นอกจากนี้ นักลงทุนยังมองว่าความเสี่ยงด้านการผลิตในประเทศเริ่มลดลงด้วย
อีกปัจจัยสำคัญคือ Samsung Electronics ตัดสินใจระงับแผนนัดหยุดงานของพนักงานประมาณ 48,000 คน ซึ่งเดิมมีแผนจะหยุดงานนาน 18 วัน เหตุการณ์นี้เคยสร้างความกังวลว่าการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อาจหยุดชะงัก
เมื่อความเสี่ยงดังกล่าวลดลง นักลงทุนจึงปรับมุมมองใหม่ว่าห่วงโซ่การผลิตชิปในเกาหลีใต้จะไม่ถูกรบกวนในระยะสั้น ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีในประเทศปรับตัวขึ้นและช่วยหนุนดัชนี Kospi อย่างมาก
ดัชนีหุ้นไต้หวันก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน เนื่องจากบริษัทในประเทศมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การผลิตชิป AI
Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปแบบรับจ้าง (foundry) รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ขั้นสูงให้กับบริษัทอย่าง Nvidia ดังนั้นเมื่อความต้องการชิป AI เพิ่มขึ้น ก็หมายถึงการใช้กำลังการผลิตขั้นสูงของ TSMC ที่สูงต่อเนื่อง และแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน
ด้วยความเชื่อมโยงนี้ ผลประกอบการของ Nvidia จึงมักส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีในไต้หวันปรับตัวขึ้นทันที
บรรยากาศการลงทุนยังดีขึ้นหลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าบางลำกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ความกังวลก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการปิดเส้นทางดังกล่าวเคยทำให้ตลาดกังวลเรื่องราคาพลังงานและความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน
เมื่อการเดินเรือกลับมา ความเสี่ยงด้านพลังงานและโลจิสติกส์จึงลดลง ช่วยให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา และเงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี
การปรับขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรีบาวด์ของตลาดทั่วโลก แต่สะท้อนการไหลของเงินลงทุนเข้าสู่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างชัดเจน
ปัจจัยสำคัญสามประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่
เมื่อทั้งด้านอุปสงค์ (ความต้องการชิป AI) และด้านอุปทาน (ความเสี่ยงการผลิตและขนส่ง) ดีขึ้นพร้อมกัน หุ้นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น SK Hynix และ TSMC จึงกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก และผลักดันตลาดหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียให้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น
Comments
0 comments