คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 6.70 ดอลลาร์/ปอนด์ใน COMEX และเกือบ 14,000 ดอลลาร์/ตันใน LME ช่วงต้นปี 2026 เหตุจากซัพพลายช็อกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภัยพิบัติเหมืองกราสเบิร์ก และดีมานด์ที่พุ่งจาก AI วอลล์สตรีทสู้กันเดือด: Goldman Sachs เตือนฟองสบู่ ระวังเทขายกลางปี 2026 ขณะที่ Citi มองบวกสุดขั้ว ให้เป้าหมาย 15,000 ดอลลาร์/ตันภายในหนึ่งปี นโยบายภาษีสหรัฐฯ บิดเบือนตลาดโลก ดูดทองแดงกว่า 650,000 ตันเข้าโกดังอเมริกา ทำให้สต็อกในตลาดโลกเหือดหายและเป็นชนวนเร่งราคาพุ่ง What factors — including Chile's declining copper output, rising copper demand from AI data centers, bullish price forecasts from Goldman Sa Copper's record price surge reflects a clash between catastrophic supply disruptions and the unrelenting material demands of AI and the energy transition. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What factors — including Chile's declining copper output, rising copper demand from AI data centers, bullish price forecasts from Goldman Sa. Article summary: ## What Drove Copper to All-Time Highs. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Copper prices hit $10,485 per ton in September, but most portfolios have zero exposure to the metal powering electric vehicles, renewable energy, and AI infrastructure. Major banks" source context "Copper Prices Hit 15-Month Highs as Supply Disruptions Meet AI ..." Reference image 2: visual subject "ilustration presents a banner for Permutable AI company. ilustration presents a banner of Disruption Banking. In 2026, it’s telling us something loud and clear: the world is runnin" source context "Are Copper Pr
openai.com นี่ไม่ใช่วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ธรรมดา การพุ่งขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ของราคาทองแดงสะท้อนถึงโลกที่ความขาดแคลนทางกายภาพ มาบรรจบกับนโยบายการค้าที่บิดเบือนตลาด และความต้องการพลังงานอันมหาศาลของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในช่วงต้นปี 2026 ราคาฟิวเจอร์สในตลาด COMEX พุ่งทะลุ 6.70 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ขณะที่ราคาอ้างอิงในตลาดลอนดอน เมทัล เอ็กซ์เชนจ์ (LME) ทดสอบแนว 13,978 ดอลลาร์ต่อตัน หลังจากทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ราว 14,500 ดอลลาร์ต่อตันในเดือนมกราคม 2026 โดยในปี 2025 ทองแดงทำผลตอบแทนรายปีดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 42% ทั่วโลก และยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 ทำให้กลายเป็นโลหะอุตสาหกรรมที่มีผลงานดีที่สุดในตลาด
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ราคาทองแดงทุบสถิติโลก: ทำไมพุ่งแรงแตะ All-Time High และธนาคารยักษ์ใหญ่มองอนาคตอย่างไร" คืออะไร ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 6.70 ดอลลาร์/ปอนด์ใน COMEX และเกือบ 14,000 ดอลลาร์/ตันใน LME ช่วงต้นปี 2026 เหตุจากซัพพลายช็อกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภัยพิบัติเหมืองกราสเบิร์ก และดีมานด์ที่พุ่งจาก AI
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 6.70 ดอลลาร์/ปอนด์ใน COMEX และเกือบ 14,000 ดอลลาร์/ตันใน LME ช่วงต้นปี 2026 เหตุจากซัพพลายช็อกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภัยพิบัติเหมืองกราสเบิร์ก และดีมานด์ที่พุ่งจาก AI วอลล์สตรีทสู้กันเดือด: Goldman Sachs เตือนฟองสบู่ ระวังเทขายกลางปี 2026 ขณะที่ Citi มองบวกสุดขั้ว ให้เป้าหมาย 15,000 ดอลลาร์/ตันภายในหนึ่งปี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? นโยบายภาษีสหรัฐฯ บิดเบือนตลาดโลก ดูดทองแดงกว่า 650,000 ตันเข้าโกดังอเมริกา ทำให้สต็อกในตลาดโลกเหือดหายและเป็นชนวนเร่งราคาพุ่ง
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 6.70 ดอลลาร์/ปอนด์ใน COMEX และเกือบ 14,000 ดอลลาร์/ตันใน LME ช่วงต้นปี 2026 เหตุจากซัพพลายช็อกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภัยพิบัติเหมืองกราสเบิร์ก และดีมานด์ที่พุ่งจาก AI วอลล์สตรีทสู้กันเดือด: Goldman Sachs เตือนฟองสบู่ ระวังเทขายกลางปี 2026 ขณะที่ Citi มองบวกสุดขั้ว ให้เป้าหมาย 15,000 ดอลลาร์/ตันภายในหนึ่งปี นโยบายภาษีสหรัฐฯ บิดเบือนตลาดโลก ดูดทองแดงกว่า 650,000 ตันเข้าโกดังอเมริกา ทำให้สต็อกในตลาดโลกเหือดหายและเป็นชนวนเร่งราคาพุ่ง What factors — including Chile's declining copper output, rising copper demand from AI data centers, bullish price forecasts from Goldman Sa Copper's record price surge reflects a clash between catastrophic supply disruptions and the unrelenting material demands of AI and the energy transition. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What factors — including Chile's declining copper output, rising copper demand from AI data centers, bullish price forecasts from Goldman Sa. Article summary: ## What Drove Copper to All-Time Highs. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Copper prices hit $10,485 per ton in September, but most portfolios have zero exposure to the metal powering electric vehicles, renewable energy, and AI infrastructure. Major banks" source context "Copper Prices Hit 15-Month Highs as Supply Disruptions Meet AI ..." Reference image 2: visual subject "ilustration presents a banner for Permutable AI company. ilustration presents a banner of Disruption Banking. In 2026, it’s telling us something loud and clear: the world is runnin" source context "Are Copper Pr
openai.com นี่ไม่ใช่วัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ธรรมดา การพุ่งขึ้นครั้งประวัติศาสตร์ของราคาทองแดงสะท้อนถึงโลกที่ความขาดแคลนทางกายภาพ มาบรรจบกับนโยบายการค้าที่บิดเบือนตลาด และความต้องการพลังงานอันมหาศาลของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในช่วงต้นปี 2026 ราคาฟิวเจอร์สในตลาด COMEX พุ่งทะลุ 6.70 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ขณะที่ราคาอ้างอิงในตลาดลอนดอน เมทัล เอ็กซ์เชนจ์ (LME) ทดสอบแนว 13,978 ดอลลาร์ต่อตัน หลังจากทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ราว 14,500 ดอลลาร์ต่อตันในเดือนมกราคม 2026 โดยในปี 2025 ทองแดงทำผลตอบแทนรายปีดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ด้วยการพุ่งขึ้นกว่า 42% ทั่วโลก และยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 ทำให้กลายเป็นโลหะอุตสาหกรรมที่มีผลงานดีที่สุดในตลาด
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ราคาทองแดงทุบสถิติโลก: ทำไมพุ่งแรงแตะ All-Time High และธนาคารยักษ์ใหญ่มองอนาคตอย่างไร" คืออะไร ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 6.70 ดอลลาร์/ปอนด์ใน COMEX และเกือบ 14,000 ดอลลาร์/ตันใน LME ช่วงต้นปี 2026 เหตุจากซัพพลายช็อกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภัยพิบัติเหมืองกราสเบิร์ก และดีมานด์ที่พุ่งจาก AI
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ราคาทองแดงแตะจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือ 6.70 ดอลลาร์/ปอนด์ใน COMEX และเกือบ 14,000 ดอลลาร์/ตันใน LME ช่วงต้นปี 2026 เหตุจากซัพพลายช็อกครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภัยพิบัติเหมืองกราสเบิร์ก และดีมานด์ที่พุ่งจาก AI วอลล์สตรีทสู้กันเดือด: Goldman Sachs เตือนฟองสบู่ ระวังเทขายกลางปี 2026 ขณะที่ Citi มองบวกสุดขั้ว ให้เป้าหมาย 15,000 ดอลลาร์/ตันภายในหนึ่งปี
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? นโยบายภาษีสหรัฐฯ บิดเบือนตลาดโลก ดูดทองแดงกว่า 650,000 ตันเข้าโกดังอเมริกา ทำให้สต็อกในตลาดโลกเหือดหายและเป็นชนวนเร่งราคาพุ่ง
ซัพพลายช็อก: มหันตภัยลูกโซ่ เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดคือ โคลนถล่มครั้งใหญ่ที่เหมืองกราสเบิร์ก (Grasberg) ของบริษัท Freeport-McMoRan ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ในเดือนกันยายน 2025 ภัยพิบัตินี้ทำให้เหมืองต้องปิดตัวลงทั้งหมด และคาดว่าจะทำให้อุปทานทองแดงหายไปจากตลาดโลกระหว่าง 525,000 ถึง 591,000 ตัน ภายในสิ้นปี 2026 หรือคิดเป็นประมาณ 2.6% ของผลผลิตเหมืองทั่วโลก เหตุการณ์นี้เพียงเหตุการณ์เดียวทำให้ Goldman Sachs ต้องปรับลดคาดการณ์อุปทานจากเหมืองทั่วโลกในปี 2026 ลงถึง 350,000 ตัน
ภัยพิบัตินี้ซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่เดิมแล้ว:
การถดถอยเชิงโครงสร้างของชิลี : ประเทศผู้ผลิตทองแดงอันดับหนึ่งของโลกต้องต่อสู้กับคุณภาพแร่ที่ลดลงและปัญหาขาดแคลนน้ำมานานหลายปี ส่งผลให้ปริมาณหัวแร่เข้มข้น (Concentrate) ในตลาดโลกตึงตัว
เหตุขัดข้องอื่นๆ : การประท้วงของคนงานในเปรู ปัญหาการดำเนินงานในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และการขาดแคลนกรดซัลฟิวริก ล้วนเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมความตึงตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก
เหนือข้อจำกัดทางกายภาพเหล่านี้ ความบิดเบือนจากนโยบายการค้า คือตัวเร่งสำคัญให้ราคาพุ่งขึ้น ความกลัวต่อการประกาศใช้ภาษีนำเข้าทองแดงมาตรา 232 (ที่ประกาศในอัตรา 50% ในเดือนกรกฎาคม 2025) ทำให้เกิดการเร่งย้ายทองแดงเข้าสต็อกในสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ทองแดงมากกว่า 650,000 ตัน ถูกส่งไปยังโกดังในสหรัฐฯ ส่งผลให้เกือบสองในสามของสต็อกทองแดงที่มองเห็นได้ทั่วโลกกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ และดูดสต็อกออกจากตลาด LME และ COMEX จนเหือดแห้ง
การปฏิวัติแห่งอุปสงค์: ความต้องการที่ถูกขับเคลื่อนด้วย AI ในขณะที่เหมืองล้มเหลว อุปสงค์กลับไม่รอใคร การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยียุคใหม่ได้สร้างฐานอุปสงค์เชิงโครงสร้างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทศวรรษก่อนหน้า
ศูนย์ข้อมูล AI คือผู้บริโภครายใหม่รายสำคัญ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวอาจต้องใช้ทองแดงมากถึง 50,000 ตัน สำหรับระบบสายไฟ การจ่ายพลังงาน และระบบหล่อเย็น S&P Global คาดการณ์ว่าความต้องการทองแดงจากศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในปี 2030
สามประสานอันตราย ของศูนย์ข้อมูล, ยานยนต์ไฟฟ้า (ที่ใช้ทองแดงมากกว่ารถยนต์สันดาปสามถึงสี่เท่า) และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ได้สร้างรูปแบบอุปสงค์ที่นักวิเคราะห์ของ CME Group ระบุว่าได้ "เปลี่ยนโฉมรูปแบบอุปสงค์ของตลาดไปอย่างสิ้นเชิง"
แรงหนุนจากเศรษฐกิจมหภาค จากวัฏจักรการผ่อนคลายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปี 2025 ซึ่งปรับลดดอกเบี้ยลงสามครั้งติดต่อกันครั้งละ 0.25% ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และดึงดูดเงินทุนเก็งกำไรเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นแรงหนุนให้ราคาพุ่งขึ้นอีกทาง
นักลงทุนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ หุ้นของผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Freeport-McMoRan และ BHP พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาล เนื่องจากตลาดคาดการณ์ถึงอำนาจการกำหนดราคาที่ยั่งยืนและความขาดแคลนในอนาคตอันใกล้
มหาวิพากษ์: ธนาคารยักษ์ใหญ่มองอนาคตทองแดงอย่างไร แนวโน้มราคาทองแดงในช่วงปลายปี 2026 ยังไม่มีบทสรุปที่แน่นอน วอลล์สตรีทกำลังเผชิญหน้ากับการประลองเดิมพันครั้งสำคัญระหว่างกลุ่มที่มองว่าเป็นฟองสบู่เก็งกำไร และกลุ่มที่เชื่อว่านี่คือ "กระบวนทัศน์ใหม่" เชิงโครงสร้าง
ณ เดือนมิถุนายน 2026 การคาดการณ์สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ:
Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาปลายปีขึ้นเป็น $13,735 ต่อตัน มากกว่าเดิมกว่า 10% โดยอ้างอิงจากการปรับลดคาดการณ์อุปทานเหมืองจากผลกระทบของเหมืองกราสเบิร์กอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ ธนาคารยังคงความระมัดระวัง โดยคาดว่าการพุ่งขึ้นของราคาจะเผชิญกับ "การปรับฐานครั้งใหญ่" ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เมื่อสถานะการเก็งกำไรเริ่มคลายความร้อนแรง และเกิดความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
Citigroup ได้พลิกมามีมุมมองเชิงบวกเชิงโครงสร้างเป็นครั้งแรกในปี 2026 โดยคาดการณ์ว่าราคาจะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $15,000 ต่อตัน ภายในหนึ่งปี นักวิเคราะห์ของ Citi ให้เหตุผลว่า "ความคลุมเครือเชิงกลยุทธ์" เกี่ยวกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ประกอบกับอุปสงค์ที่ไม่ลดละจาก AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กำลังสร้างภาวะขาดดุลที่ยั่งยืน ซึ่งจะพยุงราคาให้อยู่ในระดับสูงต่อไป
JP Morgan มีจุดยืนที่คล้ายคลึงกับ Citi โดยอ้างถึงปัจจัยขับเคลื่อนเดียวกันจากการอัพเกรดโครงข่ายไฟฟ้า การใช้จ่ายด้านกลาโหม และการใช้ไฟฟ้าในภาคส่วนต่างๆ
ทองแดงได้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่นิยามยุคสมัยใหม่ ที่ซึ่งความต้องการทางกายภาพของการสร้างเศรษฐกิจที่ใช้ไฟฟ้าและขับเคลื่อนด้วย AI กำลังปะทะกันแบบเรียลไทม์กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรม สิ่งเดียวที่แน่นอนคือความผันผวนที่ต่อเนื่อง
ซัพพลายช็อก: มหันตภัยลูกโซ่ เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดคือ โคลนถล่มครั้งใหญ่ที่เหมืองกราสเบิร์ก (Grasberg) ของบริษัท Freeport-McMoRan ในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเหมืองทองแดงใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ในเดือนกันยายน 2025 ภัยพิบัตินี้ทำให้เหมืองต้องปิดตัวลงทั้งหมด และคาดว่าจะทำให้อุปทานทองแดงหายไปจากตลาดโลกระหว่าง 525,000 ถึง 591,000 ตัน ภายในสิ้นปี 2026 หรือคิดเป็นประมาณ 2.6% ของผลผลิตเหมืองทั่วโลก เหตุการณ์นี้เพียงเหตุการณ์เดียวทำให้ Goldman Sachs ต้องปรับลดคาดการณ์อุปทานจากเหมืองทั่วโลกในปี 2026 ลงถึง 350,000 ตัน
ภัยพิบัตินี้ซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่เดิมแล้ว:
การถดถอยเชิงโครงสร้างของชิลี : ประเทศผู้ผลิตทองแดงอันดับหนึ่งของโลกต้องต่อสู้กับคุณภาพแร่ที่ลดลงและปัญหาขาดแคลนน้ำมานานหลายปี ส่งผลให้ปริมาณหัวแร่เข้มข้น (Concentrate) ในตลาดโลกตึงตัว
เหตุขัดข้องอื่นๆ : การประท้วงของคนงานในเปรู ปัญหาการดำเนินงานในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และการขาดแคลนกรดซัลฟิวริก ล้วนเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมความตึงตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก
เหนือข้อจำกัดทางกายภาพเหล่านี้ ความบิดเบือนจากนโยบายการค้า คือตัวเร่งสำคัญให้ราคาพุ่งขึ้น ความกลัวต่อการประกาศใช้ภาษีนำเข้าทองแดงมาตรา 232 (ที่ประกาศในอัตรา 50% ในเดือนกรกฎาคม 2025) ทำให้เกิดการเร่งย้ายทองแดงเข้าสต็อกในสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ทองแดงมากกว่า 650,000 ตัน ถูกส่งไปยังโกดังในสหรัฐฯ ส่งผลให้เกือบสองในสามของสต็อกทองแดงที่มองเห็นได้ทั่วโลกกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ และดูดสต็อกออกจากตลาด LME และ COMEX จนเหือดแห้ง
การปฏิวัติแห่งอุปสงค์: ความต้องการที่ถูกขับเคลื่อนด้วย AI ในขณะที่เหมืองล้มเหลว อุปสงค์กลับไม่รอใคร การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยียุคใหม่ได้สร้างฐานอุปสงค์เชิงโครงสร้างที่ไม่เคยมีมาก่อนในทศวรรษก่อนหน้า
ศูนย์ข้อมูล AI คือผู้บริโภครายใหม่รายสำคัญ ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวอาจต้องใช้ทองแดงมากถึง 50,000 ตัน สำหรับระบบสายไฟ การจ่ายพลังงาน และระบบหล่อเย็น S&P Global คาดการณ์ว่าความต้องการทองแดงจากศูนย์ข้อมูลจะเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าภายในปี 2030
สามประสานอันตราย ของศูนย์ข้อมูล, ยานยนต์ไฟฟ้า (ที่ใช้ทองแดงมากกว่ารถยนต์สันดาปสามถึงสี่เท่า) และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ได้สร้างรูปแบบอุปสงค์ที่นักวิเคราะห์ของ CME Group ระบุว่าได้ "เปลี่ยนโฉมรูปแบบอุปสงค์ของตลาดไปอย่างสิ้นเชิง"
แรงหนุนจากเศรษฐกิจมหภาค จากวัฏจักรการผ่อนคลายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในปี 2025 ซึ่งปรับลดดอกเบี้ยลงสามครั้งติดต่อกันครั้งละ 0.25% ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า และดึงดูดเงินทุนเก็งกำไรเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เป็นแรงหนุนให้ราคาพุ่งขึ้นอีกทาง
นักลงทุนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ หุ้นของผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Freeport-McMoRan และ BHP พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาล เนื่องจากตลาดคาดการณ์ถึงอำนาจการกำหนดราคาที่ยั่งยืนและความขาดแคลนในอนาคตอันใกล้
มหาวิพากษ์: ธนาคารยักษ์ใหญ่มองอนาคตทองแดงอย่างไร แนวโน้มราคาทองแดงในช่วงปลายปี 2026 ยังไม่มีบทสรุปที่แน่นอน วอลล์สตรีทกำลังเผชิญหน้ากับการประลองเดิมพันครั้งสำคัญระหว่างกลุ่มที่มองว่าเป็นฟองสบู่เก็งกำไร และกลุ่มที่เชื่อว่านี่คือ "กระบวนทัศน์ใหม่" เชิงโครงสร้าง
ณ เดือนมิถุนายน 2026 การคาดการณ์สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ:
Goldman Sachs ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาปลายปีขึ้นเป็น $13,735 ต่อตัน มากกว่าเดิมกว่า 10% โดยอ้างอิงจากการปรับลดคาดการณ์อุปทานเหมืองจากผลกระทบของเหมืองกราสเบิร์กอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ ธนาคารยังคงความระมัดระวัง โดยคาดว่าการพุ่งขึ้นของราคาจะเผชิญกับ "การปรับฐานครั้งใหญ่" ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เมื่อสถานะการเก็งกำไรเริ่มคลายความร้อนแรง และเกิดความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ
Citigroup ได้พลิกมามีมุมมองเชิงบวกเชิงโครงสร้างเป็นครั้งแรกในปี 2026 โดยคาดการณ์ว่าราคาจะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $15,000 ต่อตัน ภายในหนึ่งปี นักวิเคราะห์ของ Citi ให้เหตุผลว่า "ความคลุมเครือเชิงกลยุทธ์" เกี่ยวกับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ประกอบกับอุปสงค์ที่ไม่ลดละจาก AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน กำลังสร้างภาวะขาดดุลที่ยั่งยืน ซึ่งจะพยุงราคาให้อยู่ในระดับสูงต่อไป
JP Morgan มีจุดยืนที่คล้ายคลึงกับ Citi โดยอ้างถึงปัจจัยขับเคลื่อนเดียวกันจากการอัพเกรดโครงข่ายไฟฟ้า การใช้จ่ายด้านกลาโหม และการใช้ไฟฟ้าในภาคส่วนต่างๆ
ทองแดงได้กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่นิยามยุคสมัยใหม่ ที่ซึ่งความต้องการทางกายภาพของการสร้างเศรษฐกิจที่ใช้ไฟฟ้าและขับเคลื่อนด้วย AI กำลังปะทะกันแบบเรียลไทม์กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรม สิ่งเดียวที่แน่นอนคือความผันผวนที่ต่อเนื่อง