วันที่ 22 พฤษภาคม ตลาดคริปโตเผชิญเหตุการณ์สำคัญเมื่อ ออปชัน Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) มูลค่ารวมประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์หมดอายุ อย่างไรก็ตาม ต่างจากที่นักเทรดจำนวนมากคาดการณ์ไว้ เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ราคาผันผวนรุนแรงแต่อย่างใด ตลาดกลับเคลื่อนไหวค่อนข้างสงบ โดยราคายังอยู่ใกล้ระดับสำคัญของสัญญาออปชัน และความผันผวนลดลง
ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง พักฐานและมีความระมัดระวังสูง หลังจากการปรับขึ้นของ Bitcoin ก่อนหน้านี้เริ่มชะลอตัว
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดอนุพันธ์ระบุว่า มีสัญญาจำนวนมากถึงระดับพันล้านดอลลาร์หมดอายุในรอบนี้
สัญญาส่วนใหญ่ถูกซื้อขายบนแพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตขนาดใหญ่ เช่น Deribit ซึ่งเป็นตลาดออปชันคริปโตหลักของโลก
ตัวเลขสำคัญของตลาดออปชันช่วยสะท้อนมุมมองของนักลงทุนก่อนการหมดอายุของสัญญา
Bitcoin (BTC)
ค่า Put‑Call Ratio ที่ต่ำกว่า 1 หมายถึงจำนวนสัญญา Call มากกว่า Put เล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปตีความว่า ตลาดยังมีมุมมองเชิงบวก แต่ไม่ร้อนแรงมาก
Ethereum (ETH)
สำหรับ Ethereum อัตราส่วนใกล้ 1 มากกว่า แสดงให้เห็นว่าตลาดมี มุมมองค่อนข้างสมดุล ระหว่างการคาดการณ์ขึ้นและลง
คำว่า Max Pain หมายถึงระดับราคาที่ทำให้สัญญาออปชันหมดค่า (out of the money) มากที่สุด ซึ่งมักกลายเป็นจุดที่ราคามีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้เมื่อใกล้วันหมดอายุ
พฤติกรรมราคาก่อนและระหว่างการหมดอายุสะท้อนสิ่งที่นักเทรดเรียกว่า “การถูกดึงเข้าหา strike price”
เมื่อราคาเข้าใกล้ระดับเหล่านี้ การเฮดจ์ของผู้ดูแลสภาพคล่องและการเปิดรับความเสี่ยงแบบ gamma สามารถช่วย ลดความผันผวนระยะสั้น และทำให้ราคาถูก “ตรึง” ใกล้ระดับดังกล่าว
หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์นี้คือ ความคาดหวังต่อความผันผวนลดลง
ข้อมูลตลาดแสดงว่า
โดยทั่วไป เมื่อสัญญาจำนวนมากหมดอายุ แรงกดดันจากการเฮดจ์ในตลาดก็จะลดลง ทำให้ความผันผวนในระยะสั้นสงบลง
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนรายใหญ่เลือกใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงมากกว่าการเก็งกำไรทิศทางราคา
สัญญาณสำคัญ ได้แก่
โดยสรุป สถาบันและนักลงทุนรายใหญ่กำลังเน้น การปกป้องพอร์ตและบริหารความเสี่ยง มากกว่าการเปิดสถานะเดิมพันการขึ้นราคาครั้งใหม่
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์สอดคล้องกับสภาพตลาดโดยรวมในช่วงเวลาเดียวกัน
สภาพตลาดแบบนี้มักทำให้เหตุการณ์หมดอายุออปชัน ไม่สร้างแรงกระแทกราคาอย่างรุนแรง
แม้การหมดอายุวันที่ 22 พฤษภาคมจะผ่านไปอย่างเงียบ ๆ แต่ความสนใจของตลาดกลับย้ายไปยัง การหมดอายุรอบถัดไปปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามาก
เหตุผลที่การหมดอายุรอบใหญ่มีความสำคัญ ได้แก่
ดังนั้น เทรดเดอร์จำนวนมากจึงกำลังจับตาดูว่าหลังแรงเฮดจ์จากสัญญาเดิมหมดไปแล้ว ตลาดจะทะลุกรอบเดิมหรือยังคงเคลื่อนไหวในช่วงจำกัด
แม้จะมีมูลค่ามหาศาลถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์ แต่การหมดอายุออปชัน BTC และ ETH ในวันที่ 22 พฤษภาคมกลับเกิดขึ้นอย่างค่อนข้างสงบ ราคายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสำคัญ ความผันผวนลดลง และข้อมูลอนุพันธ์สะท้อนว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง ระมัดระวังและพักฐาน มากกว่าจะเป็นช่วงเก็งกำไรเชิงรุก
สัญญาณนี้บอกได้อย่างหนึ่งว่า ตลาดคริปโตในเวลานั้นกำลังเข้าสู่ ช่วง consolidation ที่ความผันผวนต่ำ และนักลงทุนกำลังรอปัจจัยใหม่ที่จะกำหนดทิศทางรอบต่อไป
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
วันที่ 22 พฤษภาคม มีสัญญาออปชัน Bitcoin และ Ethereum หมดอายุรวมราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็น BTC ประมาณ 21,000 สัญญา ( 1.6 พันล้านดอลลาร์) และ ETH ราว 129,000 สัญญา ( 280 ล้านดอลลาร์) [4][36]
วันที่ 22 พฤษภาคม มีสัญญาออปชัน Bitcoin และ Ethereum หมดอายุรวมราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็น BTC ประมาณ 21,000 สัญญา ( 1.6 พันล้านดอลลาร์) และ ETH ราว 129,000 สัญญา ( 280 ล้านดอลลาร์) [4][36] Bitcoin มี Put‑Call Ratio ประมาณ 0.66 และ Max Pain ใกล้ 78,500 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum มี Put‑Call Ratio ประมาณ 0.92 และ Max Pain ราว 2,200 ดอลลาร์ [4][36]
ข้อมูลอนุพันธ์ชี้ว่าความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ลดลง และนักลงทุนรายใหญ่ถือสถานะเชิงป้องกันมากขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นที่ระมัดระวังในตลาดคริปโต [4][1]