แม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการมากนัก แต่รายงานข่าวและการวิเคราะห์ชี้ไปที่ปัจจัยสำคัญหลายด้าน
ทั้ง Estée Lauder และ Puig เป็นบริษัทที่ยังมี ครอบครัวผู้ก่อตั้งถืออิทธิพลสูง ในโครงสร้างบริษัท
ระหว่างการเจรจา ฝ่ายครอบครัวของทั้งสองบริษัทต้องหารือเรื่องสำคัญ เช่น
Estée Lauder เข้าสู่การเจรจาในช่วงที่ผลประกอบการยังไม่ฟื้นเต็มที่ และกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจ
นักลงทุนและนักวิเคราะห์บางส่วนตั้งคำถามว่า
ในช่วงเวลาเดียวกัน Estée Lauder กำลังเดินหน้าแผนเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ หากต้องรวมกิจการขนาดมหึมาพร้อมกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงด้าน
ท้ายที่สุด ทั้งสองบริษัทอาจเห็นว่าความซับซ้อนในการรวมองค์กร มีความเสี่ยงมากกว่าผลประโยชน์ที่คาดหวัง
สิ่งที่น่าสนใจคือ นักลงทุนกลับตอบรับข่าวดีลล่มในเชิงบวก
นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการยกเลิกดีลช่วยให้
แทนที่จะเดินหน้าดีลขนาดใหญ่ บริษัทกำลังมุ่งเน้น การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ แทน
เป้าหมายของแผนนี้ ได้แก่
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าเครื่องสำอางผ่าน ช่องทางดิจิทัลและร้านเฉพาะทาง มากขึ้น แทนการซื้อผ่านเคาน์เตอร์ในห้างแบบเดิม
การล้มของดีลครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้เหตุผลทางธุรกิจจะดูสมเหตุสมผล แต่ การควบรวมในอุตสาหกรรมสินค้าหรูยังมีความซับซ้อนสูง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับ
ในตอนนี้ ทั้งสองบริษัทดูเหมือนจะเลือกเดินคนละทาง
แม้ดีลยักษ์จะไม่เกิดขึ้น แต่อุตสาหกรรมความงามระดับโลกยังคงอยู่ในช่วงแข่งขันและปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง
Comments
0 comments