เกิดภาพตลาดหุ้นเอเชียสองขั้วในปี 2026: เงินทุนจีนแผ่นดินใหญ่พากันย้ายออกจากหุ้นฮ่องกงเพื่อไปลงทุนในหุ้น AI ภายในประเทศ ขณะที่เงินทุนสถาบันทั่วโลกหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวันอย่างมหาศาล ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นราว 90% ในปี 2026 และดัชนี TAIEX ของไต้หวันปรับตัวขึ้นประมาณ 92% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What explains the recent sharp divergence between Hong Kong's stock market decline and the surging valuations of AI chipmakers in South Kore. Article summary: The sharp divergence is driven by a three-part structural capital rotation: Chinese mainland investors are pulling record sums out of Hong Kong-listed shares and rotating back onshore into domestic AI plays, while global. Topic tags: general, general web, news, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Hong Kong stocks decline, taking cues from US rout on jitters about AI disruption. Sell-offs also whiplash commodity markets, with both gold and" source context "Hong Kong stocks decline, taking cues from US rout on jitters about AI disruption | South China Morning Post" Reference image 2: visual subject "H
ตลาดหุ้นเอเชียในปี 2026 กำลังถูกดึงออกจากกันด้วยแรงผลักดันเดียวกัน นั่นคือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในขณะที่กระแส AI กำลังเปลี่ยนเกาหลีใต้และไต้หวันให้กลายเป็นตลาดหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในโลก แต่ในทางกลับกัน มันกลับดูดเงินทุนออกจากตลาดรองของฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดหนึ่งชนะและอีกตลาดแพ้ หากแต่เป็นการหมุนเวียนเงินทุนเชิงโครงสร้างที่กำลังกำหนดบทบาทใหม่ของแต่ละศูนย์กลางการเงินในห่วงโซ่อุปทาน AI ของโลก
ช่องว่างของผลตอบแทนนั้นชัดเจนและสามารถวัดผลได้
ตลาดฮ่องกงที่ซบเซาต่อเนื่อง: ดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ปรับตัวลดลง 2.8% ในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 1.1% ของดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ดัชนี Hang Seng TECH ซึ่งตามรอยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเมือง ร่วงลงถึง 9.7% เมื่อนับจากต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ภายในกลางเดือนมิถุนายน ดัชนี HK50 ดิ่งลงมาอยู่ที่ประมาณ 24,411 จุด หรือคิดเป็นการขาดทุน 4.9% ภายในเดือนเดียว
ข้อมูลจาก HKEX แสดงให้เห็นว่าดัชนี HSI ร่วงลงอีก 2.3% เพียงในเดือนพฤษภาคม 2026 เดือนเดียว
การพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ของเกาหลีใต้และไต้หวัน: ในอีกฟากหนึ่ง ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวันกำลังให้ผลตอบแทนในระดับที่หาดูได้ยากชั่วอายุคน ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นประมาณ 90% ในปี 2026 และทะยานขึ้นราว 226% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี 2025 มันทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2026
ส่วนดัชนี TAIEX ของไต้หวันปรับตัวขึ้นประมาณ 92% ในรูปเงินดอลลาร์นับจากต้นปี 2025 โดยมูลค่าตลาดรวมของไต้หวันทะลุ 4.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าสหราชอาณาจักรไปเป็นที่เรียบร้อย
การกระจุกตัวของมูลค่าหลายล้านล้าน: มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่เป็นศูนย์กลางของการพุ่งขึ้นครั้งนี้ บริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดสามอันดับแรกของเอเชียล้วนเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ได้แก่ TSMC, Samsung Electronics และ SK Hynix โดย SK Hynix ได้เข้าร่วมกลุ่มบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ตามหลัง TSMC และ Samsung ตอนนี้ผลประกอบการของสามบริษัทนี้มีอำนาจอย่างท่วมท้นในการกำหนดทิศทางของดัชนีหุ้นในประเทศของตน ซึ่งสร้างความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอย่างมีนัยสำคัญ
การลดลงของตลาดหุ้นฮ่องกงไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลออก แต่เกิดจากการหมุนเวียนเงินทุนของนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่
เงินทุนจีนแผ่นดินใหญ่กำลังไหลกลับบ้าน: นักลงทุนจีนกำลังถอนเงินจำนวนมหาศาลเป็นประวัติการณ์ออกจากหุ้น H-share ที่จดทะเบียนในฮ่องกง และหันไปซื้อหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่จดทะเบียนในตลาด A-share ภายในประเทศ ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายนโยบายอุตสาหกรรมของปักกิ่งมากกว่า ช่องทาง Southbound Stock Connect ซึ่งมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ฮ่องกงในปี 2025 ได้เปลี่ยนทิศทาง โดยนักลงทุนรายย่อยและสถาบันในแผ่นดินใหญ่กำลังไล่ล่าหุ้นชิป AI ในประเทศ ซึ่งเป็นพลวัตที่งานวิเคราะห์หนึ่งบรรยายว่า กำลังสร้าง "การกระจายตัวของมูลค่าที่สุดขั้ว" ภายในภาคส่วนนี้
ดังที่รายงานข่าวหนึ่งระบุว่า "สำหรับตอนนี้ นักลงทุนแผ่นดินใหญ่ดูเหมือนจะมองว่าตลาดในประเทศเป็นการแสดงออกถึงธีม AI จีนที่บริสุทธิ์กว่า"
ปัญหาองค์ประกอบของดัชนี: ดัชนีฮั่งเส็งและ Hang Seng TECH มีโครงสร้างที่ไม่สอดคล้องกับวงจรการลงทุน AI ในปัจจุบัน พวกมันถ่วงน้ำหนักไปทางบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent, Alibaba และ Meituan รวมถึงหุ้นกลุ่มการเงินแบบดั้งเดิม ภาคส่วนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการใช้จ่ายมหาศาลในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI นอกจากนี้ บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ไม่กี่แห่งที่จดทะเบียนในฮ่องกงมักเป็นหุ้นน้องใหม่ มาร์เก็ตแคปเล็ก และมุ่งเน้นไปที่การผลิตชิปเพื่อทดแทนการนำเข้าของจีน มากกว่าจะเป็นห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก
การพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นในโซลและไทเปไม่ได้สร้างขึ้นจากการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว มันมีพื้นฐานมาจากการเติบโตของกำไรที่แท้จริง ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI
ความต้องการชิปหน่วยความจำและชิปประมวลผลที่ไม่มีใครเทียบได้: ซูเปอร์ไซเคิล AI ได้สร้างอุปสงค์ที่แทบจะไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และชิปประมวลผลขั้นสูง SK Hynix และ Samsung ครองตลาดอุปทาน HBM ทั่วโลก ในขณะที่ TSMC เป็นผู้ผลิตชิปประมวลผล AI ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก สิ่งนี้แปลงไปสู่รายได้ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: มีรายงานว่ารายได้จากชิปของ Samsung พุ่งขึ้นเกือบ 50 เท่าในหนึ่งไตรมาส และภาคส่วนโดยรวมคาดการณ์ว่ารายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะสูงถึง 9.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026
การจัดอันดับตลาดโลกใหม่: การไหลของเงินทุนสถาบันสะท้อนความเป็นจริงใหม่นี้ จากข้อมูลของ HSBC มูลค่าตลาดหุ้นไต้หวันแซงหน้าแคนาดากลายเป็นตลาดหุ้นใหญ่อันดับ 6 ของโลก และเกาหลีใต้แซงหน้าสหราชอาณาจักรขึ้นเป็นอันดับ 8 รายงาน Invesco 2026 Midyear Outlook ระบุอย่างชัดเจนว่า "เอเชียเหนือ โดยเฉพาะไต้หวันและเกาหลีใต้" คือผู้รับผลประโยชน์หลักจากวงจรเซมิคอนดักเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
นักกลยุทธ์จาก Goldman Sachs ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดในภาคส่วนนี้ และ Citi ระบุว่านักลงทุนระยะยาวทั่วโลกกำลังสะสมหุ้นเทคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบทบาทของพวกเขาในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์
การชุมนุมที่ทรงพลังแต่มีความกว้างจำกัด: ความแข็งแกร่งในตลาดเหล่านี้กระจุกตัวอย่างรุนแรง ผลงานของ Kospi ถูกขับเคลื่อนอย่างท่วมท้นโดย Samsung และ SK Hynix เช่นเดียวกับที่ TAIEX ถูกขับเคลื่อนโดย TSMC แม้ว่าผู้จัดการกองทุนบางรายจะเริ่มโยกย้ายผลกำไรจากเกาหลีและไต้หวันกลับไปยังหุ้น AI จีนด้วยเหตุผลด้านมูลค่า แต่กระแสเงินทุนสถาบันในภาพรวมเชิงโครงสร้างยังคงมุ่งตรงไปยังห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์
นอกเหนือจากตัวเลขผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานกำลังเกิดขึ้นในวิธีที่ศูนย์กลางการเงินของเอเชียเข้ากันได้กับเศรษฐกิจ AI
สิ่งที่ดูเหมือนเป็นการแยกทางของตลาดบนพื้นผิว แท้จริงแล้วคือการหมุนเวียนของเงินทุนที่กำลังวาดแผนที่การเงินของเอเชียขึ้นใหม่เป็นการถาวร ฮ่องกงกำลังต่อสู้เพื่อเป็นสถานที่หลักที่บริษัท AI จีนยุคต่อไปจะระดมทุน เกาหลีใต้และไต้หวันคือที่ที่นักลงทุนทั่วโลกวางเงินของพวกเขาเพื่อเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์ทางกายภาพที่ทำให้ AI เป็นไปได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เกิดภาพตลาดหุ้นเอเชียสองขั้วในปี 2026: เงินทุนจีนแผ่นดินใหญ่พากันย้ายออกจากหุ้นฮ่องกงเพื่อไปลงทุนในหุ้น AI ภายในประเทศ ขณะที่เงินทุนสถาบันทั่วโลกหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวันอย่างมหาศาล
เกิดภาพตลาดหุ้นเอเชียสองขั้วในปี 2026: เงินทุนจีนแผ่นดินใหญ่พากันย้ายออกจากหุ้นฮ่องกงเพื่อไปลงทุนในหุ้น AI ภายในประเทศ ขณะที่เงินทุนสถาบันทั่วโลกหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวันอย่างมหาศาล ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นราว 90% ในปี 2026 และดัชนี TAIEX ของไต้หวันปรับตัวขึ้นประมาณ 92% ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ นับตั้งแต่ต้นปี 2025 โดยได้แรงหนุนจากผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ TSMC
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้น แต่สะท้อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ฮ่องกงกำลังเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางระดมทุนสำหรับสตาร์ทอัพ AI และชิปของจีน ในขณะที่การซื้อขายหุ้นในตลาดรองของบริษัทยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมซ...
Loading comments...
Comments
0 comments