ระหว่างการติดตาม เรือของหน่วยยามฝั่งไต้หวันสังเกตเห็นถงจี้หย่อนสายเคเบิลหรือเชือกลงทะเล ซึ่งทางการสงสัยว่าเป็นการวางเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพื่อทำงานสำรวจอุทกวิทยา ต่อมาในวันที่ 11 พฤษภาคม หน่วยยามฝั่งไต้หวันกล่าวว่าได้ขัดขวางปฏิบัติการที่ระบุว่า “ผิดกฎหมาย” และผลักดันเรือลำดังกล่าวให้ออกจากพื้นที่
จุดสำคัญคือ รายงานสาธารณะระบุว่าเรืออยู่ใกล้เขตน่านน้ำจำกัดที่ไต้หวันควบคุม แต่ในตำแหน่งที่รายงานนั้นยังอยู่นอกเส้นเขตดังกล่าว ดังนั้นข้อกล่าวหาหลักจึงไม่ได้อยู่ที่การข้ามเส้นเขตน่านน้ำจำกัดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กิจกรรมสำรวจที่ถูกสงสัยว่าเกิดขึ้นใกล้ไต้หวัน ทั้งนี้ รายงานที่มีอยู่ยังไม่ได้แจกแจงฐานกฎหมายทั้งหมดที่หน่วยยามฝั่งใช้รองรับข้อกล่าวหา
ทางการไต้หวันอธิบายกิจกรรมที่สงสัยว่าเป็นการสำรวจอุทกวิทยาโดยไม่ได้รับอนุญาต จุดที่กระตุ้นการตอบสนองคือการเห็นเรือถงจี้หย่อนอุปกรณ์ลงทะเล ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่มองว่าอาจไม่ใช่การแล่นผ่านตามปกติ แต่เป็นการวางเครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูล
ข้อมูลอุทกวิทยาและข้อมูลสภาพใต้น้ำอาจมีความอ่อนไหวในข้อพิพาททางทะเล เพราะช่วยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมใต้ทะเล เช่น กระแสน้ำ พื้นทะเล หรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางเรือ รายงานเกี่ยวกับกิจกรรมเรือวิจัยจีนในลักษณะใกล้เคียงรอบไต้หวันเคยชี้ถึงขีดความสามารถของเรือบางลำ เช่น เซนเซอร์เสียง เรดาร์อากาศ การทำแผนที่พื้นมหาสมุทร และระบบใต้น้ำไร้คนขับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไทเปมักมองงานสำรวจบางประเภทว่าอาจมีมิติยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่เชิงวิชาการ
อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือข้อมูลสาธารณะที่อ้างถึงในขณะนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเรือถงจี้กำลังทำภารกิจทางทหารเฉพาะเจาะจง สิ่งที่ยืนยันได้จากรายงานคือ หน่วยยามฝั่งไต้หวันสงสัยว่ามีการสำรวจอุทกวิทยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และเข้าแทรกแซงบนฐานของข้อสงสัยนั้น
ภาพรวมของปฏิบัติการดูเหมือนเกิดขึ้นเป็นลำดับ เริ่มจากการตรวจพบเรือใกล้เอ๋อหลวนปี่ จากนั้นไต้หวันเฝ้าติดตามต่อเนื่อง 5 วัน ระหว่างนั้น เรือยามฝั่งเห็นเรือถงจี้หย่อนสายลงน้ำ จึงนำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการสำรวจ
ต่อมา หน่วยยามฝั่งไต้หวันระบุว่าใช้เรือหลายลำเข้าหยุดและเตือนเรือถงจี้ ขัดขวางปฏิบัติการที่สงสัย และบังคับให้เรือออกจากบริเวณดังกล่าว รายงานที่อ้าง Reuters ยังระบุว่าไต้หวันส่งเรือของตนเข้าตรวจสอบ หลังเห็นเรือจีนหย่อนเชือกลงทะเล
อย่างไรก็ดี รายงานสาธารณะไม่ได้ระบุชื่อเรือตรวจการณ์ของไต้หวันทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง หรือให้ลำดับเหตุการณ์แบบนาทีต่อนาที สิ่งที่เห็นชัดจากข้อมูลที่มีคือรูปแบบหลัก: ตรวจพบ เฝ้าติดตาม 5 วัน สังเกตพฤติกรรมที่สงสัยว่าเป็นการวางอุปกรณ์สำรวจ ส่งเรือยามฝั่งเข้าสกัด เตือน และเรือถงจี้ออกจากพื้นที่
เจ้าหน้าที่ไต้หวันมองเหตุเรือถงจี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางทะเลของจีนที่เพิ่มขึ้นใกล้ไต้หวัน คำว่า “พื้นที่สีเทา” ในบริบทนี้หมายถึงการกดดันหรือทดสอบอีกฝ่ายด้วยวิธีที่ยังไม่ถึงขั้นสงครามเปิด แต่ทำให้ไต้หวันต้องตอบสนอง ส่งเรือตรวจการณ์ เก็บหลักฐาน และยืนยันสิทธิทางทะเลของตนอยู่เรื่อย ๆ
เหตุถงจี้เข้ากรอบนี้ในอย่างน้อย 3 มิติ หนึ่ง คือเป็นเรือวิจัย ไม่ใช่เรือรบ จึงทำให้เหตุการณ์จัดประเภทได้ยากกว่าและลดโอกาสยกระดับเป็นวิกฤตโดยตรง สอง คือเกิดใกล้เส้นเขตน่านน้ำจำกัด ซึ่งการขยับเพียงเล็กน้อยก็มีนัยทางกฎหมายและการเมือง
และสาม ไต้หวันเคยรายงานเหตุเผชิญหน้าทางทะเลกับเรือวิจัยหรือเรือทางการจีนซ้ำ ๆ รวมถึงกรณีในปี 2568 ที่ไต้หวันระบุว่าได้ผลักดันเรือวิจัยจีน 2 ลำออกจากน่านน้ำทางเหนือของเกาะ
หน่วยยามฝั่งไต้หวันยังเคยกล่าวหาเรือยามฝั่งจีนและเรือรัฐบาลจีนอื่น ๆ ว่ามีการเข้าพื้นที่แบบประสานกันหรือก่อกวนใกล้เกาะรอบนอกที่ไต้หวันควบคุม เช่น จินเหมิน ตงอิ่น อูชิว และตงซา ในแถลงการณ์หนึ่ง หน่วยยามฝั่งไต้หวันกล่าวหาจีนแผ่นดินใหญ่ว่าใช้การลาดตระเวนบังคับใช้กฎหมายเป็นข้ออ้างสำหรับการก่อกวนในน่านน้ำของไต้หวันเป็นประจำ
ฉากหลังเหล่านี้ทำให้ไทเปอ่านเหตุถงจี้ในกรอบที่กว้างกว่าเรือวิจัยลำเดียว
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ครบถ้วน แหล่งข้อมูลหลักในขณะนี้มาจากคำแถลงของหน่วยยามฝั่งไต้หวัน สื่อไต้หวัน และรายงานที่อ้าง Reuters ยังไม่มีรายละเอียดคำชี้แจงจากรัฐบาลจีนเกี่ยวกับเหตุเรือถงจี้ในชุดข้อมูลนี้ และยังไม่มีการตรวจสอบอิสระว่าอุปกรณ์ที่หย่อนลงน้ำคืออะไร หรือมีการเก็บข้อมูลใดไปแล้วหรือไม่
ข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุดจึงควรจำกัดอยู่เท่านี้: หน่วยยามฝั่งไต้หวันสงสัยว่าเรือถงจี้ทำการสำรวจอุทกวิทยาโดยไม่ได้รับอนุญาตใกล้เอ๋อหลวนปี่ เฝ้าติดตามเรือลำนี้ 5 วัน เข้าสกัดและเตือนให้ออกจากพื้นที่ และมองเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันทางทะเลแบบพื้นที่สีเทาที่ไทเปกล่าวว่าจีนกำลังขยายรอบไต้หวัน
Comments
0 comments