Bitcoin ใช้เวลาทั้งสัปดาห์ต่อสู้เพื่อรักษาระดับเหนือ 76,000 ดอลลาร์ แต่กลับไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ เหมือนถูกแรงดึงดูดของราคา Max Pain ตรึงให้เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไร้พลังที่จะทะยานขึ้น
สำหรับ Ethereum ก่อนถึงวันหมดอายุ สถานการณ์น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า เมื่อราคาตกลงไปต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 โดยซื้อขายกันที่ราว 1,990 ดอลลาร์ ข้อมูลจาก Deribit ระบุว่า ETH มีราคา Max Pain ใกล้เคียงกับระดับ 2,000 ดอลลาร์นี้เอง ทำให้เกิดแรงดึงดูดที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน แม้อัตราส่วน Put/Call โดยรวมของทั้งสองสกุลเงินจะอยู่ในกรอบ 0.85-0.86 แต่ก็สะท้อนถึงความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่นใจ
ดัชนีความผันผวนแฝงของ Bitcoin หรือ Volmex Implied Volatility Index ดิ่งลงแตะระดับ 36.11 ในวันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และใกล้เคียงระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2023 การลดลงนี้ส่งสัญญาณว่านักลงทุนไม่ได้คาดหวังว่า Bitcoin จะแกว่งตัวแรงในช่วงใกล้ๆ นี้ ความต้องการเก็งกำไรระยะสั้นหายไป ปริมาณการซื้อขายเบาบาง และเงินทุนส่วนหนึ่งไหลออกไปยังเหรียญ Altcoin จนไปกดค่า Premium ของออปชันและกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงในตลาดให้ลดลงตาม
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือน ในวันที่ 3 พฤษภาคม ออปชัน Bitcoin มูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์หมดอายุ โดยมี Max Pain อยู่ที่ 78,000 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับราคา ณ ตอนนั้นที่ 78,418 ดอลลาร์ เกิดเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่า "Pinning" หรือการตรึงราคาไว้ในกรอบแคบๆ ก่อนหมดอายุ ครั้งนั้นสัดส่วน Call ต่อ Put อยู่ที่ 58% ต่อ 42% ซึ่งถือว่ามีมุมมองเชิงบวกมากกว่าการหมดอายุในวันที่ 29 เล็กน้อย
เมื่อพูดถึงสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด ต้องยกให้ CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ที่รายงานว่าดัชนี Bull Score Index ลดลงจาก 40 เหลือ 20 ซึ่งทางบริษัทจัดให้อยู่ในระดับ "หมีสุดขีด" (Extremely Bearish) ตัวเลขนี้เหมือนกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2026 ซึ่ง Bitcoin ราคาดิ่งไปอยู่ในกรอบ 60,000 - 66,000 ดอลลาร์ ทีมงานเตือนว่าการอ่านค่าต่ำกว่า 40 ในอดีตมักสอดคล้องกับตลาดหมีที่ยืดเยื้อ และรูปแบบราคาตอนนี้ได้จำลองโครงสร้างตลาดหมีในเดือนมีนาคม 2022 ขึ้นมาใหม่ หลังจากถูกปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
อีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่านักลงทุนเปลี่ยนวิธีเล่น คือปริมาณสัญญาออปชันคงค้างของ Bitcoin บน Deribit ที่พุ่งแตะ 31.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเหนือกว่า AUM หรือมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน IBIT ของ BlackRock เสียอีก นี่ชี้ให้เห็นว่าตลาดตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยการป้องกันความเสี่ยงและสถานะเลเวอเรจของสถาบัน มากกว่าการสะสม Bitcoin จริงเพื่อถือระยะยาว
นักลงทุนสถาบันได้ถอนเงินเกือบ 2.7 พันล้านดอลลาร์ ออกจากกองทุน Spot Bitcoin และ Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ในช่วงสองสัปดาห์จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม โดยเป็นการไถ่ถอน Bitcoin มากถึง 1.26 พันล้านดอลลาร์ จนดัน AUM ของกองทุน BTC ETF ให้หล่นไปต่ำกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ฝั่ง Ethereum ยิ่งน่าใจหาย โดยมีเงินไหลออกสุทธิติดต่อกันถึง 10 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม รวมมูลค่ากว่า 60 ล้านดอลลาร์ นำโด่งโดยกองทุน ETHA ของ BlackRock และ FETH ของ Fidelity
สถิตินี้ยาวนานเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 12 วันภายในวันที่ 27 พฤษภาคม โดยมีเงินอีกกว่า 67.1 ล้านดอลลาร์ไหลออก
การหมดอายุของออปชันเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของตลาดที่อยู่ในโหมดปกป้องตัวเองอย่างสุดกำลัง ราคาถูกตรึงด้วย Max Pain ที่ 75,000 ดอลลาร์ สร้างสมดุลอันเปราะบางที่ถูกกำหนดด้วยการตั้งรับของสถาบัน ไม่ใช่ด้วยอุปสงค์ที่แท้จริงของตลาด Spot
ข้อมูลอัปเดตและแหล่งที่มาประจำบทความนี้รวบรวมจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
Comments
0 comments