การถอนเหรียญออกจากกระดานเทรดมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการถือระยะยาวหรือการนำไป stake มากกว่าการเตรียมขาย แม้ว่าความเชื่อมโยงกับสถาบันบางแห่งยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม
อีกแรงผลักสำคัญคือกระแสข่าวเกี่ยวกับ กองทุน ETF ที่อิงราคา HYPE
บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโต Grayscale ได้ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐเพื่อเปิดตัว Spot HYPE ETF ซึ่งจะถือโทเค็น HYPE จริงและให้ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นเข้าถึงสินทรัพย์นี้ได้โดยไม่ต้องถือคริปโตโดยตรง
ในเดือน พฤษภาคม 2026 บริษัทได้ปรับเอกสารเสนอขาย โดยเพิ่มแนวคิด การนำโทเค็นไป staking เพื่อรับผลตอบแทน หากโครงสร้างนี้ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล
แนวคิดดังกล่าวช่วยเพิ่มความสนใจของตลาด เพราะหาก ETF ได้รับอนุมัติ นักลงทุนแบบดั้งเดิมอาจสามารถ
อย่างไรก็ตาม การอนุมัติจาก สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) ยังไม่แน่นอน ทำให้ปัจจัยนี้ยังอยู่ในระดับ “ความคาดหวัง” มากกว่าความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
นอกจากกระแสข่าวแล้ว พื้นฐานของ Hyperliquid เองก็เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้นักลงทุนมองบวกต่อโทเค็น HYPE
Hyperliquid เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์คริปโตแบบกระจายศูนย์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูง และสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมการเทรด โดยรายงานระบุว่าแพลตฟอร์ม นำรายได้ประมาณ 97% ไปใช้ซื้อคืนโทเค็น HYPE
โมเดลนี้สร้างแรงซื้ออย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งมีการเทรดมาก รายได้ก็ยิ่งสูง และการซื้อคืนโทเค็นก็เพิ่มขึ้นตาม
ปัจจัยเพิ่มเติมที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของตลาด ได้แก่
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนบางส่วนเริ่มมอง HYPE คล้าย “หุ้นของตลาดแลกเปลี่ยนคริปโต” มากกว่าโทเค็นกำกับดูแลทั่วไป
เมื่อราคาของ HYPE เริ่มทะลุแนวต้าน กลไกตลาดก็ยิ่งเร่งให้ราคาพุ่งขึ้น
การวิเคราะห์ตลาดในช่วงเดียวกันพบว่า HYPE เพิ่มขึ้นราว 20% ภายใน 24 ชั่วโมง และขึ้นไปแตะเกือบ $62 ซึ่งถือว่า outperform คริปโตหลักหลายตัวในช่วงนั้น
แรงหนุนสำคัญมาจาก
เมื่อสองปัจจัยนี้เกิดพร้อมกัน ราคามักพุ่งแรงเพราะเกิดการซื้อเพิ่มทั้งจากนักลงทุนใหม่และนักเทรดที่ต้องปิดสถานะ
นักลงทุนชื่อดังในวงการคริปโตบางคนยังออกมาสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นของ HYPE
Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และ CIO ของกองทุน Maelstrom เคยคาดการณ์ว่า HYPE อาจแตะ $150 ภายในเดือนสิงหาคม 2026 หากแพลตฟอร์มยังคงเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งตลาดต่อไป
โมเดลของเขาประเมินว่า หากรายได้ต่อปีของ Hyperliquid เพิ่มไปถึงประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ตลาดอาจประเมินมูลค่าโทเค็นในระดับที่สูงกว่าปัจจุบันอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวยังเป็นเพียง ความเห็นของนักวิเคราะห์ และขึ้นอยู่กับการเติบโตของแพลตฟอร์มในอนาคต
ราคาที่ทำสถิติใหม่ของ HYPE เกิดจากหลายปัจจัยที่มาบรรจบกัน ได้แก่
แม้ราคาจะพุ่งแรง แต่ยังมีความไม่แน่นอน เช่น การอนุมัติ ETF จาก SEC และความเชื่อมโยงของวอลเล็ตสถาบันบางส่วนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ถึงอย่างนั้น การพุ่งขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อ ความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน โครงสร้างโทเค็น และกระแสตลาด มารวมกัน สินทรัพย์คริปโตสามารถถูกประเมินมูลค่าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
Comments
0 comments