รายงานระบุว่าบั๊กใน Elements เปิดทางให้ผู้ที่อ้างตัวเป็น “white hats” สร้าง L BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ แล้วแลกออกเป็น BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรอง 4,200 BTC ของ Liquid เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การเจาะฉันทามติของ Bitcoin และไม่ใช่การขโมย Peg out Authorization Key (PAK) ของ SideSwap Liquid ระงับการทำงา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened in the Liquid Network exploit—including how a bug in the Elements software allowed self-described white-hat hackers to mint un. Article summary: Liquid’s September 2026 incident was an inflation-and-redemption failure, not a compromise of Bitcoin itself or of SideSwap’s authorization key. Attackers who called themselves “white hats” exploited an Elements software. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ Liquid ในเดือนกันยายน 2026 คือความล้มเหลวของกลไกที่ควรทำให้ L-BTC มี Bitcoin ค้ำประกันแบบ 1:1 ผู้ไม่ทราบตัวตนซึ่งเรียกตัวเองว่า “white hats” ถูกระบุว่าใช้บั๊กในซอฟต์แวร์ Elements ของ Liquid เพื่อสร้าง L-BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ จากนั้นจึงใช้ขั้นตอน peg-out ตามปกติเพื่อรับ BTC จริงจากกระเป๋าเงินของ Liquid Federation 14
35
ผลกระทบมีขนาดใหญ่: BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของยอดคงเหลือก่อนเกิดเหตุที่ราว 4,200 BTC ถูกถอนออกจากคลังสำรอง มูลค่าตามรายงานในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 12
14
L-BTC คือสินทรัพย์บน Liquid ที่ออกแบบให้แทน BTC ซึ่งถูกเก็บไว้ภายใต้การดูแลของกลุ่มผู้ดำเนินการที่เรียกว่า Liquid Federation โดยหลักการปกติคือ เมื่อ BTC ถูกล็อกบนบล็อกเชน Bitcoin จะมี L-BTC จำนวนเท่ากันหมุนเวียนอยู่บน Liquid และผู้ถือสามารถเผา หรือไถ่ถอน L-BTC ผ่าน peg-out เพื่อรับ BTC จากทุนสำรองของ Federation ได้
แต่ช่องโหว่ครั้งนี้ทำให้ขั้นตอนแรกพังลง: มีการสร้าง L-BTC ที่ไม่ได้มี BTC รองรับ ผู้ดำเนินการจึงส่ง L-BTC ประมาณ 4,000 เหรียญเข้าสู่บริการ peg-out ของ SideSwap ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนอนุมัติปกติ เผา L-BTC ที่ได้รับ แล้ว Federation ปล่อย BTC จำนวน 3,996 เหรียญไปยังที่อยู่ Bitcoin ที่ระบุไว้ 35
39
ประเด็นสำคัญคือ Liquid ระบุว่า Peg-out Authorization Key หรือ PAK ของ SideSwap ถูกใช้ในขั้นตอนการไถ่ถอนจริง แต่ตัวกุญแจไม่ได้ถูกเจาะ และกุญแจอื่นของ Federation ก็ไม่ได้ถูกบุกรุก ปัญหาคือระบบไม่สามารถแยก L-BTC ที่สร้างโดยมิชอบออกจาก L-BTC ปกติได้ก่อนการไถ่ถอน 33
53
ลำดับเหตุการณ์ที่มีรายงานมีดังนี้
กล่าวอีกแบบหนึ่ง ระบบ peg-out ทำงานตามที่ออกแบบไว้ แต่ทำงานกับข้อมูลนำเข้าที่ผิดด้านเศรษฐกิจ เส้นทางไถ่ถอนที่ดูปกติจึงเปลี่ยนสินทรัพย์บนไซด์เชนที่ไม่มีหลักประกันให้เป็น BTC จริงจากคลังสำรองบนเชนหลัก
ผู้ที่ถือ BTC ดังกล่าวสื่อสารต่อสาธารณะผ่านธุรกรรม Bitcoin และข้อมูล OP_RETURN รวมถึงข้อความที่ระบุว่าตนเป็น “whitehats” หลัง Blockstream ระบุว่าได้แพตช์โหนด bridge แล้ว บริษัทตอบกลับด้วยข้อความบนเชนที่ลงลายมือชื่อ PGP 7
45
ผู้ดำเนินการกล่าวในตอนแรกว่าจะคืนเงินส่วนใหญ่หลังแก้ช่องโหว่สำเร็จ วันที่ 7 กันยายน พวกเขาคืน 3,400 BTC ไปยังที่อยู่ peg ของ Liquid ขณะที่ยังเหลือราว 598.5 BTC ที่อยู่ผู้ถือ คิดเป็นประมาณ 15% ของจำนวนที่ถอนออก และมีมูลค่าตามรายงานขณะนั้นราว 47–48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 44
45
อย่างไรก็ดี คำว่า “white hats” เป็นเพียงคำเรียกตนเองของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ข้อสรุปทางกฎหมายหรือด้านความมั่นคงปลอดภัย จำนวนที่เก็บไว้ถูกอธิบายอย่างกว้างขวางว่าเป็นค่าตอบแทนหรือ finder’s fee โดยนัย แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อตกลงโครงการบั๊กล่ารางวัลล่วงหน้า 44
45
มาตรการควบคุมความเสียหายระยะแรก ได้แก่ การปิดใช้งานโหนด bridge และหยุดรับธุรกรรมใหม่ พร้อมแจ้งแพลตฟอร์มซื้อขายให้ระงับ หรือเตรียมระงับ การฝากและถอน L-BTC เครือข่ายยอมรับว่ากระเป๋าเงิน Liquid จะได้รับผลกระทบระหว่างที่สมาชิก Federation กู้คืนการทำงาน 12
33
53
การหยุดระบบช่วยจำกัดกิจกรรมผ่าน bridge เพิ่มเติม แต่ก็ทำให้เห็นชัดถึงโมเดลความไว้วางใจของ Liquid: นี่คือระบบแบบ Federation ที่ผู้ดำเนินการสามารถเข้าแทรกแซงเชิงปฏิบัติการได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นความสามารถที่ช่วยควบคุมความเสียหายได้ แต่แตกต่างจากโมเดลฉันทามติแบบไม่ต้องขออนุญาตของ Bitcoin
Liquid ระบุว่าสินทรัพย์อื่นที่ออกบนไซด์เชน เช่น USDT, DePix และสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกโทเคนไนซ์ (RWA) ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากช่องโหว่ครั้งนี้ กลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงเร่งด่วนคือผู้ถือ L-BTC และบริการที่พึ่งพาการฝาก ถอน หรือ peg ของ L-BTC 11
33
53
คำมั่นสัญญาหลักของ Liquid คือ L-BTC ทุกหน่วยมี BTC ค้ำประกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งภายใต้การดูแลของ Federation แต่บล็อกเชน Bitcoin ไม่ได้บังคับความสัมพันธ์นี้โดยตรง ความน่าเชื่อถือจึงขึ้นกับตรรกะการออกและตรวจสอบสินทรัพย์ของ Liquid ขั้นตอนดูแลและลงนามของ Federation รวมถึงกระบวนการ peg-in/peg-out ที่ต้องทำงานสอดคล้องกันทั้งหมด
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การคุมกุญแจอย่างรัดกุมหรือการอนุมัติ peg-out ที่ถูกต้องยังไม่เพียงพอ หากมีช่องโหว่ที่เปิดให้ “สิทธิเรียกร้องปลอม” เข้าสู่ระบบได้ เมื่อ L-BTC ปลอมถูกยอมรับให้ไถ่ถอน มันก็เข้าแข่งขันกับ L-BTC ที่ถูกต้องเพื่อแย่งชิง BTC จำนวนจำกัดก้อนเดียวกันในคลังสำรอง 14
35
39
หลักความปลอดภัยที่ดูเรียบง่ายแต่ทำได้ยากคือ สินทรัพย์ห่อหุ้มทุกหน่วยที่ไถ่ถอนได้ต้องมีหลักประกันที่ตรวจสอบได้ และระบบไถ่ถอนต้องปฏิเสธสินทรัพย์ที่มีประวัติการออกผิดกฎหลักประกัน
กรณี Liquid ไม่ใช่การขโมย private key ในรูปแบบทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานการไถ่ถอน ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่โจมตีที่สำคัญขึ้นในระบบคริปโต
CertiK รายงานความเสียหายจากเหตุการณ์ความปลอดภัยคริปโตมากกว่า 1.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 344 เหตุการณ์ในครึ่งแรกของปี 2026 และหากตัดเหตุเจาะ Bybit ขนาดใหญ่ในปีก่อนออกจากฐานเปรียบเทียบ ความเสียหายเพิ่มขึ้นราว 28% เมื่อเทียบรายปี 19 ขณะที่ CoinGecko นับความเสียหาย 3.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 245 เหตุการณ์ที่มีการบันทึก ตั้งแต่มกราคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 โดยการโจมตีซัพพลายเชน การโจมตีสมาร์ตคอนแทรกต์ และการขโมยกุญแจเป็นสาเหตุสำคัญ
17
บทเรียนจาก Liquid จึงไกลกว่าไซด์เชนเพียงแห่งเดียว: ระบบที่เชื่อม ย้าย ห่อหุ้ม หรือไถ่ถอนสินทรัพย์ ต้องทดสอบสมมติฐานเรื่องหลักประกันแบบครบวงจร ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวในการตรวจสอบการออกสินทรัพย์ อาจเปลี่ยนกลไกไถ่ถอนที่ดูถูกต้องให้กลายเป็นช่องทางนำสินทรัพย์สำรองออกจากระบบได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายงานระบุว่าบั๊กใน Elements เปิดทางให้ผู้ที่อ้างตัวเป็น “white hats” สร้าง L BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ แล้วแลกออกเป็น BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรอง 4,200 BTC ของ Liquid
รายงานระบุว่าบั๊กใน Elements เปิดทางให้ผู้ที่อ้างตัวเป็น “white hats” สร้าง L BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ แล้วแลกออกเป็น BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรอง 4,200 BTC ของ Liquid เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การเจาะฉันทามติของ Bitcoin และไม่ใช่การขโมย Peg out Authorization Key (PAK) ของ SideSwap
Liquid ระงับการทำงานของ bridge และธุรกรรมใหม่ระหว่างแก้ไขระบบ ขณะที่ระบุว่า USDT, DePix และสินทรัพย์ RWA บนเครือข่ายไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง
รายงานระบุว่าบั๊กใน Elements เปิดทางให้ผู้ที่อ้างตัวเป็น “white hats” สร้าง L BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ แล้วแลกออกเป็น BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรอง 4,200 BTC ของ Liquid เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การเจาะฉันทามติของ Bitcoin และไม่ใช่การขโมย Peg out Authorization Key (PAK) ของ SideSwap Liquid ระงับการทำงา...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened in the Liquid Network exploit—including how a bug in the Elements software allowed self-described white-hat hackers to mint un. Article summary: Liquid’s September 2026 incident was an inflation-and-redemption failure, not a compromise of Bitcoin itself or of SideSwap’s authorization key. Attackers who called themselves “white hats” exploited an Elements software. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ Liquid ในเดือนกันยายน 2026 คือความล้มเหลวของกลไกที่ควรทำให้ L-BTC มี Bitcoin ค้ำประกันแบบ 1:1 ผู้ไม่ทราบตัวตนซึ่งเรียกตัวเองว่า “white hats” ถูกระบุว่าใช้บั๊กในซอฟต์แวร์ Elements ของ Liquid เพื่อสร้าง L-BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ จากนั้นจึงใช้ขั้นตอน peg-out ตามปกติเพื่อรับ BTC จริงจากกระเป๋าเงินของ Liquid Federation 14
35
ผลกระทบมีขนาดใหญ่: BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของยอดคงเหลือก่อนเกิดเหตุที่ราว 4,200 BTC ถูกถอนออกจากคลังสำรอง มูลค่าตามรายงานในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 12
14
L-BTC คือสินทรัพย์บน Liquid ที่ออกแบบให้แทน BTC ซึ่งถูกเก็บไว้ภายใต้การดูแลของกลุ่มผู้ดำเนินการที่เรียกว่า Liquid Federation โดยหลักการปกติคือ เมื่อ BTC ถูกล็อกบนบล็อกเชน Bitcoin จะมี L-BTC จำนวนเท่ากันหมุนเวียนอยู่บน Liquid และผู้ถือสามารถเผา หรือไถ่ถอน L-BTC ผ่าน peg-out เพื่อรับ BTC จากทุนสำรองของ Federation ได้
แต่ช่องโหว่ครั้งนี้ทำให้ขั้นตอนแรกพังลง: มีการสร้าง L-BTC ที่ไม่ได้มี BTC รองรับ ผู้ดำเนินการจึงส่ง L-BTC ประมาณ 4,000 เหรียญเข้าสู่บริการ peg-out ของ SideSwap ซึ่งดำเนินการตามขั้นตอนอนุมัติปกติ เผา L-BTC ที่ได้รับ แล้ว Federation ปล่อย BTC จำนวน 3,996 เหรียญไปยังที่อยู่ Bitcoin ที่ระบุไว้ 35
39
ประเด็นสำคัญคือ Liquid ระบุว่า Peg-out Authorization Key หรือ PAK ของ SideSwap ถูกใช้ในขั้นตอนการไถ่ถอนจริง แต่ตัวกุญแจไม่ได้ถูกเจาะ และกุญแจอื่นของ Federation ก็ไม่ได้ถูกบุกรุก ปัญหาคือระบบไม่สามารถแยก L-BTC ที่สร้างโดยมิชอบออกจาก L-BTC ปกติได้ก่อนการไถ่ถอน 33
53
ลำดับเหตุการณ์ที่มีรายงานมีดังนี้
กล่าวอีกแบบหนึ่ง ระบบ peg-out ทำงานตามที่ออกแบบไว้ แต่ทำงานกับข้อมูลนำเข้าที่ผิดด้านเศรษฐกิจ เส้นทางไถ่ถอนที่ดูปกติจึงเปลี่ยนสินทรัพย์บนไซด์เชนที่ไม่มีหลักประกันให้เป็น BTC จริงจากคลังสำรองบนเชนหลัก
ผู้ที่ถือ BTC ดังกล่าวสื่อสารต่อสาธารณะผ่านธุรกรรม Bitcoin และข้อมูล OP_RETURN รวมถึงข้อความที่ระบุว่าตนเป็น “whitehats” หลัง Blockstream ระบุว่าได้แพตช์โหนด bridge แล้ว บริษัทตอบกลับด้วยข้อความบนเชนที่ลงลายมือชื่อ PGP 7
45
ผู้ดำเนินการกล่าวในตอนแรกว่าจะคืนเงินส่วนใหญ่หลังแก้ช่องโหว่สำเร็จ วันที่ 7 กันยายน พวกเขาคืน 3,400 BTC ไปยังที่อยู่ peg ของ Liquid ขณะที่ยังเหลือราว 598.5 BTC ที่อยู่ผู้ถือ คิดเป็นประมาณ 15% ของจำนวนที่ถอนออก และมีมูลค่าตามรายงานขณะนั้นราว 47–48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 44
45
อย่างไรก็ดี คำว่า “white hats” เป็นเพียงคำเรียกตนเองของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ข้อสรุปทางกฎหมายหรือด้านความมั่นคงปลอดภัย จำนวนที่เก็บไว้ถูกอธิบายอย่างกว้างขวางว่าเป็นค่าตอบแทนหรือ finder’s fee โดยนัย แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อตกลงโครงการบั๊กล่ารางวัลล่วงหน้า 44
45
มาตรการควบคุมความเสียหายระยะแรก ได้แก่ การปิดใช้งานโหนด bridge และหยุดรับธุรกรรมใหม่ พร้อมแจ้งแพลตฟอร์มซื้อขายให้ระงับ หรือเตรียมระงับ การฝากและถอน L-BTC เครือข่ายยอมรับว่ากระเป๋าเงิน Liquid จะได้รับผลกระทบระหว่างที่สมาชิก Federation กู้คืนการทำงาน 12
33
53
การหยุดระบบช่วยจำกัดกิจกรรมผ่าน bridge เพิ่มเติม แต่ก็ทำให้เห็นชัดถึงโมเดลความไว้วางใจของ Liquid: นี่คือระบบแบบ Federation ที่ผู้ดำเนินการสามารถเข้าแทรกแซงเชิงปฏิบัติการได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นความสามารถที่ช่วยควบคุมความเสียหายได้ แต่แตกต่างจากโมเดลฉันทามติแบบไม่ต้องขออนุญาตของ Bitcoin
Liquid ระบุว่าสินทรัพย์อื่นที่ออกบนไซด์เชน เช่น USDT, DePix และสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกโทเคนไนซ์ (RWA) ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากช่องโหว่ครั้งนี้ กลุ่มที่เผชิญความเสี่ยงเร่งด่วนคือผู้ถือ L-BTC และบริการที่พึ่งพาการฝาก ถอน หรือ peg ของ L-BTC 11
33
53
คำมั่นสัญญาหลักของ Liquid คือ L-BTC ทุกหน่วยมี BTC ค้ำประกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งภายใต้การดูแลของ Federation แต่บล็อกเชน Bitcoin ไม่ได้บังคับความสัมพันธ์นี้โดยตรง ความน่าเชื่อถือจึงขึ้นกับตรรกะการออกและตรวจสอบสินทรัพย์ของ Liquid ขั้นตอนดูแลและลงนามของ Federation รวมถึงกระบวนการ peg-in/peg-out ที่ต้องทำงานสอดคล้องกันทั้งหมด
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การคุมกุญแจอย่างรัดกุมหรือการอนุมัติ peg-out ที่ถูกต้องยังไม่เพียงพอ หากมีช่องโหว่ที่เปิดให้ “สิทธิเรียกร้องปลอม” เข้าสู่ระบบได้ เมื่อ L-BTC ปลอมถูกยอมรับให้ไถ่ถอน มันก็เข้าแข่งขันกับ L-BTC ที่ถูกต้องเพื่อแย่งชิง BTC จำนวนจำกัดก้อนเดียวกันในคลังสำรอง 14
35
39
หลักความปลอดภัยที่ดูเรียบง่ายแต่ทำได้ยากคือ สินทรัพย์ห่อหุ้มทุกหน่วยที่ไถ่ถอนได้ต้องมีหลักประกันที่ตรวจสอบได้ และระบบไถ่ถอนต้องปฏิเสธสินทรัพย์ที่มีประวัติการออกผิดกฎหลักประกัน
กรณี Liquid ไม่ใช่การขโมย private key ในรูปแบบทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความถูกต้องของซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานการไถ่ถอน ซึ่งกำลังเป็นพื้นที่โจมตีที่สำคัญขึ้นในระบบคริปโต
CertiK รายงานความเสียหายจากเหตุการณ์ความปลอดภัยคริปโตมากกว่า 1.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 344 เหตุการณ์ในครึ่งแรกของปี 2026 และหากตัดเหตุเจาะ Bybit ขนาดใหญ่ในปีก่อนออกจากฐานเปรียบเทียบ ความเสียหายเพิ่มขึ้นราว 28% เมื่อเทียบรายปี 19 ขณะที่ CoinGecko นับความเสียหาย 3.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก 245 เหตุการณ์ที่มีการบันทึก ตั้งแต่มกราคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 โดยการโจมตีซัพพลายเชน การโจมตีสมาร์ตคอนแทรกต์ และการขโมยกุญแจเป็นสาเหตุสำคัญ
17
บทเรียนจาก Liquid จึงไกลกว่าไซด์เชนเพียงแห่งเดียว: ระบบที่เชื่อม ย้าย ห่อหุ้ม หรือไถ่ถอนสินทรัพย์ ต้องทดสอบสมมติฐานเรื่องหลักประกันแบบครบวงจร ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวในการตรวจสอบการออกสินทรัพย์ อาจเปลี่ยนกลไกไถ่ถอนที่ดูถูกต้องให้กลายเป็นช่องทางนำสินทรัพย์สำรองออกจากระบบได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายงานระบุว่าบั๊กใน Elements เปิดทางให้ผู้ที่อ้างตัวเป็น “white hats” สร้าง L BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ แล้วแลกออกเป็น BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรอง 4,200 BTC ของ Liquid
รายงานระบุว่าบั๊กใน Elements เปิดทางให้ผู้ที่อ้างตัวเป็น “white hats” สร้าง L BTC โดยไม่มี BTC สำรองรองรับ แล้วแลกออกเป็น BTC ราว 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 95% ของทุนสำรอง 4,200 BTC ของ Liquid เหตุการณ์นี้ไม่ใช่การเจาะฉันทามติของ Bitcoin และไม่ใช่การขโมย Peg out Authorization Key (PAK) ของ SideSwap
Liquid ระงับการทำงานของ bridge และธุรกรรมใหม่ระหว่างแก้ไขระบบ ขณะที่ระบุว่า USDT, DePix และสินทรัพย์ RWA บนเครือข่ายไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง