ก่อนการโจมตีไม่นาน กองทัพอากาศยูเครนได้เตือนผ่านช่องทางสื่อสารว่ารัสเซียอาจยิง ขีปนาวุธ Oreshnik ทำให้การเตือนภัยทางอากาศมีความเร่งด่วนมากขึ้นในช่วงเวลาที่การโจมตีกำลังเกิดขึ้น
ก่อนการโจมตีเพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในยูเครนและสหรัฐได้ออกคำเตือนต่อสาธารณะ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวว่าหน่วยข่าวกรองยูเครนได้รับข้อมูลจากพันธมิตร รวมถึงสหรัฐและยุโรป ว่ารัสเซียอาจกำลังเตรียม การโจมตีแบบผสมที่อาจใช้ขีปนาวุธ Oreshnik ร่วมด้วย
ในช่วงเวลาใกล้กัน สถานทูตสหรัฐในเคียฟ ได้ออกประกาศเตือนด้านความปลอดภัย ระบุว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับ "การโจมตีทางอากาศที่อาจมีความสำคัญ" ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง พร้อมแนะนำให้ชาวอเมริกันในยูเครนเตรียมหาที่หลบภัยทันทีหากมีการเปิดไซเรนเตือนภัย
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา การโจมตีขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นจริงตามคำเตือนดังกล่าว
Oreshnik เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางแบบบอลลิสติกของรัสเซีย (Intermediate‑Range Ballistic Missile หรือ IRBM) ที่ออกแบบมาสำหรับการโจมตีระยะไกลด้วยความเร็วสูง นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเชื่อว่ามันมีความเกี่ยวข้องหรือพัฒนาต่อยอดมาจากระบบขีปนาวุธ RS‑26 Rubezh ของรัสเซีย
คุณลักษณะที่นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมกล่าวถึง ได้แก่
ขีปนาวุธชนิดนี้ถูกใช้ในสนามรบครั้งแรกเมื่อ พฤศจิกายน 2024 ในการโจมตีเมืองดนีโปรของยูเครน ซึ่งทำให้ทั่วโลกหันมาจับตาศักยภาพของอาวุธชนิดนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่าขีปนาวุธชนิดนี้มีความอันตรายด้วยหลายเหตุผล
ประการแรกคือ ความเร็วสูงมากและเส้นทางการบินแบบบอลลิสติก ทำให้ฝ่ายป้องกันมีเวลาเพียงเล็กน้อยในการตรวจจับ ติดตาม และสกัดกั้น
ประการที่สองคือความสามารถ ปล่อยหัวรบหลายลูก (MIRV) ซึ่งทำให้ระบบป้องกันต้องรับมือกับหลายเป้าหมายพร้อมกัน เพิ่มความซับซ้อนในการสกัดกั้น
อีกประเด็นหนึ่งคือขีปนาวุธนี้ สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ ดังนั้นแม้จะใช้หัวรบแบบธรรมดา การยิงก็อาจถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์หรือการยกระดับความตึงเครียดต่อยูเครนและประเทศ NATO
การโจมตีวันที่ 24 พฤษภาคมไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มการโจมตีทางอากาศของรัสเซียที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า รัสเซียได้เปิดการโจมตีด้วย โดรนและขีปนาวุธจำนวนมาก ต่อยูเครน รวมถึงการโจมตีต่อเนื่องสองวันที่เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
การโจมตีเหล่านี้มักมุ่งเป้าไปที่เมืองใหญ่ เช่น เคียฟ และโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออาคารที่อยู่อาศัยและมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายครั้ง
การโจมตีเคียฟในวันที่ 24 พฤษภาคม เป็นการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ที่ใช้ทั้งโดรนและขีปนาวุธ และเกิดขึ้นหลังจากมีการเตือนล่วงหน้าจากยูเครนและสหรัฐ ความกังวลหลักอยู่ที่ความเป็นไปได้ในการใช้ ขีปนาวุธ Oreshnik ซึ่งมีความเร็วสูง ปล่อยหัวรบหลายลูก และสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ ทำให้มันเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศรับมือได้ยากที่สุด
ในบริบทของสงครามที่การโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่เกิดขึ้นถี่ขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าอาวุธขั้นสูงเช่น Oreshnik อาจมีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปฏิบัติการทางทหารและการส่งสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ในความขัดแย้งนี้
Comments
0 comments