ครึ่งหลังไม่มีประตูเพิ่ม แม้โปรตุเกสจะครองบอลได้มากกว่า แต่แนวรับของคองโกก็ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง โดยโปรตุเกสทำได้แค่ 7 ครั้ง เท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนครั้งที่น้อยที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เจอเกาหลีใต้ในปี 2002
โรนัลโด้วัย 41 ปี สร้างสถิติเป็น ผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ลงสนามตัวจริงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และนี่ยังเป็น ฟุตบอลโลกครั้งที่ 6 ของเขา (ตั้งแต่ปี 2006–2026) ซึ่งเป็นสถิติร่วมกับลิโอเนล เมสซี
แต่ตลอด 90 นาที โรนัลโด้แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย เขาจบเกมด้วยสถิติที่ย่ำแย่:
หลังเกม กุนซือโปรตุเกส โรแบร์โต มาร์ติเนซ โดนตั้งคำถามหนักถึงบทบาทของโรนัลโด้
ปกป้อง: มาร์ติเนซยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนโรนัลโด้ออก โดยพูดว่า "เมื่อเราต้องการประตู คริสเตียโนต้องอยู่ในสนาม" เขาย้ำว่าโรนัลโด้ยังคง "สำคัญ" และการตัดสินใจเกี่ยวกับกัปตันทีมขึ้นอยู่กับความฟิตและความต้องการของทีม ไม่ใช่อายุ
เตือน: ในทางกลับกัน มาร์ติเนซก็ยอมรับว่าผลงานของทีมยังไม่ดีพอ เขาบอกว่า "บางครั้งผลงานยังไม่ถึงมาตรฐาน" ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทั้งทีมรวมถึงกัปตันทีมต้องปรับปรุง
หลังจบนัดแรกของกลุ่ม K (โปรตุเกส 1-1 DR คองโก, โคลอมเบีย 3-1 อุซเบกิสถาน) ตารางคะแนนเป็นดังนี้ :
| อันดับ | ทีม | คะแนน | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | โคลอมเบีย | 3 | 1 | 1 | 0 | 0 | 3 | 1 | +2 |
| 2 | DR คองโก | 1 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 |
| 3 | โปรตุเกส | 1 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 |
| 4 | อุซเบกิสถาน | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 3 | -2 |
โปรตุเกสอยู่อันดับ 3 เนื่องจากมีผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่าโคลอมเบีย และมีแต้มเท่ากับคองโก
นี่คือ ประตูแรกในฟุตบอลโลกและแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของ DR คองโก ทีมเสือดาว ซึ่งลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกในปี 1974 ในชื่อซาอีร์) สามารถต้านทานทีมเต็งแชมป์รายการได้อย่างเหลือเชื่อ และกลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองสำหรับการเข้ารอบน็อกเอาต์ของกลุ่ม K
ครึ่งหลังไม่มีประตูเพิ่ม แม้โปรตุเกสจะครองบอลได้มากกว่า แต่แนวรับของคองโกก็ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง โดยโปรตุเกสทำได้แค่ 7 ครั้ง เท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนครั้งที่น้อยที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เจอเกาหลีใต้ในปี 2002
โรนัลโด้วัย 41 ปี สร้างสถิติเป็น ผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ลงสนามตัวจริงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และนี่ยังเป็น ฟุตบอลโลกครั้งที่ 6 ของเขา (ตั้งแต่ปี 2006–2026) ซึ่งเป็นสถิติร่วมกับลิโอเนล เมสซี
แต่ตลอด 90 นาที โรนัลโด้แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย เขาจบเกมด้วยสถิติที่ย่ำแย่:
หลังเกม กุนซือโปรตุเกส โรแบร์โต มาร์ติเนซ โดนตั้งคำถามหนักถึงบทบาทของโรนัลโด้
ปกป้อง: มาร์ติเนซยืนยันว่าไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนโรนัลโด้ออก โดยพูดว่า "เมื่อเราต้องการประตู คริสเตียโนต้องอยู่ในสนาม" เขาย้ำว่าโรนัลโด้ยังคง "สำคัญ" และการตัดสินใจเกี่ยวกับกัปตันทีมขึ้นอยู่กับความฟิตและความต้องการของทีม ไม่ใช่อายุ
เตือน: ในทางกลับกัน มาร์ติเนซก็ยอมรับว่าผลงานของทีมยังไม่ดีพอ เขาบอกว่า "บางครั้งผลงานยังไม่ถึงมาตรฐาน" ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทั้งทีมรวมถึงกัปตันทีมต้องปรับปรุง
หลังจบนัดแรกของกลุ่ม K (โปรตุเกส 1-1 DR คองโก, โคลอมเบีย 3-1 อุซเบกิสถาน) ตารางคะแนนเป็นดังนี้ :
| อันดับ | ทีม | คะแนน | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | โคลอมเบีย | 3 | 1 | 1 | 0 | 0 | 3 | 1 | +2 |
| 2 | DR คองโก | 1 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 |
| 3 | โปรตุเกส | 1 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 1 | 0 |
| 4 | อุซเบกิสถาน | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 | 1 | 3 | -2 |
โปรตุเกสอยู่อันดับ 3 เนื่องจากมีผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่าโคลอมเบีย และมีแต้มเท่ากับคองโก
นี่คือ ประตูแรกในฟุตบอลโลกและแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของ DR คองโก ทีมเสือดาว ซึ่งลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 2 (ครั้งแรกในปี 1974 ในชื่อซาอีร์) สามารถต้านทานทีมเต็งแชมป์รายการได้อย่างเหลือเชื่อ และกลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองสำหรับการเข้ารอบน็อกเอาต์ของกลุ่ม K