การโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียในพื้นที่กรุงเคียฟดำเนินต่อเป็นวันที่สองเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ทำให้ประชาชนต้องลงหลุมหลบภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า การเดินทาง การทำงาน และการค้าขายหยุดชะงัก ขณะเดียวกันเป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่ที่บ้านเรือน แต่ยังรวมถึงคลังสินค้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้า ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลำเลียงอาหารและสินค้าทั่วประเทศ
9
12
ข้อมูลความเสียหายยังอยู่ระหว่างการรวบรวม และตัวเลขจากแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาที่รายงาน ภาพรวมที่ชัดเจนที่สุดคือรัสเซียกำลังใช้การโจมตีทางอากาศต่อเนื่องเพื่อกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้ชีวิตพลเรือนอ่อนล้า และเพิ่มแรงกดดันต่อระบบโลจิสติกส์กับพลังงานของยูเครน
เคียฟเผชิญสัญญาณเตือนภัยทางอากาศเป็นประวัติการณ์
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม กรุงเคียฟมีสัญญาณเตือนภัยทางอากาศ 13 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022 สัญญาณเตือนภัยกินเวลารวม 872 นาที หรือเกือบ 15 ชั่วโมง
14
คลื่นโดรนระลอกใหม่ในวันที่ 28 สิงหาคมทำให้ประชาชนต้องกลับเข้าหลุมหลบภัยหลายครั้งอีกครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในแคว้นเคียฟ ซึ่งเป็นพื้นที่โดยรอบเมืองหลวง รายงานแยกต่างหากว่ามีสัญญาณเตือนภัย 11 ครั้ง รวมเวลานานกว่า 14 ชั่วโมง สะท้อนว่าผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะใจกลางกรุงเคียฟ
19
23
กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตีแบบ Shahed จำนวน 164 ลำเข้าโจมตียูเครนในช่วงคืนวันที่ 28 สิงหาคม โดยประมาณครึ่งหนึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อนด้วยไอพ่น ตัวเลขนี้หมายถึงคลื่นการโจมตีในช่วงกลางคืน และไม่ควรถูกนับรวมเป็นยอดทั้งหมดของการโจมตีตลอดสองวัน
27
บ้าน อพาร์ตเมนต์ และคลังสินค้าถูกโจมตี
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การโจมตีวันที่สองสร้างความเสียหายแก่อาคารอพาร์ตเมนต์มากกว่าสิบแห่งและคลังเก็บสินค้าหลายจุดในแคว้นเคียฟ รายงานหนึ่งที่อ้างคำกล่าวของผู้ว่าการภูมิภาคระบุว่า คลังสินค้า 14 แห่ง บ้าน 16 หลัง และอาคารอพาร์ตเมนต์ 3 แห่งได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งรายนอกกรุงเคียฟ
9
12
การโจมตียังทำให้ต้องอพยพประชาชนและทำให้ภารกิจกู้ภัยในบางพื้นที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสียหายและค้นหาผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม
9
ความเสียหายมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจพอ ๆ กับความเสียหายทางกายภาพ การโจมตีคลังเก็บและศูนย์กระจายสินค้าสามารถทำให้การขนส่งอาหาร พัสดุ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมสะดุดได้ แม้ถนน ร้านค้า หรือโรงงานบางแห่งยังเปิดดำเนินการอยู่ก็ตาม
การโจมตีซ้ำเพิ่มความเสี่ยงให้ทีมกู้ภัย
หน่วยงานบริการฉุกเฉินแห่งรัฐของยูเครนรายงานว่า หลังการโจมตีระลอกแรกในช่วงกลางคืน แคว้นเคียฟถูกโจมตีเพิ่มเติมในเวลากลางวันอีก 28 ครั้ง นักดับเพลิงที่กำลังควบคุมเพลิงขนาดใหญ่ต้องหยุดงานและถอยออกจากพื้นที่ เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยครั้งใหม่ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเกิดการโจมตีซ้ำ
19
23
รูปแบบดังกล่าวบางครั้งถูกเรียกว่า “ดับเบิลแท็ป” (double-tap) หมายถึงการโจมตีครั้งที่สองหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่ระบุรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับคำนี้เป็นเหตุโจมตีศูนย์การค้าในเมืองครีวีรีห์ โดยโดรนระลอกที่สองโจมตีหลังระลอกแรกประมาณ 30 นาที ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ในพื้นที่
25
รายงานจากแคว้นเคียฟยืนยันว่ามีการโจมตีซ้ำและทีมกู้ภัยต้องทำงานท่ามกลางอันตราย แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเหตุโจมตีทุกครั้งในพื้นที่ดังกล่าวมีลำดับเดียวกับเหตุการณ์ที่ครีวีรีห์
Nova Poshta และระบบกระจายสินค้ากลายเป็นเป้าหมายสำคัญ
บริษัท Nova Poshta ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุของยูเครนระบุว่า การโจมตีของรัสเซียทำลายศูนย์กระจายสินค้าบางแห่งของบริษัท ความเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีคลังสินค้าของเครือค้าปลีกและองค์กรอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายกระจายสินค้าของประเทศ
1
7
ทาราส วีซอตสกี รัฐมนตรีเกษตรยูเครน ถูกสื่อรายงานว่า กล่าวว่าระบบโลจิสติกส์อาหารที่ดำเนินการโดยเครือค้าปลีกเสียหายราว 90% ตัวเลขนี้เป็นการประเมินอย่างรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ แต่ถ้อยคำมีความสำคัญ เพราะหมายถึงขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์อาหารของเครือค้าปลีก ไม่ได้หมายความว่าคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ทั้งหมดของยูเครนเสียหาย 90% และไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะไม่มีอาหาร
1
ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มีตัวเลขหลายชุด รายงานหนึ่งระบุว่ามีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของยูเครนในปี 2026 จาก 1.3% เหลือ 0.8% ขณะที่อีกรายงานระบุว่าปรับลดเหลือ 0.5%
48
56 ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าคาดการณ์ยังไม่เป็นข้อสรุปเดียวกันในรายงานที่มีอยู่
ทิศทางโดยรวมชัดเจนกว่า นั่นคือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โลจิสติกส์ ท่าเรือ และภาคอุตสาหกรรมกำลังกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการโจมตีคลังสินค้าระลอกล่าสุดเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุของการปรับลดคาดการณ์ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง
51
54
เคอร์ซอนเสี่ยงขาดไฟฟ้าและความร้อนก่อนฤดูหนาว
ผลกระทบจากการโจมตีขยายไปไกลกว่าศูนย์กลางโลจิสติกส์รอบกรุงเคียฟ โดยมีรายงานว่าระเบิดร่อนของรัสเซีย 4 ลูกทำลายอุปกรณ์ผลิตความร้อนและไฟฟ้าทั้งหมดของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในเมืองเคอร์ซอน ตามข้อมูลของ Naftogaz บริษัทพลังงานของรัฐยูเครน โรงไฟฟ้าแห่งนี้จ่ายความร้อนให้แก่อาคารที่พักอาศัยจำนวนมากในเมือง
46
55
ความเสียหายเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนไฟฟ้าและระบบทำความร้อนเมื่อฤดูหนาวปี 2026–27 ใกล้เข้ามา ยูเครนกำลังเผชิญภารกิจซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีก่อนหน้านี้อยู่แล้ว
57
ดังนั้น เหตุโจมตีเคอร์ซอนจึงมีความหมายมากกว่าการสูญเสียโรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียว เพราะเป็นการลดศักยภาพการผลิตไฟฟ้าและความร้อนในท้องถิ่น ในช่วงเวลาที่ทั้งประเทศกำลังแข่งกับเวลาเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานให้ทันฤดูหนาว
ยูเครนตอบโต้ด้วยการโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซีย
ยูเครนยังคงเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่าโดรนโจมตีโรงกลั่น Slavneft-YANOS ในแคว้นยาโรสลาฟล์ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 250 กิโลเมตร ผู้ว่าการภูมิภาคกล่าวในเวลาต่อมว่าสามารถดับไฟได้แล้ว ยูเครนยังระบุว่าโจมตีโรงกลั่น Bashneft-Novoil ในแคว้นบัชคอร์โตสถานด้วย
29
32
การโจมตีโรงกลั่นดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนเหตุโจมตีเคียฟวันที่ 28 สิงหาคม จึงเป็นบริบทของยุทธศาสตร์ตอบโต้มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกันโดยตรง ยูเครนพยายามเพิ่มต้นทุนให้โครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง อุตสาหกรรม และการทหารของรัสเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวหน้า
28
29
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีตั้งเป้าให้ยูเครนผลิตโดรนโจมตีระยะไกลได้วันละ 1,000 ลำ จากอัตราปัจจุบันที่รายงานว่าเฉลี่ยมากกว่า 300 ลำต่อวัน เป้าหมายดังกล่าวถูกประกาศควบคู่กับความพยายามพัฒนาระบบป้องกันโดรน Shahed แบบขับเคลื่อนด้วยไอพ่น และเพิ่มความถี่ในการโจมตีรัสเซีย
37
42
สิ่งที่การโจมตีต่อเนื่องสองวันสะท้อนให้เห็น
การโจมตีระหว่างวันที่ 27–28 สิงหาคมไม่ได้เป็นเพียงการถล่มย่านที่อยู่อาศัยของเคียฟ แต่เป็นการโจมตีที่ผสมผสานการทำให้เมืองหยุดชะงักเป็นเวลานาน เข้ากับการโจมตีระบบจัดเก็บสินค้า การขนส่ง และพลังงาน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ประชาชน ธุรกิจ และบริการสาธารณะยังดำเนินต่อไปได้
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดจึงแคบกว่าคำกล่าวอ้างบางส่วนในช่วงแรก: การโจมตีด้วยโดรนวันที่สองสร้างความเสียหายที่มีการยืนยันแล้ว และมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งรายในแคว้นเคียฟ ขณะที่การโจมตีซ้ำทำให้งานกู้ภัยมีความเสี่ยงมากขึ้น
รายงานเรื่องความเสียหายวงกว้างต่อระบบโลจิสติกส์และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวชี้ให้เห็นผลกระทบในระดับมหภาค แต่ขนาดความเสียหายที่แน่นอนและผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการประเมินใหม่ ส่วนแผนเพิ่มการผลิตโดรนโจมตีระยะไกลเป็นวันละ 1,000 ลำบ่งชี้ว่าเคียฟคาดว่าสงครามทางอากาศและการแข่งขันเพื่อควบคุมโครงสร้างพื้นฐานจะรุนแรงขึ้น