การปล่อยจรวด New Glenn เมื่อ 19 เมษายน 2026 ต้องถูก FAA สั่งหยุดบิน หลังเครื่องยนต์ขั้นบนให้แรงขับไม่พอ ทำให้ดาวเทียม BlueBird 7 ของ AST SpaceMobile ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรที่ต่ำเกินไปและใช้งานไม่ได้ ความผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างการเผาไหม้ของขั้นบน GS2 เมื่อเครื่องยนต์ BE‑3U หนึ่งตัวทำงานต่ำกว่าที่คาด ขณะที่ขั้นแรกกลับสร...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened during Blue Origin’s April launch of the New Glenn mega‑rocket that caused the FAA to ground it, what technical issue with the. Article summary: Blue Origin’s April New Glenn launch was grounded by the FAA after the rocket’s upper stage failed to deliver AST SpaceMobile’s commercial satellite to its intended orbit, triggering an investigation and a launch morator. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Blue Origin’s reused first stage hit its targets, but New Glenn’s upper stage did not. The third flight of Blue Origin’s heavy-lift New Glenn launcher began Sunday with the company" source context "Blue Origin's rocket reuse achievement marred by upper stage failure" Reference image 2: visual subject "# FAA groun
จรวดขนาดใหญ่ New Glenn ของ Blue Origin สร้างทั้งความสำเร็จครั้งสำคัญและความล้มเหลวครั้งใหญ่ในภารกิจเดียวกันเมื่อเดือนเมษายน 2026 การปล่อยครั้งนั้นสามารถนำบูสเตอร์กลับมาใช้ซ้ำได้เป็นครั้งแรก แต่ความผิดพลาดของขั้นจรวดตอนบนทำให้ไม่สามารถนำส่งดาวเทียมเชิงพาณิชย์ไปยังวงโคจรที่ถูกต้อง ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลการบินของสหรัฐฯ (FAA) สั่งระงับการบินชั่วคราวและเปิดการสอบสวนทันที
หลังจากตรวจสอบสาเหตุและดำเนินมาตรการแก้ไขแล้ว FAA ได้อนุญาตให้ New Glenn กลับมาปล่อยจรวดได้อีกครั้ง
จรวด New Glenn ถูกปล่อยจากฐานปล่อย Cape Canaveral Space Force Station ในรัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2026 โดยบรรทุกดาวเทียมสื่อสาร BlueBird 7 ของบริษัท AST SpaceMobile
ช่วงต้นของภารกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น โดย บูสเตอร์ขั้นแรกที่เคยบินมาก่อนแล้วหนึ่งครั้งสามารถกลับมาลงจอดบนแพลตฟอร์มในมหาสมุทรของ Blue Origin ได้สำเร็จ นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทนำบูสเตอร์ของ New Glenn กลับมาใช้ซ้ำได้จริง
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของภารกิจกลับล้มเหลว
ระหว่างการทำงานของขั้นจรวดตอนบน ดาวเทียมถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรที่ ไม่เป็นไปตามแผนและมีระดับความสูงต่ำเกินไป ทำให้ไม่สามารถใช้ปฏิบัติภารกิจได้
ท้ายที่สุด ดาวเทียม BlueBird 7 ต้องถูกสั่งให้ลดวงโคจรและเผาไหม้กลับสู่ชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งเท่ากับการสูญเสียเพย์โหลดของภารกิจนี้
ข้อมูล telemetry ในช่วงแรกชี้ไปที่ปัญหาระหว่างการเผาไหม้สำคัญของ ขั้นบน GS2 ซึ่งใช้เครื่องยนต์สูญญากาศ BE‑3U
การสอบสวนพบว่า เครื่องยนต์ BE‑3U หนึ่งตัวให้แรงขับไม่เพียงพอระหว่างการเผาไหม้ช่วงสำคัญ ส่งผลให้จรวดไม่สามารถเข้าสู่วงโคจรตามแผนได้
Blue Origin ระบุในภายหลังว่า ขั้นบนของจรวดประสบกับ “สภาวะความร้อนที่ผิดปกติ” (off‑nominal thermal condition) ซึ่งทำให้เครื่องยนต์หนึ่งตัวผลิตแรงขับต่ำกว่าที่คาดไว้
เมื่อแรงขับไม่เพียงพอ จรวดจึงไม่สามารถทำการปรับวงโคจรขั้นสุดท้ายได้ ส่งผลให้ดาวเทียมถูกปล่อยในระดับวงโคจรที่ ต่ำเกินกว่าจะดำเนินภารกิจได้
สำนักงานการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ FAA จัดเหตุการณ์นี้เป็น "launch mishap" หรืออุบัติเหตุในการปล่อยจรวด ซึ่งตามกฎจะต้องมีการสอบสวนก่อนที่ยานจะได้รับอนุญาตให้บินอีกครั้ง
ภายใต้กฎระเบียบของสหรัฐ ผู้ให้บริการปล่อยจรวดต้อง:
จนกว่า FAA จะอนุมัติรายงานและมาตรการเหล่านั้น การปล่อยจรวดทั้งหมดจะถูกระงับชั่วคราว
Blue Origin ระบุว่าการสอบสวนของบริษัทสามารถระบุ สาเหตุโดยตรงของปัญหาขั้นบน ได้ และนำไปสู่ มาตรการแก้ไขทั้งหมด 7 รายการ ก่อนที่ FAA จะอนุญาตให้กลับมาบิน
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคของมาตรการทั้งเจ็ดต่อสาธารณะ โดยรายงานเพียงว่าการปรับปรุงเหล่านี้มุ่งแก้ปัญหาที่ทำให้เครื่องยนต์ให้แรงขับต่ำและส่งผลต่อประสิทธิภาพของขั้นบน
หลังจาก FAA ตรวจสอบผลการสอบสวนและมาตรการแก้ไขแล้ว หน่วยงานจึงอนุญาตให้ New Glenn กลับมาปฏิบัติการได้อีกครั้ง
แม้ดาวเทียมจะสูญเสียไป แต่ภารกิจนี้ยังสร้างก้าวสำคัญทางเทคโนโลยี
Blue Origin สามารถ นำบูสเตอร์ New Glenn ที่เคยบินแล้วกลับมาใช้ซ้ำ และลงจอดบนแพลตฟอร์มกลางมหาสมุทรได้สำเร็จ เป็นครั้งแรก
แนวคิดการนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำเป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนการปล่อยจรวดและเพิ่มความถี่ในการปล่อย ซึ่งเป็นโมเดลที่ SpaceX พิสูจน์แล้วกับ Falcon 9
การอนุญาตของ FAA มีความสำคัญต่อแผนเชิงพาณิชย์ของ Blue Origin อย่างมาก
ก่อนเกิดเหตุ บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มความถี่การปล่อยจรวด New Glenn อย่างมาก และอาจทำได้ถึงประมาณ 12 ภารกิจภายในปี 2026
การถูกสั่งหยุดบินชั่วคราวจึงเสี่ยงทำให้แผนดังกล่าวสะดุด แต่เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นและได้รับอนุญาตให้กลับมาบิน บริษัทก็สามารถเดินหน้าทดสอบและให้บริการปล่อยดาวเทียมต่อไปได้
ภารกิจ New Glenn เดือนเมษายน 2026 แสดงให้เห็นทั้งศักยภาพและความท้าทายของระบบปล่อยจรวดรุ่นใหม่
จรวดสามารถพิสูจน์ความสามารถในการ นำบูสเตอร์ขนาดใหญ่กลับมาใช้ซ้ำได้จริง แต่ปัญหา แรงขับของเครื่องยนต์ขั้นบน ทำให้ภารกิจหลักล้มเหลว
หลังการสอบสวนตามข้อกำหนดของ FAA และการดำเนินมาตรการแก้ไข New Glenn จึงได้รับอนุญาตให้กลับมาบินอีกครั้ง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Blue Origin ในการแข่งขันตลาดปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ระดับโลก
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
การปล่อยจรวด New Glenn เมื่อ 19 เมษายน 2026 ต้องถูก FAA สั่งหยุดบิน หลังเครื่องยนต์ขั้นบนให้แรงขับไม่พอ ทำให้ดาวเทียม BlueBird 7 ของ AST SpaceMobile ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรที่ต่ำเกินไปและใช้งานไม่ได้
การปล่อยจรวด New Glenn เมื่อ 19 เมษายน 2026 ต้องถูก FAA สั่งหยุดบิน หลังเครื่องยนต์ขั้นบนให้แรงขับไม่พอ ทำให้ดาวเทียม BlueBird 7 ของ AST SpaceMobile ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรที่ต่ำเกินไปและใช้งานไม่ได้ ความผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างการเผาไหม้ของขั้นบน GS2 เมื่อเครื่องยนต์ BE‑3U หนึ่งตัวทำงานต่ำกว่าที่คาด ขณะที่ขั้นแรกกลับสร้างความสำเร็จด้วยการนำบูสเตอร์ที่เคยใช้แล้วกลับมาใช้และลงจอดได้สำเร็จ
หลังการสอบสวนและดำเนินมาตรการแก้ไข 7 รายการ FAA อนุญาตให้ New Glenn กลับมาบินได้อีกครั้ง เปิดทางให้ Blue Origin เดินหน้าตามแผนเพิ่มจำนวนการปล่อยจรวดในปี 2026