ทำเนียบขาวนำเสนอสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นสัญญาณความคืบหน้า และทรัมป์เรียกมันว่าเป็น "ดีลการค้าที่ยอดเยี่ยม"
แต่หลายมาตรการยังไม่ได้กลายเป็นสัญญาที่ลงนามจริงหรือข้อผูกพันทางกฎหมาย จึงดูเหมือนเป็นเพียงกรอบการเจรจามากกว่าข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์
เจ้าหน้าที่และนักวิเคราะห์จีนใช้คำว่า “preliminary” (เบื้องต้น) เพราะรายละเอียดสำคัญหลายอย่างยังไม่ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น การซื้อสินค้าเกษตรหรือเครื่องบินจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่สหรัฐประกาศนั้น ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากฝั่งปักกิ่งในทันที นอกจากนี้สถานะของการพักรบทางภาษีและขอบเขตของการลดภาษียังไม่แน่นอนหลังการประชุม
ในทางการทูต ข้อตกลงจะถือว่าสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการกำหนดปริมาณสินค้า ลงนามในสัญญา และประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในซัมมิตจึงถูกมองว่าเป็นเพียง ความเข้าใจร่วมทางการเมือง มากกว่าข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้ทันที
แม้การค้าจะเป็นหัวข้อหลักของการประชุม แต่ประเด็นที่สร้างกระแสวิจารณ์มากที่สุดกลับเป็นเรื่อง ไต้หวัน
หลังพบกับสี จิ้นผิง ทรัมป์กล่าวว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าการขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ หรือไม่ แม้แพ็กเกจดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสแล้ว
คำพูดดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลในไต้หวันทันที เพราะไต้หวันพึ่งพาการซื้ออาวุธจากสหรัฐอย่างมากเพื่อสร้างการยับยั้งทางทหารต่อจีน ซึ่งถือว่าเกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีนและคัดค้านการขายอาวุธจากสหรัฐมาโดยตลอด
การพูดถึงดีลอาวุธในฐานะ “ตัวต่อรอง” ทำให้เกิดความกลัวว่า ความมั่นคงของไต้หวันอาจถูกนำไปแลกกับข้อตกลงทางการทูตหรือการค้าระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าวิธีคิดแบบนี้อาจบั่นทอนนโยบายระยะยาวของสหรัฐที่สนับสนุนให้ไต้หวันสามารถป้องกันตัวเองได้ แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
เนื่องจากประเด็นไต้หวันถูกมองว่าเป็นหัวข้อที่อ่อนไหวที่สุดในความสัมพันธ์จีน–สหรัฐ แม้แต่สัญญาณที่คลุมเครือเกี่ยวกับจุดยืนของวอชิงตันก็สามารถทำให้ไทเปและพันธมิตรในภูมิภาคเกิดความกังวลได้ทันที
โดยสรุป การประชุม Trump–Xi ที่ปักกิ่งให้ผลลัพธ์เชิงสัญลักษณ์และการเมืองมากกว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ชัดเจน ข้อตกลงทางการค้าส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงกรอบความร่วมมือในอนาคต ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมจีนจึงเรียกผลลัพธ์ว่า “เบื้องต้น”
ขณะเดียวกัน คำพูดของทรัมป์เกี่ยวกับการใช้ดีลอาวุธไต้หวันเป็นเครื่องต่อรองได้บดบังข่าวด้านเศรษฐกิจ และจุดคำถามใหม่เกี่ยวกับทิศทางนโยบายของสหรัฐต่อไต้หวันในบริบทการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีน
Comments
0 comments