การทดลองในคลังสินค้าของ Figure AI ที่เมืองซันนีเวลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกออกแบบให้เป็นเหมือน “บททดสอบความอึด” ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์: พวกมันจะสามารถทำงานต่อเนื่องหลายวัน คัดแยกพัสดุด้วยความเร็วเท่ามนุษย์ และทำงานได้โดยอัตโนมัติจริงหรือไม่
คำตอบจากการทดสอบครั้งนี้คือ เกือบจะทำได้แล้ว
รายงานและข้อมูลจากบริษัทระบุว่า หุ่นยนต์ F.03 ทำงานต่อเนื่องประมาณ 200 ชั่วโมง และคัดแยกพัสดุได้เกือบ 250,000 ชิ้น โดยไม่เกิดความเสียหายของฮาร์ดแวร์ และยังรักษาความเร็วใกล้กับแรงงานมนุษย์ในคลังสินค้าได้อีกด้วย
การทดลองนี้ถูกถ่ายทอดสด และยังมีการแข่งขันแบบ มนุษย์ vs หุ่นยนต์ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดของความสามารถหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในงานโลจิสติกส์จริง
การทดลองจัดขึ้นที่ศูนย์ของ Figure AI ในเมืองซันนีเวลล์ เดิมทีตั้งใจให้เป็นการสาธิตสั้น ๆ แต่สุดท้ายถูกขยายเป็นการทดสอบความทนทานหลายวัน
ผลลัพธ์สำคัญที่รายงาน ได้แก่
บางรายงานระบุจำนวนสุดท้ายที่ 249,558 ชิ้น หรือประมาณ 249,560 ชิ้น ซึ่งทำให้ตัวเลข “เกือบ 250,000 ชิ้น” ถูกใช้อย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม มีรายงานหนึ่งที่กล่าวว่าหุ่นยนต์จัดการพัสดุได้เพียง 149,000+ ชิ้น ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขระหว่างการถ่ายทอดสดอาจมีความคลาดเคลื่อนบางส่วน
แม้จะมีความต่างของตัวเลข แต่การที่หุ่นยนต์สามารถทำงานต่อเนื่อง นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ของงานคลังสินค้าแบบจริง โดยไม่มีการควบคุมระยะไกลหรือเครื่องพัง ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
ตัวชี้วัดหลักของการทดลองคือ ปริมาณงานต่อเวลา (throughput)
Figure AI ระบุว่าระบบคัดแยกพัสดุของบริษัทสามารถทำความเร็วระดับ “เทียบเท่ามนุษย์” ได้ โดยใช้เวลาน้อยกว่า 3 วินาทีต่อพัสดุหนึ่งชิ้น ซึ่งใกล้เคียงกับพนักงานคลังสินค้าที่ทำงานในกะจริง
ขั้นตอนงานที่หุ่นยนต์ต้องทำมีลักษณะเหมือนงานโลจิสติกส์ทั่วไป เช่น
การรักษาความเร็วเฉลี่ยประมาณ 3 วินาทีต่อชิ้น ตลอดหลายแสนชิ้น แสดงว่าหุ่นยนต์สามารถทำงานในระดับการผลิตจริง ไม่ใช่แค่เดโมสั้น ๆ
หัวใจของระบบคือ AI ภายในบริษัทชื่อ Helix‑02
Helix‑02 ถูกอธิบายว่าเป็นโมเดลแบบ Vision‑Language‑Action (VLA) ซึ่งรวมการรับรู้ การตีความคำสั่ง และการควบคุมร่างกายไว้ในสถาปัตยกรรมเดียว แทนที่จะใช้ซอฟต์แวร์หลายโมดูลแยกกัน
แนวคิดคือให้ระบบเรียนรู้การแปลงข้อมูลจากกล้องและเซ็นเซอร์โดยตรงไปเป็นการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ หรือที่บางครั้งเรียกว่า “pixels‑to‑actions”
สิ่งที่ระบบนี้ช่วยให้หุ่นยนต์ทำได้ เช่น
ในงานคลังสินค้า นั่นหมายถึงการรับมือกับพัสดุหลายรูปแบบ ตั้งแต่กล่องแข็ง ซองเอกสาร ไปจนถึงถุงพลาสติก โดยปรับวิธีจับหรือพลิกพัสดุให้สแกนบาร์โค้ดได้ถูกต้อง
เพื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์จริง บริษัทได้จัดการแข่งขัน 10 ชั่วโมง ระหว่างหุ่นยนต์ F.03 กับเด็กฝึกงานของบริษัทชื่อ Aime
ทั้งสองฝ่ายได้รับงานเดียวกัน: สแกนพัสดุและวางลงสายพาน
ผลลัพธ์ออกมาสูสีอย่างมาก
มนุษย์ชนะเพียง 192 ชิ้น หรือประมาณ 1.3% ของงานทั้งหมด
กล่าวอีกแบบคือ หุ่นยนต์ทำงานเกือบเท่าคน แต่ยังไม่เร็วพอจะชนะในการแข่งขันกะเดียว
ในอดีต หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มักถูกสาธิตเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง แต่การทดลองครั้งนี้ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
1. ความทนทานของระบบ
การทำงานต่อเนื่อง 200 ชั่วโมง แสดงว่าฮาร์ดแวร์และระบบควบคุมเริ่มรองรับการทำงานยาวแบบอุตสาหกรรมได้
2. ประสิทธิภาพใกล้มนุษย์
ความเร็วราว 3 วินาทีต่อพัสดุ ทำให้หุ่นยนต์เริ่มเข้าใกล้ผลผลิตของแรงงานจริง
3. การทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ
รายงานระบุว่าหุ่นยนต์ทำงานโดย ไม่มีการควบคุมจากมนุษย์ระยะไกล ซึ่งหมายถึง AI จัดการการรับรู้และการเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนใหญ่ยังมาจาก การสาธิตที่บริษัทจัดขึ้นเอง ไม่ใช่การใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่จากองค์กรภายนอก
ดังนั้น การทดลองนี้จึงควรถูกมองว่าเป็น สัญญาณของความก้าวหน้า มากกว่าหลักฐานว่าหุ่นยนต์พร้อมแทนที่แรงงานในคลังสินค้าทันที
แต่เมื่อดูจากผลการแข่งขันที่ต่างกันเพียงเสี้ยววินาทีต่อพัสดุ ช่องว่างระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ในงานโลจิสติกส์ดูเหมือนจะ เล็กลงอย่างรวดเร็ว.
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
หุ่นยนต์ F.03 ของ Figure AI ทำงานอัตโนมัติราว 200 ชั่วโมงในคลังสินค้าที่ซันนีเวลล์ คัดแยกพัสดุเกือบ 250,000 ชิ้นโดยไม่เกิดความเสียหายของฮาร์ดแวร์ และทำความเร็วใกล้มนุษย์ประมาณ 3 วินาทีต่อชิ้น [2][7][9]
หุ่นยนต์ F.03 ของ Figure AI ทำงานอัตโนมัติราว 200 ชั่วโมงในคลังสินค้าที่ซันนีเวลล์ คัดแยกพัสดุเกือบ 250,000 ชิ้นโดยไม่เกิดความเสียหายของฮาร์ดแวร์ และทำความเร็วใกล้มนุษย์ประมาณ 3 วินาทีต่อชิ้น [2][7][9] ระบบ AI ที่อยู่เบื้องหลังคือ Helix‑02 ซึ่งเป็นโมเดลแบบ vision‑language‑action ที่รวมการมองเห็น การตีความ และการควบคุมร่างกายของหุ่นยนต์ไว้ในเครือข่ายเดียว [19][52]
ในการแข่งขัน 10 ชั่วโมงกับเด็กฝึกงานมนุษย์ หุ่นยนต์แพ้เพียง 192 ชิ้น แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพเริ่มเข้าใกล้มนุษย์ในงานคลังสินค้า [10][41][44]
Loading comments...
Comments
0 comments