การปล่อยเกิดขึ้นเวลา 18:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (17:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น) เมื่อจรวดสองขั้นทะยานขึ้นจากฐาน Starbase, Texas ด้วยพลังจาก เครื่องยนต์ Raptor เชื้อเพลิงมีเทน 33 ตัว ที่ติดตั้งบนบูสเตอร์ Super Heavy
เที่ยวบินนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการเปิดตัว Starship V3 ซึ่งเป็นการออกแบบใหม่ในหลายส่วน รวมถึงการใช้ เครื่องยนต์ Raptor 3 รุ่นล่าสุด และโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถปล่อยจรวดได้บ่อยขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ยังเป็น การปล่อย Starship ครั้งแรกจาก Launch Pad 2 ซึ่งเป็นแท่นปล่อยใหม่ที่ SpaceX สร้างขึ้นที่ Starbase เพื่อรองรับการขยายโปรแกรมในระยะยาว
ไม่กี่นาทีหลังปล่อย จรวดสามารถ แยกขั้นได้สำเร็จ โดยยาน Starship ส่วนบนเดินหน้าสู่เส้นทางสู่อวกาศ ขณะที่บูสเตอร์ Super Heavy เริ่มหมุนตัวกลับเพื่อเตรียมลงจอดจำลองใน อ่าวเม็กซิโก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงการกลับลง บูสเตอร์ประสบปัญหาเมื่อ เครื่องยนต์ไม่สามารถจุดติดอีกครั้งสำหรับการทำ "boostback burn" ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมการกลับลงสู่พื้นที่เป้าหมาย
แม้บูสเตอร์จะล้มเหลวในการกลับลง แต่ ยาน Starship ส่วนบนยังคงดำเนินภารกิจต่อได้
ระหว่างการไต่ระดับขึ้นสู่อวกาศ หนึ่งในหกเครื่องยนต์ Raptor ของยานดับลง แต่ยานยังคงเสถียรและสามารถไปถึงอวกาศได้ตามแผน
เมื่ออยู่ในอวกาศ ยานได้ดำเนินภารกิจสำคัญคือ การปล่อยเพย์โหลดทดสอบที่จำลองการปล่อยดาวเทียม Starlink ในอนาคต ได้แก่
ข้อมูลจากเพย์โหลดเหล่านี้ช่วยให้ SpaceX ตรวจสอบเทคโนโลยีสำหรับการปล่อยดาวเทียม Starlink รุ่นใหม่จำนวนมากในอนาคต
หลังเสร็จสิ้นภารกิจในอวกาศ Starship เริ่มเข้าสู่ขั้นตอน กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก และมุ่งหน้าสู่พื้นที่ลงจอดตามแผนใน มหาสมุทรอินเดีย
ยานสามารถทนต่อความร้อนจากการกลับเข้าสู่บรรยากาศและดำเนินโปรไฟล์การลงจอดตามแผนได้ แต่เมื่อกระแทกผิวน้ำ ยานเกิดการระเบิดระหว่างหรือหลังการตกกระแทกไม่นาน ส่งผลให้ภารกิจสิ้นสุดลง
แม้จะจบลงแบบนั้น เที่ยวบินยังคงพิสูจน์ความสามารถสำคัญหลายด้าน เช่น
การทดสอบครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในความพยายามครั้งแรก
SpaceX ตั้งเป้าเดิมไว้ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 แต่ต้องเลื่อนหลายครั้ง โดยความพยายามปล่อยเมื่อ 21 พฤษภาคม ถูกยกเลิกในช่วงท้ายของการนับถอยหลังเนื่องจากปัญหาระบบภาคพื้นดินที่หอปล่อยจรวด
หลังแก้ไขปัญหาและรีเซ็ตขั้นตอนนับถอยหลัง บริษัทจึงสามารถปล่อยจรวดได้สำเร็จในวันถัดมา คือ 22 พฤษภาคม 2026
แม้จะสูญเสียบูสเตอร์และยานจะถูกทำลายเมื่อจบภารกิจ แต่เที่ยวบินนี้ยังถูกมองว่า ประสบความสำเร็จในภาพรวม เพราะสามารถทดสอบองค์ประกอบใหม่จำนวนมากของสถาปัตยกรรม Starship V3 ได้
ระบบรุ่นใหม่นี้เป็นหัวใจของเป้าหมายใหญ่หลายอย่างของ SpaceX เช่น
นอกจากนี้การทดสอบยังเกิดขึ้นในช่วงที่ SpaceX กำลังเดินหน้าแผน เสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ซึ่งทำให้ความคืบหน้าของ Starship มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัทด้วย
เที่ยวบินแรกของ Starship V3 แสดงให้เห็นทั้งศักยภาพและความท้าทายของจรวดที่ทะเยอทะยานที่สุดของ SpaceX
จรวดสามารถขึ้นสู่อวกาศ ปล่อยเพย์โหลด และทดสอบระบบสำคัญได้สำเร็จ แต่ก็สูญเสียบูสเตอร์ระหว่างการกลับลง และจบภารกิจด้วยการระเบิดเมื่อยานตกสู่มหาสมุทร
สำหรับ SpaceX การทดสอบแต่ละครั้งคือข้อมูลล้ำค่าเพื่อปรับปรุงดีไซน์ และบทเรียนจาก Flight 12 จะถูกนำไปใช้พัฒนาเที่ยวบินถัดไป ซึ่งมีเป้าหมายทั้งการปล่อยดาวเทียม การลงจอดบนดวงจันทร์ และภารกิจมนุษย์สู่ดาวอังคารในอนาคต