บริษัทประกาศการระดมทุนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 พร้อมเปิดเผยว่า Dipesh Patel อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Arm ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท
Singular Photonics เป็นสปินเอาต์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ โดยมีรากฐานจากงานวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Robert Henderson งานดังกล่าวครอบคลุมการถ่ายภาพดิจิทัล การพัฒนาเซนเซอร์ภาพ SPAD บนกระบวนการผลิต CMOS ระดับนาโนเมตร รวมถึงเทคโนโลยีวัดระยะด้วยเวลาที่แสงเดินทาง หรือ time-of-flight
ในฐานะบริษัทเซมิคอนดักเตอร์แบบฟาบเลส Singular Photonics มุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ โดยไม่ได้มีโรงงานผลิตชิปของตนเอง เป้าหมายของบริษัทคือทำให้การตรวจจับแสงในระดับโฟตอนสามารถนำไปใช้กับระบบขนาดกะทัดรัดและตอบสนองแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น
เซนเซอร์ภาพทั่วไปมักวัดปริมาณแสงสะสมตลอดช่วงเวลารับภาพ ขณะที่ SPAD หรือไดโอดหิมะถล่มโฟตอนเดี่ยว สามารถตรวจจับโฟตอนแต่ละอนุภาคและบันทึกเวลาที่โฟตอนเดินทางมาถึงได้
การนับจำนวนโฟตอนควบคู่กับการวัดเวลาอย่างแม่นยำ ทำให้เซนเซอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าเพียงความสว่างของภาพ ทั้งยังอาจใช้วิเคราะห์ระยะทาง คุณสมบัติของวัสดุ หรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบและการใช้งานของเซนเซอร์
แนวทางของ Singular Photonics คือการนำอาร์เรย์ SPAD แบบ 3D-stacked มารวมกับวงจรประมวลผลที่อยู่ใต้ชั้นรับแสง ฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การนับโฟตอน การวัดเวลา การสร้างฮิสโตแกรม การวิเคราะห์ทางสถิติ และการคำนวณสหสัมพันธ์อัตโนมัติ (autocorrelation) จึงสามารถทำได้ที่ระดับพิกเซลหรือใกล้กับพิกเซล
การย้ายงานประมวลผลบางส่วนมาไว้บนตัวเซนเซอร์มีเป้าหมายเพื่อลดการส่งข้อมูลดิบไปยังชิปหรือระบบอื่น และช่วยให้การตรวจจับอัจฉริยะทำงานแบบเรียลไทม์ได้ บริษัทมองว่าสถาปัตยกรรมนี้อาจช่วยรับมือข้อจำกัดด้านขนาด ความหน่วง และการใช้พลังงานของระบบ edge และระบบปัญญาประดิษฐ์
Andarta เป็นเซนเซอร์ SPAD ขนาดกะทัดรัดและมีความไวสูง ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Meta โดย Singular Photonics วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์นี้สำหรับงานด้านภาพทางการแพทย์ และเป็นอีกก้าวสู่การนำ SPAD ไปผสานในอุปกรณ์สวมใส่
Andarta รองรับการคำนวณ autocorrelation ภายในพิกเซล ซึ่งสามารถใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างการใช้งานที่บริษัทกล่าวถึงคือการติดตามอัตราการไหลเวียนเลือดในสมอง ด้วยการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของแสงขณะเดินทางผ่านเนื้อเยื่อ รวมถึงบริเวณที่ลึกกว่าเซนเซอร์บางประเภทในปัจจุบันจะเข้าถึงได้
จุดสำคัญของ Andarta จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียง “กล้องที่ไวขึ้น” เท่านั้น แต่เป็นการผสานการตรวจจับโฟตอนระดับอนุภาคเข้ากับรูปทรงกะทัดรัดและการประมวลผลภายในเซนเซอร์ เพื่อทำให้การวัดทางแสงขั้นสูงใช้งานได้จริงมากขึ้นในระบบการแพทย์และอุปกรณ์สวมใส่ที่มีพื้นที่จำกัด
Sirona เป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Singular Photonics และเป็นเซนเซอร์แบบเส้น (line sensor) ที่ใช้ SPAD จำนวน 512 พิกเซล รองรับการนับโฟตอนเดี่ยวแบบสัมพันธ์กับเวลา หรือ TCSPC (time-correlated single-photon counting)
ฟังก์ชันสร้างฮิสโตแกรมและแบ่งช่วงเวลา (time-binning) บนชิป ช่วยให้ระบบวิเคราะห์ได้ว่าโฟตอนมาถึงเมื่อใด ไม่ใช่เพียงนับจำนวนโฟตอนที่ตรวจพบ
บริษัทระบุการใช้งานที่เป็นไปได้ของ Sirona ได้แก่
การใช้งานเหล่านี้ครอบคลุมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์และระบบตรวจจับในภาคอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเวลาที่โฟตอนมาถึงอาจช่วยจำแนกวัสดุหรือวัดระยะทางการเดินทางของแสง ขณะที่การวัดอายุการเรืองแสงสามารถเปิดเผยคุณสมบัติบางอย่างที่ภาพซึ่งดูจากความเข้มแสงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแสดงได้
Singular Photonics ระบุพื้นที่การใช้งานหลักไว้ 3 กลุ่ม
แมชชีนวิชัน ระบบอัตโนมัติในโรงงาน และ physical AI หรือ AI ที่ทำงานร่วมกับโลกจริง ล้วนต้องการเซนเซอร์ที่ตีความข้อมูลทางแสงได้รวดเร็วและอยู่ใกล้จุดที่เก็บข้อมูล การประมวลผลบนชิปอาจเป็นประโยชน์ในงานที่มีข้อจำกัดด้านความหน่วง การเคลื่อนย้ายข้อมูล หรือขนาดของระบบ
ความสามารถด้าน TCSPC การสร้างฮิสโตแกรม และการแบ่งช่วงเวลาของ Sirona สอดคล้องกับงานสเปกโทรสโกปี กล้องจุลทรรศน์ การวัดระยะด้วยแสง และการประยุกต์ใช้ด้านควอนตัม งานเหล่านี้มักต้องดึงข้อมูลจากโฟตอนจำนวนน้อยมาก พร้อมวัดเวลาที่โฟตอนแต่ละอนุภาคมาถึงอย่างแม่นยำ
Andarta มุ่งสู่การถ่ายภาพทางการแพทย์และอาจต่อยอดไปสู่การใช้งานในอุปกรณ์สวมใส่ ความสามารถในการคำนวณ autocorrelation ภายในพิกเซลถูกวางไว้สำหรับการตรวจวัด เช่น การติดตามการไหลเวียนเลือดในสมอง ซึ่งต้องอาศัยทั้งความไวสูงและขนาดที่เล็ก
ก่อนหน้านี้บริษัทยังกล่าวถึงการวางตำแหน่งในตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและยานยนต์ด้วย อย่างไรก็ตาม ประกาศระดมทุนเดือนสิงหาคมเน้นตลาดแมชชีนวิชัน ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และการถ่ายภาพทางการแพทย์เป็นหลัก
การใช้เงิน 2.15 ล้านดอลลาร์ในระยะใกล้เน้นเรื่องการดำเนินงานและการพาณิชย์ Singular Photonics มีแผนเพิ่มทีมวิศวกร เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนำเซนเซอร์ภาพ SPAD รุ่นใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้นออกสู่ตลาดเร็วกว่าเดิม
การแต่งตั้ง Dipesh Patel ยังช่วยเสริมประสบการณ์ระดับสูงจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงที่บริษัทกำลังขยับจากสปินเอาต์ระยะเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยเอดินบะระไปสู่การทำตลาดในวงกว้าง Patel ทำงานที่ Arm เป็นเวลา 25 ปี และในตำแหน่ง CTO เคยกำกับดูแลงานด้าน Research และ Digital IT ของบริษัท
ดังนั้น เงินทุนรอบนี้ไม่ได้สนับสนุนเพียงการเปิดตัวเซนเซอร์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ช่วยให้ Singular Photonics เดินหน้าสร้างตระกูลผลิตภัณฑ์บนแนวคิดเดียวกัน นั่นคือการตรวจจับโฟตอนทีละอนุภาค ประมวลผลข้อมูลที่เกิดขึ้นบนชิปให้ได้มากขึ้น และปรับสถาปัตยกรรมดังกล่าวให้เข้ากับระบบอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และการแพทย์
บริษัทประกาศการระดมทุนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 พร้อมเปิดเผยว่า Dipesh Patel อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Arm ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท
Singular Photonics เป็นสปินเอาต์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ โดยมีรากฐานจากงานวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Robert Henderson งานดังกล่าวครอบคลุมการถ่ายภาพดิจิทัล การพัฒนาเซนเซอร์ภาพ SPAD บนกระบวนการผลิต CMOS ระดับนาโนเมตร รวมถึงเทคโนโลยีวัดระยะด้วยเวลาที่แสงเดินทาง หรือ time-of-flight
ในฐานะบริษัทเซมิคอนดักเตอร์แบบฟาบเลส Singular Photonics มุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเซนเซอร์ โดยไม่ได้มีโรงงานผลิตชิปของตนเอง เป้าหมายของบริษัทคือทำให้การตรวจจับแสงในระดับโฟตอนสามารถนำไปใช้กับระบบขนาดกะทัดรัดและตอบสนองแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น
เซนเซอร์ภาพทั่วไปมักวัดปริมาณแสงสะสมตลอดช่วงเวลารับภาพ ขณะที่ SPAD หรือไดโอดหิมะถล่มโฟตอนเดี่ยว สามารถตรวจจับโฟตอนแต่ละอนุภาคและบันทึกเวลาที่โฟตอนเดินทางมาถึงได้
การนับจำนวนโฟตอนควบคู่กับการวัดเวลาอย่างแม่นยำ ทำให้เซนเซอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าเพียงความสว่างของภาพ ทั้งยังอาจใช้วิเคราะห์ระยะทาง คุณสมบัติของวัสดุ หรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบและการใช้งานของเซนเซอร์
แนวทางของ Singular Photonics คือการนำอาร์เรย์ SPAD แบบ 3D-stacked มารวมกับวงจรประมวลผลที่อยู่ใต้ชั้นรับแสง ฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น การนับโฟตอน การวัดเวลา การสร้างฮิสโตแกรม การวิเคราะห์ทางสถิติ และการคำนวณสหสัมพันธ์อัตโนมัติ (autocorrelation) จึงสามารถทำได้ที่ระดับพิกเซลหรือใกล้กับพิกเซล
การย้ายงานประมวลผลบางส่วนมาไว้บนตัวเซนเซอร์มีเป้าหมายเพื่อลดการส่งข้อมูลดิบไปยังชิปหรือระบบอื่น และช่วยให้การตรวจจับอัจฉริยะทำงานแบบเรียลไทม์ได้ บริษัทมองว่าสถาปัตยกรรมนี้อาจช่วยรับมือข้อจำกัดด้านขนาด ความหน่วง และการใช้พลังงานของระบบ edge และระบบปัญญาประดิษฐ์
Andarta เป็นเซนเซอร์ SPAD ขนาดกะทัดรัดและมีความไวสูง ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Meta โดย Singular Photonics วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์นี้สำหรับงานด้านภาพทางการแพทย์ และเป็นอีกก้าวสู่การนำ SPAD ไปผสานในอุปกรณ์สวมใส่
Andarta รองรับการคำนวณ autocorrelation ภายในพิกเซล ซึ่งสามารถใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างการใช้งานที่บริษัทกล่าวถึงคือการติดตามอัตราการไหลเวียนเลือดในสมอง ด้วยการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงของแสงขณะเดินทางผ่านเนื้อเยื่อ รวมถึงบริเวณที่ลึกกว่าเซนเซอร์บางประเภทในปัจจุบันจะเข้าถึงได้
จุดสำคัญของ Andarta จึงไม่ได้อยู่ที่การเป็นเพียง “กล้องที่ไวขึ้น” เท่านั้น แต่เป็นการผสานการตรวจจับโฟตอนระดับอนุภาคเข้ากับรูปทรงกะทัดรัดและการประมวลผลภายในเซนเซอร์ เพื่อทำให้การวัดทางแสงขั้นสูงใช้งานได้จริงมากขึ้นในระบบการแพทย์และอุปกรณ์สวมใส่ที่มีพื้นที่จำกัด
Sirona เป็นผลิตภัณฑ์แรกของ Singular Photonics และเป็นเซนเซอร์แบบเส้น (line sensor) ที่ใช้ SPAD จำนวน 512 พิกเซล รองรับการนับโฟตอนเดี่ยวแบบสัมพันธ์กับเวลา หรือ TCSPC (time-correlated single-photon counting)
ฟังก์ชันสร้างฮิสโตแกรมและแบ่งช่วงเวลา (time-binning) บนชิป ช่วยให้ระบบวิเคราะห์ได้ว่าโฟตอนมาถึงเมื่อใด ไม่ใช่เพียงนับจำนวนโฟตอนที่ตรวจพบ
บริษัทระบุการใช้งานที่เป็นไปได้ของ Sirona ได้แก่
การใช้งานเหล่านี้ครอบคลุมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์และระบบตรวจจับในภาคอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเวลาที่โฟตอนมาถึงอาจช่วยจำแนกวัสดุหรือวัดระยะทางการเดินทางของแสง ขณะที่การวัดอายุการเรืองแสงสามารถเปิดเผยคุณสมบัติบางอย่างที่ภาพซึ่งดูจากความเข้มแสงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแสดงได้
Singular Photonics ระบุพื้นที่การใช้งานหลักไว้ 3 กลุ่ม
แมชชีนวิชัน ระบบอัตโนมัติในโรงงาน และ physical AI หรือ AI ที่ทำงานร่วมกับโลกจริง ล้วนต้องการเซนเซอร์ที่ตีความข้อมูลทางแสงได้รวดเร็วและอยู่ใกล้จุดที่เก็บข้อมูล การประมวลผลบนชิปอาจเป็นประโยชน์ในงานที่มีข้อจำกัดด้านความหน่วง การเคลื่อนย้ายข้อมูล หรือขนาดของระบบ
ความสามารถด้าน TCSPC การสร้างฮิสโตแกรม และการแบ่งช่วงเวลาของ Sirona สอดคล้องกับงานสเปกโทรสโกปี กล้องจุลทรรศน์ การวัดระยะด้วยแสง และการประยุกต์ใช้ด้านควอนตัม งานเหล่านี้มักต้องดึงข้อมูลจากโฟตอนจำนวนน้อยมาก พร้อมวัดเวลาที่โฟตอนแต่ละอนุภาคมาถึงอย่างแม่นยำ
Andarta มุ่งสู่การถ่ายภาพทางการแพทย์และอาจต่อยอดไปสู่การใช้งานในอุปกรณ์สวมใส่ ความสามารถในการคำนวณ autocorrelation ภายในพิกเซลถูกวางไว้สำหรับการตรวจวัด เช่น การติดตามการไหลเวียนเลือดในสมอง ซึ่งต้องอาศัยทั้งความไวสูงและขนาดที่เล็ก
ก่อนหน้านี้บริษัทยังกล่าวถึงการวางตำแหน่งในตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคและยานยนต์ด้วย อย่างไรก็ตาม ประกาศระดมทุนเดือนสิงหาคมเน้นตลาดแมชชีนวิชัน ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และการถ่ายภาพทางการแพทย์เป็นหลัก
การใช้เงิน 2.15 ล้านดอลลาร์ในระยะใกล้เน้นเรื่องการดำเนินงานและการพาณิชย์ Singular Photonics มีแผนเพิ่มทีมวิศวกร เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และนำเซนเซอร์ภาพ SPAD รุ่นใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้นออกสู่ตลาดเร็วกว่าเดิม
การแต่งตั้ง Dipesh Patel ยังช่วยเสริมประสบการณ์ระดับสูงจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงที่บริษัทกำลังขยับจากสปินเอาต์ระยะเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยเอดินบะระไปสู่การทำตลาดในวงกว้าง Patel ทำงานที่ Arm เป็นเวลา 25 ปี และในตำแหน่ง CTO เคยกำกับดูแลงานด้าน Research และ Digital IT ของบริษัท
ดังนั้น เงินทุนรอบนี้ไม่ได้สนับสนุนเพียงการเปิดตัวเซนเซอร์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ช่วยให้ Singular Photonics เดินหน้าสร้างตระกูลผลิตภัณฑ์บนแนวคิดเดียวกัน นั่นคือการตรวจจับโฟตอนทีละอนุภาค ประมวลผลข้อมูลที่เกิดขึ้นบนชิปให้ได้มากขึ้น และปรับสถาปัตยกรรมดังกล่าวให้เข้ากับระบบอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ และการแพทย์