คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงกลางพฤษภาคม 2026 มีการแฮ็ก cross‑chain bridge อย่างน้อย 8 ครั้ง สูญเงินรวมประมาณ 328.6 ล้านดอลลาร์ โดยเหตุการณ์ KelpDAO เพียงครั้งเดียวคิดเป็นเกือบ 90% ของมูลค่าความเสียหาย [9][35] เหตุการณ์สำคัญได้แก่การโจมตี rsETH bridge ของ KelpDAO มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์ การโจมตี THORChain มูลค่า 10.8 ล้านดอลลาร์ และการเจาะ Verus‑Ethereum bridge มูลค่า 11.58 ล้านดอลลาร์ รูปแบบการโจมตีสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบ cross‑chain เช่น การพึ่ง verifier จำนวนน้อย ความเสี่ยงจาก private key และช่องโหว่ในการตรวจสอบข้อมูลระหว่างบล็อกเชน What happened in the 2026 wave of DeFi bridge hacks that drained about $328.6 million across eight attacks between February and mid‑May, inc Cross‑chain bridges have become one of the most targeted components of DeFi infrastructure due to the large pools of assets they secure. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened in the 2026 wave of DeFi bridge hacks that drained about $328.6 million across eight attacks between February and mid‑May, inc. Article summary: Between February and mid-May 2026, cross-chain and bridge-related DeFi attacks reportedly hit eight major protocols for about $328.6 million, with the losses overwhelmingly dominated by the April 18 KelpDAO rsETH bridge . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Eight major exploits that have already happened through the first half of May, per Peckshield" source context "Crypto Bridge Exploits Hit $328.6M in May as Peckshield Tracks 8 Major Incidents" Reference image 2: visual subject "Crypto Bridge Exploits Hit $328.6M in May as Peckshield Tracks 8 Major Incidents" sour
openai.com ในช่วงต้นปี 2026 ระบบ cross‑chain bridge ซึ่งทำหน้าที่โอนสินทรัพย์ระหว่างบล็อกเชนต่างๆ กลายเป็นจุดอ่อนด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดของโลก DeFi
ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยบล็อกเชนระบุว่า ภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2026 มีการแฮ็ก bridge อย่างน้อย 8 เหตุการณ์ สูญเงินรวมประมาณ 328.6 ล้านดอลลาร์
ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากเหตุการณ์เดียว คือการโจมตี KelpDAO–LayerZero rsETH bridge เมื่อวันที่ 18 เมษายน
แม้รายละเอียดทางเทคนิคของแต่ละการโจมตีจะแตกต่างกัน แต่ทุกเหตุการณ์สะท้อนปัญหาหลักเหมือนกัน คือ bridge ต้องเก็บสินทรัพย์จำนวนมหาศาลไว้ในที่เดียว ขณะที่ระบบตรวจสอบและโครงสร้างการปฏิบัติงานยังเปราะบาง
การโจมตี KelpDAO–LayerZero มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "คลื่นแฮ็ก DeFi Bridge ปี 2026" คืออะไร ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงกลางพฤษภาคม 2026 มีการแฮ็ก cross‑chain bridge อย่างน้อย 8 ครั้ง สูญเงินรวมประมาณ 328.6 ล้านดอลลาร์ โดยเหตุการณ์ KelpDAO เพียงครั้งเดียวคิดเป็นเกือบ 90% ของมูลค่าความเสียหาย [9][35]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ตั้งแต่กุมภาพันธ์ถึงกลางพฤษภาคม 2026 มีการแฮ็ก cross‑chain bridge อย่างน้อย 8 ครั้ง สูญเงินรวมประมาณ 328.6 ล้านดอลลาร์ โดยเหตุการณ์ KelpDAO เพียงครั้งเดียวคิดเป็นเกือบ 90% ของมูลค่าความเสียหาย [9][35] เหตุการณ์สำคัญได้แก่การโจมตี rsETH bridge ของ KelpDAO มูลค่า 292 ล้านดอลลาร์ การโจมตี THORChain มูลค่า 10.8 ล้านดอลลาร์ และการเจาะ Verus‑Ethereum bridge มูลค่า 11.58 ล้านดอลลาร์
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? รูปแบบการโจมตีสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบ cross‑chain เช่น การพึ่ง verifier จำนวนน้อย ความเสี่ยงจาก private key และช่องโหว่ในการตรวจสอบข้อมูลระหว่างบล็อกเชน
เหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดของปีเกิดขึ้นเมื่อ 18 เมษายน 2026 เมื่อผู้โจมตีขโมย 116,500 rsETH มูลค่าประมาณ 292 ล้านดอลลาร์ จาก cross‑chain bridge ของ KelpDAO ที่สร้างบนโครงสร้าง LayerZero
การสอบสวนพบว่าเหตุการณ์นี้ ไม่ได้เกิดจากบั๊กของ smart contract โดยตรง แต่เกิดจากการโจมตีโครงสร้างการตรวจสอบและระบบโครงสร้างพื้นฐานของ bridge
ระบบ verifier แบบตัวเดียว (1‑of‑1 DVN) – KelpDAO ใช้ Decentralized Verifier Network ที่มีผู้ตรวจสอบเพียงรายเดียว ทำให้เกิดจุดล้มเหลวเพียงจุดเดียว
โครงสร้างพื้นฐานถูกเจาะ – ผู้โจมตีเข้าควบคุม RPC nodes ที่ใช้ตรวจสอบธุรกรรม ทำให้สามารถป้อนข้อมูลปลอมเข้าสู่ระบบได้
ปลอมข้อความข้ามเชน – เมื่อข้อมูลถูกบิดเบือน ระบบจึงเชื่อว่ามีการเผาโทเค็นในเชนต้นทาง และปล่อยสินทรัพย์จากสัญญาใน Ethereum ออกมา
รายงานสืบสวนระบุว่าเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ Lazarus ของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มย่อย TraderTraitor อาจอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ แม้การระบุผู้กระทำผิดยังไม่ถือเป็นข้อสรุปทางกฎหมาย
การโจมตี THORChain อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2026 เมื่อโปรโตคอลสภาพคล่องข้ามเชน THORChain สูญเงินประมาณ 10.8 ล้านดอลลาร์ จากหลายเครือข่าย เช่น Bitcoin, Ethereum และ BNB Chain
นักวิจัยด้านความปลอดภัยเชื่อว่าการโจมตีเกี่ยวข้องกับระบบ GG20 threshold‑signature ซึ่งเป็นกลไกที่ให้หลายโหนดร่วมกันลงนามธุรกรรมโดยไม่ต้องเปิดเผย private key ทั้งหมด
การวิเคราะห์เหตุการณ์ระบุว่า
โหนดที่เป็นอันตรายอาจเข้าร่วมกระบวนการลงนามตามปกติ
ระหว่างการทำงานนั้นได้สะสมเศษข้อมูลคริปโตกราฟีจากหลายรอบ
เมื่อข้อมูลเพียงพอ จึงสามารถประกอบกลับเป็น private key ของ vault
เมื่อกุญแจถูกสร้างขึ้น ผู้โจมตีก็สามารถ ลงนามธุรกรรมถอนเงินที่ดูถูกต้องตามระบบได้
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของระบบที่ใช้ distributed signing หากเศษกุญแจรั่วไหลมากพอ vault ที่เก็บสินทรัพย์ bridge ก็อาจถูกควบคุมได้
การเจาะ Verus–Ethereum bridge เมื่อ 18 พฤษภาคม 2026 ผู้โจมตีได้ขโมยเงินประมาณ 11.58 ล้านดอลลาร์ จากสะพานเชื่อมระหว่างเครือข่าย Verus และ Ethereum
สินทรัพย์ที่ถูกดึงออกจากระบบประกอบด้วย
103.6 tBTC
1,625 ETH
ประมาณ 147,000 USDC
หลังจากนั้นถูกแลกเป็น ETH เกือบทั้งหมด
นักวิจัยพบว่าสาเหตุหลักคือ ช่องว่างในการตรวจสอบข้อมูลของ bridge
แม้ว่าทั้งสองฝั่งของ bridge จะมีการตรวจสอบธุรกรรม แต่
ไม่มีฝ่ายใดตรวจสอบค่าที่สำคัญที่สุด
คือ จำนวนสินทรัพย์ที่โอนจากเชนต้นทาง
เมื่อไม่มีการบังคับตรวจสอบข้อมูลนี้ ผู้โจมตีจึงสามารถส่งข้อความที่ดูเหมือนถูกต้อง แต่จริงๆ แล้ว แทบไม่มีมูลค่าในเชนต้นทาง ทำให้สัญญาบน Ethereum ปล่อยเงินสำรองออกมา
ทำไม cross‑chain bridge ถึงถูกแฮ็กซ้ำๆ เหตุการณ์ในปี 2026 ตอกย้ำคำเตือนที่นักวิจัยความปลอดภัยคริปโตพูดมาหลายปีว่า
bridge มักเป็นส่วนที่อันตรายที่สุดของระบบ DeFi
ปัญหาหลักที่พบซ้ำๆ มีหลายด้าน
1. ผู้ตรวจสอบมีจำนวนน้อยเกินไป หลาย bridge ใช้ validator หรือ verifier เพียงไม่กี่รายในการยืนยันข้อความข้ามเชน หากหนึ่งในนั้นถูกเจาะ ระบบก็อาจอนุมัติธุรกรรมปลอมได้ทันที เหมือนกรณี KelpDAO
2. ความเสี่ยงจาก private key และระบบการลงนาม bridge จำนวนมากใช้ multisig หรือ threshold‑signature เพื่อควบคุม vault ที่เก็บสินทรัพย์ หากผู้โจมตีสามารถรวบรวมเศษกุญแจได้มากพอ ก็สามารถสร้างลายเซ็นธุรกรรมปลอมที่ดูถูกต้องได้ เช่นกรณี THORChain
3. การตรวจสอบข้อมูลข้ามเชนไม่สมบูรณ์ bridge ต้องยืนยันว่าเหตุการณ์บนบล็อกเชนหนึ่งเกิดขึ้นจริงก่อนปล่อยสินทรัพย์ในอีกเชน หากการตรวจสอบไม่ครบถ้วน หรือกฎไม่ตรงกัน เช่นใน Verus bridge ก็สามารถปลอมหลักฐานให้ผ่านระบบได้
4. โครงสร้างพื้นฐานนอกเชนเป็นจุดโจมตี ระบบ cross‑chain พึ่งพาองค์ประกอบนอกเชนจำนวนมาก เช่น RPC nodes, relayers และระบบมอนิเตอร์ หากระบบเหล่านี้ถูกเจาะ ข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบธุรกรรมก็อาจถูกบิดเบือน เหมือนที่เกิดในเหตุการณ์ KelpDAO
ทำไมเหตุการณ์เหล่านี้สำคัญต่ออนาคต DeFi การแฮ็ก bridge ไม่ได้กระทบเฉพาะโปรโตคอลเดียว แต่สามารถสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ทั่วทั้งระบบ
สินทรัพย์แบบ wrapped อาจสูญเสียหลักประกัน
ตลาด lending ที่ใช้โทเค็นเหล่านี้เป็น collateral อาจหยุดทำงาน
สภาพคล่องและเส้นทางการเทรดข้ามเชนอาจพังลง
เนื่องจาก bridge ทำหน้าที่เหมือน ศูนย์กลางที่เก็บสินทรัพย์จำนวนมหาศาลของหลายเครือข่าย การโจมตีเพียงครั้งเดียวจึงสามารถส่งผลต่อระบบ DeFi หลายส่วนพร้อมกัน
คลื่นการโจมตีในช่วงต้นปี 2026 แสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่บั๊กเล็กๆ ในโค้ด แต่เป็น ความเสี่ยงเชิงสถาปัตยกรรมของระบบ cross‑chain เอง
จนกว่าจะมีการพัฒนาโมเดลการตรวจสอบที่แข็งแกร่งขึ้น เพิ่มความกระจายศูนย์ของ verifier และยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน cross‑chain bridge ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับแฮ็กเกอร์ในโลกคริปโต
coingabbar.com
Crypto Hacks 2026: THORChain, Verus, Echo Hit - CoinGabbar