พวกเขาระบุว่า การนำภาพผู้ถูกควบคุมตัวมาเผยแพร่ในลักษณะดังกล่าวเป็นการ “จงใจทำให้อับอายต่อสาธารณะ” และถือเป็นการละเมิดพันธกรณีของอิสราเอลภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
รัฐบาลเหล่านี้ชี้ว่า เมื่อบุคคลอยู่ในการควบคุมตัวแล้ว เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
กระแสวิจารณ์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่จากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นภายในอิสราเอลเอง
นายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Ben‑Gvir ต่อสาธารณะ โดยกล่าวว่าการปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวในคลิปนั้น “ไม่สอดคล้องกับค่านิยมและบรรทัดฐานของอิสราเอล”
อย่างไรก็ตาม Netanyahu ยังคงยืนยันว่าอิสราเอลมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการสกัดกั้นกองเรือที่พยายามฝ่าการปิดล้อมทางทะเลของกาซา ดังนั้นคำวิจารณ์ของเขามุ่งไปที่พฤติกรรมของรัฐมนตรี มากกว่าการปฏิบัติการของกองทัพเรือ
หลายประเทศในยุโรปตอบสนองอย่างรุนแรงต่อวิดีโอ
ปฏิกิริยาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นข้อพิพาททางการทูตระหว่างอิสราเอลกับหลายประเทศ
นักกิจกรรมที่ถูกควบคุมตัวเป็นส่วนหนึ่งของ Global Sumud Flotilla ซึ่งเป็นขบวนเรือที่ออกเดินทางจากตุรกี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา และท้าทายการปิดล้อมทางทะเลของอิสราเอล
กองเรือนี้มีนักกิจกรรม เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ และอาสาสมัครจากหลายสิบประเทศเข้าร่วม
อิสราเอลเตือนเรือเหล่านี้ไม่ให้เข้าใกล้กาซา ก่อนที่กองทัพเรือจะสกัดกั้นพวกเขาในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกและนำตัวมายังอิสราเอล
หลังการสกัดกั้น เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่ามีนักกิจกรรมประมาณ 430 คน ถูกนำตัวมายังท่าเรือ Ashdod เพื่อควบคุมตัวและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ต่อมาหลังจากเกิดกระแสวิจารณ์จากนานาชาติ กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลประกาศว่า นักกิจกรรมต่างชาติทั้งหมดถูกเนรเทศออกจากประเทศแล้ว หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางการบริหาร
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเพียงวิดีโอหนึ่งคลิปก็สามารถกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการทูตระดับโลกได้ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การปิดล้อมกาซาและภารกิจด้านมนุษยธรรม ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด
Comments
0 comments