แต่สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงสนับสนุน แผนนี้จุดชนวนแรงต่อต้านจากองค์กรฟุตบอลระดับทวีปอย่างรวดเร็ว จนภายในเวลาเพียง 5 วัน FIFA ต้องยกเลิกข้อเสนอ ขณะที่ตำแหน่งผู้นำของ Infantino เผชิญแรงกดดันครั้งหนักที่สุดนับตั้งแต่เขารับตำแหน่งในปี 2016
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 หนังสือพิมพ์ The Times ของอังกฤษรายงานว่า FIFA กำลังพิจารณาจัดตั้งนิติบุคคลเชิงพาณิชย์แยกออกจากโครงสร้างองค์กรไม่แสวงกำไรของตนเอง หลังจากนั้น FIFA ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการสำรวจแนวคิดที่จะรวมสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของ FIFA เข้ากับการดำเนินงานจัดการแข่งขันผ่านบริษัท FFE
รายละเอียดสำคัญของข้อเสนอมีดังนี้
หนึ่งในผู้ลงทุนหลักที่ถูกระบุชื่อคือ Thrive Eternal ซึ่งเป็นเครื่องมือการลงทุนที่จัดตั้งโดย Joshua Kushner น้องชายของ Jared Kushner บุตรเขยของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump นอกจากนี้ J.P. Morgan ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับดีลนี้ด้วย
Infantino นำเสนอแผนดังกล่าวในฐานะ “โอกาสด้านเงินทุนที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร” สำหรับสมาคมสมาชิก FIFA ทั้ง 211 แห่ง โดยแต่ละสมาคมจะได้รับเงินครั้งเดียว 20 ล้านดอลลาร์หากข้อเสนอได้รับอนุมัติ จดหมายที่ส่งถึงสมาคมสมาชิกกำหนดเส้นตายวันที่ 19 กันยายน พร้อมระบุว่าหากไม่รับข้อเสนอ อาจพลาดแพ็กเกจเงินทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์
ปฏิกิริยาจาก UEFA องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลยุโรปเกิดขึ้นทันทีในวันเดียวกับที่แผนถูกเปิดเผย UEFA ระบุว่า “สิ่งนี้ไม่ใช่ของ FIFA ที่จะนำไปขาย พวกเราไม่มีใครเป็นเจ้าของฟุตบอล”
UEFA เรียกประชุมฉุกเฉินสมาคมสมาชิกทั้ง 55 แห่งในวันที่ 30 กรกฎาคม เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน โดยหนึ่งในทางเลือกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการ บอยคอตการแข่งขันทั้งหมดของ FIFA รวมถึงฟุตบอลโลก
ข้อคัดค้านหลักไม่ได้มีเพียงเรื่องการเปิดทางให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการตัดสินใจของ FIFA ซึ่ง UEFA มองว่าเกิดขึ้นโดยขาดการปรึกษาหารือกับสมาคมสมาชิกอย่างเพียงพอ
วันที่ 30 กรกฎาคม UEFA จัดประชุมออนไลน์ฉุกเฉินและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า สมาคมฟุตบอลยุโรปทั้ง 55 แห่งจะ ไม่เข้าร่วมการแข่งขันของ FIFA ทุกรายการ หาก Infantino เดินหน้ากับแผนดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลโลกชาย ฟุตบอลโลกหญิง ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หรือรายการอื่น ๆ
UEFA ระบุว่า “UEFA และสมาคมฟุตบอลแห่งชาติของเราจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันของ FIFA” พร้อมย้ำว่า ตราบใดที่ยุโรปยังมีเสียง ฟุตบอลโลกจะไม่มีวันถูกนำไปขาย
วันเดียวกัน CONCACAF ซึ่งกำกับดูแลฟุตบอลในอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน และมีสมาคมสมาชิก 41 แห่ง ก็จัดประชุมฉุกเฉินและปฏิเสธข้อเสนอของ FIFA อย่างเป็นทางการ
ถ้อยแถลงของ CONCACAF ระบุว่าสมาชิกกำลัง “สูญเสียความเชื่อมั่น หรืออาจสูญเสียความเชื่อมั่นไปโดยสิ้นเชิง” ต่อ Infantino ในฐานะประธาน FIFA หลังการประกาศของทั้งสองภูมิภาค มีสมาคมสมาชิก FIFA อย่างน้อย 96 แห่งจากทั้งหมด 211 แห่งที่แสดงจุดยืนคัดค้านแผนดังกล่าวอย่างเปิดเผย
วันที่ 31 กรกฎาคม แรงต่อต้านขยายไปยังเอเชีย เมื่อสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ AFC ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อเสนอ พร้อมแสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อกระบวนการปรึกษาหารือและการตัดสินใจของ FIFA
AFC ยังเรียกร้องให้ FIFA ทบทวนรูปแบบการบริหารจัดการขององค์กรอย่างเร่งด่วน ESPN ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ AFC อาจเป็นแรงกระแทกที่รุนแรงถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายต่อสถานะของ Infantino
การที่ UEFA, CONCACAF และ AFC ซึ่งเป็นสามสมาพันธ์ฟุตบอลขนาดใหญ่ต่างปฏิเสธข้อเสนอ ทำให้แผน FFE สูญเสียแรงสนับสนุนในระดับนานาชาติอย่างรวดเร็ว
แรงกดดันยังลุกลามเข้าไปถึงคนใกล้ชิดของ Infantino เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม Carlos Cordeiro ที่ปรึกษาอาวุโสของประธาน FIFA ลาออกเพื่อประท้วงแผนดังกล่าว
Cordeiro เป็นอดีตนายธนาคาร Goldman Sachs และเป็นตัวแทนของ FIFA ในคณะทำงานของทำเนียบขาวที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลก 2026 เขาเรียกแผนบริษัทมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มของ Kushner ว่าเป็น “ข้อตกลงที่ไม่ดีสำหรับฟุตบอล”
การลาออกจากบุคคลในแวดวงใกล้ชิดของ Infantino เพิ่มน้ำหนักให้กับวิกฤต และสะท้อนว่าความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระหว่าง FIFA กับองค์กรฟุตบอลระดับทวีปเท่านั้น
แม้จะถูกต่อต้านจากหลายฝ่าย แต่ในช่วงแรก FIFA ยังยืนยันว่าจะเดินหน้ากระบวนการปรึกษาหารือ โดยกล่าวโทษ “รายงานข่าวที่ไม่ถูกต้อง” ว่าเป็นสาเหตุให้กระบวนการเกิดความสับสน
อย่างไรก็ตาม จุดยืนดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน ในช่วงค่ำของวันที่ 31 กรกฎาคม Infantino ประกาศว่าแผนนี้จะไม่เดินหน้าต่อ
FIFA ระบุว่า หลังจากรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าโครงการดังกล่าวสร้างความแตกแยกในระดับที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายเดิมอีกต่อไป แผน FFE จึงถูกยกเลิก
แม้ FIFA จะยอมถอย แต่ความขัดแย้งทางการเมืองภายในฟุตบอลโลกยังไม่จบลง วันที่ 1 สิงหาคม UEFA ออกแถลงการณ์รุนแรง กล่าวหาว่า Infantino อยู่เบื้องหลังข้อตกลงที่ “หละหลวม เกิดขึ้นลับ ๆ และไม่ชัดเจน”
ที่สำคัญกว่านั้น UEFA ประกาศว่าได้ สูญเสียความเชื่อมั่นต่อการนำของ Infantino และระบุว่าการกระทำของเขาทำให้ FIFA สูญเสียความไว้วางใจจากโลกฟุตบอล
นี่เป็นท่าทีที่รุนแรงกว่าการขู่บอยคอต เพราะสะท้อนว่า UEFA ไม่ได้เพียงคัดค้านแผนการเงิน แต่กำลังตั้งคำถามโดยตรงต่อความเหมาะสมของผู้นำ FIFA
ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2026 Infantino ยังไม่ได้ลาออก และยังไม่มีการลงมติถอดถอนอย่างเป็นทางการ แต่ตำแหน่งของเขาเผชิญแรงสั่นคลอนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
UEFA ยังคงยืนยันว่าการบอยคอตการแข่งขันของ FIFA จะเกิดขึ้น หากมีการนำแผนแปรรูปหรือขายหุ้นในลักษณะเดียวกันกลับมาเสนออีกครั้ง ส่วน AFC เรียกร้องให้ FIFA ปฏิรูปกระบวนการตัดสินใจอย่างจริงจัง
แผน FIFA Forward Enterprise ถูกยกเลิกอย่างรวดเร็ว หลังถูกต่อต้านจากสมาพันธ์ฟุตบอลที่เป็นตัวแทนของสมาชิก FIFA เกือบครึ่งหนึ่ง ข้อเสนอที่ Infantino นำเสนอว่าเป็นช่องทางระดมทุนเพื่อพัฒนาฟุตบอล กลับถูกวิจารณ์ว่าอาจเปลี่ยนฟุตบอลโลกให้กลายเป็นสินทรัพย์การลงทุนของเอกชน
ผลกระทบที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การล่มของดีลมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่คือการที่ UEFA ประกาศหมดความเชื่อมั่นต่อ Infantino และการเกิดแนวร่วมคัดค้านข้ามทวีปเป็นครั้งใหญ่
Infantino ยังไม่ถูกถอดถอน แต่หลังวิกฤตครั้งนี้ อำนาจต่อรองภายใน FIFA และอนาคตของเขาในตำแหน่งประธานองค์กรไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป