อีกปัจจัยที่เริ่มดึงความสนใจของตลาดคือแนวคิดเรื่อง yield หรือผลตอบแทนบน XRP Ledger
ข้อเสนออัปเกรดที่เรียกว่า XLS‑66 มีเป้าหมายเพิ่มระบบ lending เข้าไปในระดับโปรโตคอลของเครือข่าย โดยใช้โครงสร้างที่เรียกว่า single‑asset vault เพื่อรวมเงินทุนและปล่อยกู้แบบกำหนดระยะเวลา
โมเดลนี้ใช้การประเมินเครดิตของผู้กู้แบบ off‑chain และอาจทำให้ผู้ถือสินทรัพย์ใน XRPL สามารถปล่อยกู้และรับผลตอบแทนได้โดยตรงบนเครือข่าย หากได้รับการเปิดใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าว ยังไม่เปิดใช้งาน เนื่องจากต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ตรวจสอบเครือข่าย (validators) อย่างน้อย 80% ก่อนจึงจะเริ่มใช้งานได้
นอกจากกระแส DeFi แล้ว XRPL ยังถูกผลักดันให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับ การโทเคไนซ์สินทรัพย์จริง (Real‑World Assets หรือ RWA) เช่น พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ หรืออสังหาริมทรัพย์
รายงานหนึ่งระบุว่ามูลค่าสินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคไนซ์บนเครือข่ายนี้ทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์ แล้ว และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ตลาดโทเคไนซ์สินทรัพย์จริงอาจเติบโตสู่ระดับ หลายล้านล้านดอลลาร์ในทศวรรษหน้า หากเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกนำมาใช้ในระบบการเงินมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกิจกรรมซื้อขายบน decentralized exchange ของ XRPL ยังไม่สูงมาก โดยมีวอลุ่มรายวันประมาณ 4–8 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น ซึ่งยังจำกัดผลกระทบต่อความต้องการ XRP ในระยะสั้น
อีกเรื่องที่ทำให้ตลาดให้ความสนใจ XRP มากขึ้นคือ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบในญี่ปุ่น
ผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่นกำลังพิจารณาการจัดประเภทคริปโตบางประเภท—including XRP—ให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินภายใต้กฎหมาย Financial Instruments and Exchange Act (FIEA) ซึ่งจะกำหนดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล การกำกับดูแล และการคุ้มครองนักลงทุนที่เข้มงวดขึ้น
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังหารือการปฏิรูประบบคริปโต เช่น
บางแนวคิดอาจเกิดขึ้นภายในช่วงปลายทศวรรษนี้ ซึ่งอาจทำให้สถาบันการเงินอย่างธนาคาร กองทุนบำนาญ และโบรกเกอร์เข้ามามีบทบาทในตลาดคริปโตมากขึ้น
เมื่อมองภาพรวม ปัจจัยที่ผลักดัน XRP ในเอเชียมีหลายระดับ
อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างระหว่าง “เรื่องเล่าในตลาด” กับ “การใช้งานจริงในปัจจุบัน” วอลุ่มจากนักเทรดรายย่อยสามารถเปลี่ยนทิศได้เร็ว ฟีเจอร์ lending ยังไม่เปิดใช้งาน และตลาดโทเคไนซ์สินทรัพย์ยังเล็กเมื่อเทียบกับระบบการเงินโลก
แต่สิ่งที่ตลาดกำลังสะท้อนอยู่คือความเป็นไปได้ใหม่: XRP อาจไม่ได้ถูกมองแค่เป็นเหรียญสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานของการเงินดิจิทัลในเอเชีย หากแนวโน้มเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในอนาคต
Comments
0 comments