เช่นเดียวกับผลงานหลายเรื่องของ Dupieux พล็อตของ Full Phil เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ก่อนจะค่อย ๆ แปลกขึ้นเรื่อย ๆ
เรื่องราวติดตาม Philip Doom นักธุรกิจอเมริกันผู้มั่งคั่งที่เดินทางไป ปารีส พร้อมลูกสาวที่ห่างเหินกันมานานชื่อ Madeleine เพื่อพยายามซ่อมความสัมพันธ์ของทั้งคู่
แต่ทริปพักผ่อนใน ห้องสวีตหรูของโรงแรม กลับเริ่มวุ่นวาย เมื่อปัจจัยแปลก ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น
ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ ภาษาอังกฤษที่เด่นที่สุดของ Dupieux และดึงดูดความสนใจจากสื่อเพราะมีนักแสดงชื่อดังหลายคนร่วมแสดง
นักแสดงหลักประกอบด้วย
Harrelson และ Stewart ยังปรากฏตัวบนพรมแดงของ Cannes ในคืนพรีเมียร์ ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในรอบฉายที่ถูกพูดถึงในวันนั้น
แม้ผู้ชมในโรงจะตอบรับอย่างคึกคัก แต่ เสียงวิจารณ์ช่วงแรกจากนักวิจารณ์ค่อนข้างหลากหลาย
สื่ออย่าง Le Monde มองว่าหนังเป็นการเผชิญหน้าระหว่างพ่อกับลูกสาวที่ค่อย ๆ กลายเป็นเกมดราม่าแบบบ้าคลั่งในสไตล์ของผู้กำกับ
ขณะที่รีวิวบางส่วนมองว่าหนังยังคงใช้โทน ไร้เหตุผลและเหนือจริงแบบตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้คนดูบางกลุ่มสนุกมาก แต่บางกลุ่มอาจรู้สึกงงหรือไม่เข้าถึง
ความเห็นที่แตกแบบนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผลงานของ Dupieux เพราะหนังของเขามักสร้าง ฐานแฟนเฉพาะกลุ่ม และกระตุ้นการถกเถียงเสมอ
ในเทศกาล Cannes ความยาวของเสียงปรบมือมักถูกพูดถึงมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของหนังเสมอไป
โดยทั่วไป
ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์อย่าง Pan’s Labyrinth เคยได้รับเสียงปรบมือยาวประมาณ 22 นาที ซึ่งยังเป็นหนึ่งในสถิติที่ยาวที่สุดของเทศกาล
เมื่อเทียบกับมาตรฐานนี้ Full Phil จึงถือว่าได้รับการต้อนรับ ในระดับกลางของเทศกาล — ไม่ได้ทำลายสถิติ แต่ก็ยังสร้างบรรยากาศคึกคักและได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก
โดยรวมแล้ว การเปิดตัวของ Full Phil ที่ Cannes ทำให้หนังถูกมองว่าเป็น ผลงานสไตล์ Dupieux อย่างแท้จริง: แปลก ประหลาด มีดาราดัง และสร้างเสียงถกเถียงทันทีหลังฉาย
แม้คำวิจารณ์จะยังไม่เป็นเอกฉันท์ แต่เสียงปรบมือจากผู้ชมและความสนใจจากสื่อก็ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในรอบฉายที่ถูกพูดถึงของ Cannes ปีนั้น และยังต้องรอดูต่อไปว่ากระแสจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อหนังออกฉายในวงกว้างนอกเทศกาล
Comments
0 comments