ต่อมา OpenAI ได้ปรับโครงสร้างเป็นโมเดลที่เรียกว่า “capped‑profit” ซึ่งเปิดทางให้รับเงินลงทุนจากภายนอกและดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์มากขึ้น เพื่อหาเงินทุนสร้างระบบ AI ขั้นสูง
Musk โต้แย้งว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ ขัดกับหลักการก่อตั้งเดิม และทำให้เงินบริจาคที่ตั้งใจใช้เพื่อการวิจัยแบบไม่แสวงกำไร ถูกนำไปใช้ในบริษัทเชิงพาณิชย์ โดยทีมกฎหมายของเขาเรียกการกระทำนี้ว่าเหมือนกับการ “ขโมยองค์กรการกุศล”
ด้าน OpenAI ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าการปรับโครงสร้างองค์กรเกิดขึ้นอย่างเปิดเผย และเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อระดมทุนสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ต้องใช้เงินมหาศาล
คณะลูกขุนรัฐบาลกลางจำนวน 9 คน ไม่ได้พิจารณาว่า OpenAI ทำถูกหรือผิดในเชิงหลักการ
แต่พวกเขามีมติ เป็นเอกฉันท์ ว่าคดีถูกยื่น เกินกำหนดเวลา 3 ปี ตามกฎหมายสำหรับข้อกล่าวหาประเภทนี้ ดังนั้นจำเลยจึงไม่สามารถถูกเอาผิดได้
หลังการพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลายสัปดาห์ คณะลูกขุนใช้เวลา ไม่ถึงสองชั่วโมง ในการหารือก่อนจะประกาศคำตัดสิน
การพิจารณาคดีส่วนใหญ่โฟกัสที่คำถามเดียว:
Elon Musk รู้เมื่อไรว่า OpenAI กำลังเปลี่ยนไปสู่โมเดลเชิงพาณิชย์?
ฝ่าย OpenAI ระบุว่า Musk รู้หรือควรรู้ตั้งแต่หลายปีก่อน โดยอ้างถึงเหตุการณ์สำคัญ เช่น
หากนับเวลาตั้งแต่ช่วงนั้น การฟ้องร้องในปี 2024 จึงถือว่าช้าเกินกำหนด
ฝ่ายของ Musk กลับโต้ว่า เขาเพิ่งเข้าใจ “ขนาดและทิศทางที่แท้จริง” ของการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง จึงควรเริ่มนับเวลาจำกัดการฟ้องจากช่วงนั้นแทน
สุดท้ายคณะลูกขุนเห็นด้วยกับการตีความของ OpenAI ว่า Musk รอช้านานเกินไปก่อนยื่นฟ้อง
เงินสนับสนุนช่วงแรกของ Musk เป็นหัวใจของคดี
รายงานระบุว่าเขาบริจาคประมาณ 38 ล้านดอลลาร์ ให้ OpenAI ในช่วงที่องค์กรยังเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร
ทีมกฎหมายของเขาอ้างว่าเงินดังกล่าวถูกให้ภายใต้ความเข้าใจว่า OpenAI จะคงสถานะองค์กรวิจัยเพื่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากศาลยกฟ้องด้วยเหตุผลเรื่องเวลา คณะลูกขุน ไม่ได้พิจารณาเลยว่าเงินเหล่านั้นถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์จริงหรือไม่
คดีนี้ดึงดูดบุคคลสำคัญในวงการเทคโนโลยีจำนวนมากมาเป็นพยาน เช่น
การพิจารณาคดีจึงกลายเป็นหนึ่งในคดี AI ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในซิลิคอนวัลเลย์
คำตัดสินถือเป็นชัยชนะทางกฎหมายที่สำคัญสำหรับ OpenAI และผู้บริหาร เพราะช่วยขจัดความเสี่ยงจากคดีใหญ่ที่อาจส่งผลต่อบริษัท
อย่างไรก็ตาม ผลตัดสินมีขอบเขตจำกัด เพราะศาลไม่ได้วินิจฉัยว่า
คำตัดสินเพียงระบุว่า Musk ฟ้องช้าเกินไป เท่านั้น
แม้คดีนี้จะจบลง แต่การถกเถียงเรื่องการกำกับดูแล AI โครงสร้างองค์กรของบริษัทเทคโนโลยี และบทบาทของทุนขนาดใหญ่ในการพัฒนา AI ขั้นสูง ยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไปอีกนานในอุตสาหกรรมนี้