเบค ฟายซูลลาเยฟ ซัดประตูแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของอุซเบกิสถาน ทำให้กองเชียร์ทีมเยือนชื่นมื่น ประตูนี้มาจากจังหวะซ้ำจากลูก rebound
นาที 65 — ประตูของดิอาซ (2-1): ดิอาซตอบโต้ทันควันด้วยการพาโคลอมเบียขึ้นนำ บางรายงานระบุว่าผู้รักษาประตูอุซเบกิสถานรับลูกยิงนี้ได้ไม่ดีพอ
นาที 90+9 — ประตูของกัมปาซ (3-1): คามินตัน กัมปาซ โหม่งปิดกล่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 9 หลังจากอุซเบกิสถานเปิดเกมรุกหาทางตีเสมอ
ชัยชนะของโคลอมเบียสอดคล้องกับรูปแบบที่เห็นในนัดเปิดสนามของทัวร์นาเมนต์ สกายสปอตส์รายงานว่า "นี่คือฟุตบอลโลกแห่งช่วงเวลาสุดยอดของนักเตะระดับโลก ถ้าทีมไหนไม่มีซูเปอร์สตาร์ ทีมนั้นจะเจ็บปวด"
ในวันแข่งขันเดียวกัน, กีลียัน เอ็มบัปเป ซัดสองประตูให้ฝรั่งเศสชนะเซเนกัล, อาหลิง ฮาแลนด์ ทำสองประตูให้ทีมนอร์เวย์, และลิโอเนล เมสซี ทำแฮตทริกให้อาร์เจนตินา นักเตะทั้งสามคนเป็นตัวตัดสินเกมที่ทีมรองบ่อนทำผลงานได้ดีพอๆ กับทีมใหญ่
ประเด็นสำคัญจากชัยชนะของโคลอมเบียและเทรนด์โดยรวม:
Comments
0 comments