ดัชนีหุ้นทั่วโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่จากกระแส AI และความหวังสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่าน แต่น้ำมันร่วงลงเมื่อความคืบหน้าการเจรจายังคลุมเครือ นักวิเคราะห์เตือนดีลที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ แต่เป็นเพียงกรอบหยุดยิงชั่วคราว ทำให้การพุ่งขึ้นของตลาดเสี่ยงถูกเทขายหากการเจรจาล่ม นิกเกอิของญี่ปุ่น, Kospi ของเกาหลีใต้ที่...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What global market movements and geopolitical developments occurred on Wednesday as US-Iran peace negotiations impacted oil prices and stock. Article summary: On Wednesday, May 27, 2026, global equity markets pushed to fresh records on US-Iran peace optimism and an AI-driven tech rally, while oil prices pulled back as traders awaited clarity on negotiations to reopen the Strai. Topic tags: general, news, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Stock markets and oil prices still volatile over fears Iran war may drag on. UK and US stock markets rose but Asian indexes tumbled on Wednesday as oil and gas prices remained vo" source context "Stock markets and oil prices still volatile over fears Iran war ..." Reference image 2: visual subject "- Best
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องในวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2026 โดยนักลงทุนชั่งน้ำหนักระหว่างการมองโลกในแง่ดีต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กับกระแสความร้อนแรงของหุ้นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างไม่หยุดยั้ง ดัชนีในเอเชียและยุโรปต่างพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าความก้าวหน้าทางการทูตที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความเปราะบาง
ตลาดหุ้นเอเชียเป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยที่คุ้นเคย นั่นคือกระแสความนิยมในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงกระตุ้นให้เกิดการซื้อหุ้นผู้ผลิตชิปและบริษัทเทคโนโลยีอย่างหนักทั่วทั้งภูมิภาค ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ทะยานขึ้นเกือบ 5% และตลาดหุ้นไต้หวันก็พุ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นการสานต่อแนวโน้มที่ทำให้ Kospi กลายเป็นตลาดหุ้นที่มีผลงานดีที่สุดในโลกในปีนี้ ทางด้านตลาดหุ้นโตเกียว ดัชนี Nikkei 225 ก็พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้น และดัชนีได้ทะลุแนว 66,000 จุด ระหว่างวันเป็นครั้งแรกอีกด้วย
ปัจจัยที่เติมเชื้อไฟให้กับตลาดคือความหวังที่จะเห็นการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางด้วยวิธีทางการทูต โอกาสในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานของโลกอีกครั้ง ได้ผลักดันดัชนี MSCI Asia Pacific Index ให้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 ในขณะที่ดัชนี Euro Stoxx 50 พุ่งขึ้น 2% ลบล้างผลขาดทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ดัชนี FTSE MIB ของอิตาลียังพุ่งทะลุแนว 50,000 จุด ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2000
ส่วนดัชนี Stoxx 600 ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ซึ่งเป็นสถิติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยตลาดหุ้นยุโรปเปิดทำการในวันพุธด้วยบรรยากาศที่เป็นบวก เพื่อตอบรับสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาโดยตรง
แม้ตลาดหุ้นจะมีโทนที่เป็นบวก แต่ตลาดน้ำมันกลับเต็มไปด้วยความกังขามากกว่ามาก สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ปรับตัวลง 1.42 ดอลลาร์ หรือ 1.43% ไปอยู่ที่ 98.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลดลง 1.66 ดอลลาร์ หรือ 1.77% ไปอยู่ที่ 92.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเท่ากับเป็นการลบล้างช่วงขาขึ้น 4% เมื่อวันอังคารไปเกือบทั้งหมด การปรับตัวลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังประเมินความซับซ้อนของการเจรจาอย่างหนัก ซึ่งเพิ่งจะถูกทำให้ถอยหลังลงเมื่อไม่กี่วันก่อนจากความเป็นศัตรูที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
การร่วงลงของราคาน้ำมันในครั้งนี้เป็นการเช็กความจริง หลังจากที่ตลาดมองโลกในแง่ดีอย่างมากในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม ราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่งดิ่งลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรก จากการร่วงลงกว่า 4% หลังจากมีข่าวว่าข้อตกลงสันติภาพ "บรรลุผลไปแล้วเป็นส่วนใหญ่" ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นบ้างในวันอังคารและย่อตัวลงอีกครั้งในวันพุธ การเคลื่อนไหวที่ผันผวนนี้ตอกย้ำว่าตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยพาดหัวข่าวที่ไวต่อความรู้สึกมากกว่าข้อตกลงที่สรุปสมบูรณ์และเป็นรูปธรรม
พื้นฐานที่เปราะบางของช่วงขาขึ้นในตลาด ถูกตอกย้ำด้วยคำกล่าวที่ขัดแย้งกันเองของนักการทูตจากทั้งสองฝ่าย นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวจากกรุงนิวเดลี ยืนยันถึงความคืบหน้าแต่ก็จงใจลดทอนความคาดหวังของตลาด "เราคิดว่าเราอาจจะมีข่าวบางอย่างเมื่อคืนนี้ หรืออาจจะเป็นวันนี้ ผมคงไม่ให้ความสำคัญกับมันมากเกินไปนัก" รูบิโอกล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมเสริมว่าแม้จะมี "สิ่งที่ค่อนข้างมั่นคงบนโต๊ะเจรจา" สำหรับการเปิดช่องแคบอีกครั้ง แต่สถานการณ์ก็ยังคงละเอียดอ่อน รูบิโอเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐฯ จะ "มีข้อตกลงที่ดีกับอิหร่าน หรือไม่ก็จัดการด้วยวิธีอื่น"
ด้านเตหะราน ภาพที่ออกมาก็ดูสับสนไม่แพ้กัน นายเอสมาอิล บาแกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้อธิบายสถานะของการเจรจาว่าทั้ง "ไกลมาก" และ "ใกล้มาก" ท เขายืนยันว่าทุกฝ่ายกำลังสรุปรายละเอียดบันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นกรอบการทำงานชั่วคราวสำหรับการทูตในอนาคต ที่สำคัญ บาแกอีเน้นย้ำว่า "จุดสำคัญของการเจรจาคือการยุติสงคราม" มากกว่าการลงรายละเอียดในประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเตหะรานยืนกรานว่ายังไม่ใช่หัวข้อที่จะพูดคุยในขั้นตอนนี้ ทท
โครงสร้างที่ถูกนำเสนอ คือการใช้เวลา 30 ถึง 60 วันหลังจากการลงนามในบันทึกข้อตกลง เพื่อเจรจาประเด็นที่เป็นแกนกลาง อาทิ การเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และสถานะของช่องแคบฮอร์มุซ เผยให้เห็นถึงธรรมชาติที่แท้จริงของข้อตกลงนี้ ท ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมว่า ข้อตกลงถูก "เจรจาต่อรองสำเร็จไปแล้วเป็นส่วนใหญ่" แต่รายละเอียดสุดท้ายยังคงไม่สามารถตกลงกันได้
ความคิดเห็นที่ระมัดระวังจากเจ้าหน้าที่เหล่านี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางอย่างที่สุดของตลาดหุ้นที่กำลังวิ่งขึ้น นักวิเคราะห์เตือนว่าสิ่งที่ตลาดกำลังประเมินราคาอยู่นั้น ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมและเป็นประวัติศาสตร์ แต่เป็นเพียงเครื่องมือจัดการการหยุดยิงแบบชั่วคราวเท่านั้น ข้อพิพาทพื้นฐานที่ฝังรากลึกและยากจะแก้ไข ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเลย: โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน สิทธิอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และสถานะของคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของประเทศ ทท
ในตอนนี้ ตลาดการเงินโลกดูจะพอใจกับการตั้งราคาสำหรับสถานการณ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็คือการสงบศึกที่ยืดเยื้อและการที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง อย่างไรก็ดี ด้วยสถานะการปิดล้อมทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านที่ยังคงมีผลบังคับใช้ และแถลงการณ์ทางการทูตที่แกว่งไปมาระหว่างร้อนและเย็นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง การพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ของตลาดหุ้นจึงตั้งอยู่บนรากฐานที่เปราะบางอย่างยิ่ง และสุ่มเสี่ยงอย่างรุนแรงต่อการพังทลาย หากการเจรจาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้เกิดสะดุดลงอย่างมีนัยสำคัญ ท
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
ดัชนีหุ้นทั่วโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่จากกระแส AI และความหวังสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่าน แต่น้ำมันร่วงลงเมื่อความคืบหน้าการเจรจายังคลุมเครือ
ดัชนีหุ้นทั่วโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่จากกระแส AI และความหวังสันติภาพสหรัฐฯ อิหร่าน แต่น้ำมันร่วงลงเมื่อความคืบหน้าการเจรจายังคลุมเครือ นักวิเคราะห์เตือนดีลที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ แต่เป็นเพียงกรอบหยุดยิงชั่วคราว ทำให้การพุ่งขึ้นของตลาดเสี่ยงถูกเทขายหากการเจรจาล่ม
นิกเกอิของญี่ปุ่น, Kospi ของเกาหลีใต้ที่พุ่งเกือบ 5% และ FTSE MIB ของอิตาลีที่ปิดเหนือ 50,000 จุด ล้วนทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์