เจาะลึกเหตุการณ์แฮ็ก KelpDAO ปี 2026 ที่ทำให้ Aave เผชิญวิกฤติสภาพคล่องครั้งใหญ่ | ตอบ | Studio Global
What happened in the April 2026 KelpDAO exploit that led Aave to incur major bad debt and lose 44% of its TVL, how did the attackers use sto The April 2026 KelpDAO exploit showed how vulnerabilities in cross‑chain bridges can cascade into major DeFi lending protocols. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened in the April 2026 KelpDAO exploit that led Aave to incur major bad debt and lose 44% of its TVL, how did the attackers use sto. Article summary: The April 2026 incident was not an Aave smart-contract hack; it was a KelpDAO rsETH bridge failure that let an attacker create/release unbacked rsETH, then use it as collateral on Aave V3 to borrow real WETH/ETH, leaving. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Aave’s TVL Tanks $6.6 Billion as Kelp DAO Hack Sparks Bad Debt and Structural Fears. After the Kelp DAO exploit, the attacker used $292 million in stolen rsETH as collateral on A" source context "Aave’s TVL Tanks $6.6 Billion as Kelp DAO Hack Sparks Bad Debt and Structural Fears - Unchained" Reference image 2:
openai.com ภาพรวมเหตุการณ์
ในเดือนเมษายน 2026 วงการการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เผชิญหนึ่งในเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดของปี เมื่อเกิดช่องโหว่ใน บริดจ์ข้ามเชนของ KelpDAO สำหรับโทเคน rsETH ซึ่งเปิดช่องให้ผู้โจมตีสร้างโทเคนจำนวนมหาศาลโดยไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง
โทเคนเหล่านี้ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันบนแพลตฟอร์มปล่อยกู้ DeFi เช่น Aave V3 เพื่อกู้สินทรัพย์จริงอย่าง Wrapped Ether (WETH) ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบ DeFi สั่นคลอนอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบสำคัญคือ Aave ต้องแบกรับ หนี้เสียหลายร้อยล้านดอลลาร์ และมูลค่าเงินที่ล็อกอยู่ในโปรโตคอล (TVL) ลดลงประมาณ 44% ภายในเดือนถัดมา จากราว $26.6 พันล้าน เหลือประมาณ $14.8 พันล้าน
สิ่งสำคัญคือ Aave ไม่ได้ถูกแฮ็กโดยตรง ปัญหาเกิดจากสินทรัพย์ค้ำประกันที่ถูกสร้างขึ้นอย่างไม่ถูกต้องผ่านบริดจ์ภายนอก
เกิดอะไรขึ้นในการโจมตี KelpDAO
การโจมตีเกิดขึ้นวันที่ 18 เมษายน 2026 เมื่อผู้โจมตีใช้ช่องโหว่การตั้งค่าบริดจ์ที่ขับเคลื่อนด้วย LayerZero สำหรับโทเคน liquid restaking ของ KelpDAO ที่ชื่อว่า rsETH
รายละเอียดสำคัญของการโจมตีมีดังนี้
แฮ็กเกอร์ส่ง ข้อความยืนยันข้ามเชนปลอม ทำให้บริดจ์ปล่อยหรือ mint rsETH ออกมา
รวมทั้งหมดประมาณ 116,500 rsETH มูลค่าประมาณ $292–$294 ล้าน
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "เจาะลึกเหตุการณ์แฮ็ก KelpDAO ปี 2026 ที่ทำให้ Aave เผชิญวิกฤติสภาพคล่องครั้งใหญ่" คืออะไร 18 เมษายน 2026 แฮ็กเกอร์ปลอมข้อความข้ามเชนในบริดจ์ของ KelpDAO สร้าง rsETH ที่ไม่มีหลักประกัน 116,500 เหรียญ มูลค่าราว $292 ล้าน แล้วนำไปค้ำประกันบน Aave เพื่อกู้ WETH จริงออกไป [3][6]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? 18 เมษายน 2026 แฮ็กเกอร์ปลอมข้อความข้ามเชนในบริดจ์ของ KelpDAO สร้าง rsETH ที่ไม่มีหลักประกัน 116,500 เหรียญ มูลค่าราว $292 ล้าน แล้วนำไปค้ำประกันบน Aave เพื่อกู้ WETH จริงออกไป [3][6] Aave ไม่ได้ถูกแฮ็กโดยตรง แต่ต้องเผชิญหนี้เสียราว $177–$200 ล้าน หลังสินทรัพย์ค้ำประกัน rsETH สูญเสียการหนุนหลังจริง [15][26]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? Aave ระงับตลาดที่เกี่ยวข้อง ชำระบัญชีตำแหน่งของผู้โจมตี กู้คืนได้ประมาณ 13,000 ETH ขณะที่อีก 30,766 ETH ยังถูกอายัดโดย Arbitrum [11][29]
คิดเป็นประมาณ 18% ของซัพพลาย rsETH ทั้งหมดในตลาดตอนนั้น สาเหตุหลักคือบริดจ์ถูกตั้งค่าให้ใช้ ตัวตรวจสอบเพียงตัวเดียว (1‑of‑1 DVN) ในการยืนยันข้อความ เนื่องจากไม่มี ETH ถูกล็อกหรือเผาในฝั่งต้นทาง โทเคน rsETH ที่ถูกปล่อยออกมาจึง ไม่มีหลักประกันจริง แม้ภายนอกจะดูเหมือนโทเคนปกติ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่ระบบฉุกเฉินจะถูกเปิดใช้งานเพื่อหยุดการโจมตี
วิธีที่แฮ็กเกอร์ใช้ rsETH เพื่อดึงสภาพคล่องจาก Aave แทนที่จะขายโทเคนทันที ผู้โจมตีใช้กลยุทธ์ผ่านตลาดเงิน DeFi
1. ฝาก rsETH เป็นหลักประกัน ผู้โจมตีฝาก rsETH ที่ได้มาใน พูลกู้ยืมของ Aave V3 ผ่านหลายวอลเล็ต โดยมีประมาณ 89,000 rsETH ถูกฝากในระบบ
2. กู้สินทรัพย์จริงออกมา จากมูลค่าหลักประกันที่ดูเหมือนสูง แฮ็กเกอร์สามารถกู้ WETH และสินทรัพย์ที่อิงกับ ETH ออกมาได้
3. เปลี่ยนเป็นสภาพคล่องจริง รายงานระบุว่าผู้โจมตีกู้สินทรัพย์มูลค่ามากกว่า $236 ล้านในรูป WETH และโทเคนที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ตลาดจะตอบสนองทัน
เมื่อภายหลังพบว่า rsETH เหล่านั้นไม่มีหลักประกันจริง มูลค่าหลักประกันจึงไม่เพียงพอ ส่งผลให้ Aave ต้องเผชิญ หนี้เสียประมาณ $177–$200 ล้าน
ผลกระทบต่อ Aave และตลาด DeFi เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดแรงกระแทกด้านสภาพคล่องอย่างรวดเร็ว
พูล WETH ถูกใช้งานเกือบ 100% จากการกู้ยืมจำนวนมาก
ผู้ฝากเงินจำนวนมากถอนเงินออกจาก Aave เพราะกังวลเรื่องความเสี่ยง
โปรโตคอล DeFi หลายแห่งเห็นเงินไหลออกจำนวนมากหลังเหตุการณ์
ภายในไม่กี่สัปดาห์ TVL ของ Aave ลดลงจากประมาณ $26.6B เหลือ $14.8B หรือราว 44%
สถานการณ์นี้ถูกเปรียบว่าเหมือน bank run ในโลก DeFi แม้ระบบของ Aave เองจะยังปลอดภัย
การตอบสนองฉุกเฉินของ Aave ทีมบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลของ Aaveดำเนินมาตรการทันที
ระงับตลาดที่เกี่ยวข้อง ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุการณ์
ตลาด rsETH และ wrsETH ถูกแช่แข็งใน Aave V3
ค่า Loan‑to‑Value ถูกตั้งเป็นศูนย์เพื่อหยุดการกู้ใหม่
ต่อมา Aave ยังจำกัด การกู้ WETH ในหลายเครือข่ายเพื่อหยุดการไหลของสภาพคล่องเพิ่มเติม
ชำระบัญชีตำแหน่งของผู้โจมตี เมื่อสถานการณ์เริ่มควบคุมได้ Aave ดำเนินการ liquidate ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับแฮ็กเกอร์
การชำระบัญชีนี้ปลดล็อกประมาณ 13,000 ETH (~$30M) จากตำแหน่งของผู้โจมตี
สินทรัพย์ที่กู้คืนถูกส่งไปยัง Recovery Guardian multisig ที่ดูแลโดยกลุ่ม DeFi United เพื่อช่วยแก้ปัญหาหลักประกันของ rsETH
ฟื้นฟูตลาด หลังจากสภาพคล่องเริ่มเสถียร
ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 Aave ได้
คืนค่า Loan‑to‑Value ของ WETH กลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุ
เปิดให้กู้ WETH อีกครั้งในเครือข่ายหลัก เช่น Ethereum, Arbitrum, Base, Mantle และ Linea
เงินที่กู้คืนได้ และเงินที่ยังถูกอายัด สถานะของเงินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยังคงซับซ้อน
ประมาณ 13,000 ETH (~$30M) จากการชำระบัญชีตำแหน่งของผู้โจมตี
30,766 ETH (~$71M) ถูกอายัดโดย Arbitrum Security Council
เงินก้อนนี้ถูกย้ายไปยังวอลเล็ตพิเศษที่ควบคุมผ่านการกำกับดูแลของ Arbitrum ขณะรอการพิจารณาทางกฎหมาย
แม้หลังจากการชำระบัญชี รายงานระบุว่า rsETH ยังมี ช่องว่างหลักประกันประมาณ 10% ซึ่งสะท้อนขนาดความเสียหายจากบริดจ์ที่ถูกโจมตี
บทเรียนสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน DeFi เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นความเสี่ยงเชิงระบบหลายด้าน
ความเสี่ยงจากการตั้งค่าบริดจ์ ปัญหาไม่ได้มาจาก LayerZero เอง แต่เกิดจาก การตั้งค่าบริดจ์ของ KelpDAO ที่ใช้ตัวตรวจสอบเพียงตัวเดียว ซึ่งเปิดโอกาสให้ข้อความปลอมผ่านการยืนยันได้
การแพร่กระจายของความเสี่ยงผ่านหลักประกัน สินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันในหลายโปรโตคอลสามารถทำให้ความเสี่ยงแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
แม้ Aave จะทำงานถูกต้องตามกลไก แต่ก็ยังได้รับผลกระทบเพราะรับโทเคนที่ การหนุนหลังล้มเหลวโดยไม่รู้ตัว
ความเสี่ยงแบบ bank‑run เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของผู้ใช้มีผลต่อสภาพคล่องอย่างมาก แม้โปรโตคอลจะไม่ได้ถูกโจมตีโดยตรง
การปรับปรุงด้านการจัดการความเสี่ยง หลังเหตุการณ์นี้ หลายโปรโตคอลเริ่มเรียกร้องมาตรการ เช่น
จำกัดปริมาณสินทรัพย์ค้ำประกัน
ตรวจสอบบริดจ์ข้ามเชนเข้มงวดขึ้น
เพิ่มจำนวนตัวตรวจสอบธุรกรรม
ใช้ circuit breaker สำหรับสินทรัพย์จากบริดจ์
บทสรุป เหตุการณ์ KelpDAO เดือนเมษายน 2026 กลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สำคัญของ DeFi
แม้ Aave จะไม่ได้ถูกแฮ็กโดยตรง แต่การที่ rsETH มูลค่า $292 ล้านที่ไม่มีหลักประกันเข้าสู่ระบบการกู้ยืม ก็เพียงพอที่จะสร้างแรงกระแทกด้านสภาพคล่องครั้งใหญ่ ทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมากและ TVL ลดลงอย่างรุนแรง
กรณีนี้จึงถูกมองว่าเป็นตัวอย่างชัดเจนของ ความเสี่ยงจากบริดจ์ข้ามเชนและการแพร่กระจายของหลักประกันในระบบ DeFi ซึ่งกำลังผลักดันให้ทั้งอุตสาหกรรมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่
cryptotimes.io
Who Bears the KelpDAO rsETH Losses — Aave, rsETH Holders, or ...
Comments
0 comments