สินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่รวมถึงทองแดงถูกกำหนดราคาเป็น ดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อดอลลาร์แข็งค่า ผู้ซื้อที่ใช้สกุลเงินอื่นจะต้องจ่ายแพงขึ้น ทำให้ความต้องการลดลง และกดดันราคาในตลาดโลก
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัว
นักวิเคราะห์ของ J.P. Morgan ระบุว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจเลวร้าย ราคาทองแดงอาจลดลงไปที่ ประมาณ 11,100–11,200 ดอลลาร์ต่อตัน ในสถานการณ์เชิงลบ
ทั้งหมดนี้ทำให้ทองแดงในช่วงนี้มีลักษณะเหมือน ตัวชี้วัดเศรษฐกิจโลก มากกว่าสินค้าที่เคลื่อนไหวจากปัจจัยด้านอุปทาน
ในทางตรงกันข้าม ตลาดอลูมิเนียมกำลังถูกขับเคลื่อนโดยความกังวลด้านอุปทาน
นักวิเคราะห์ของ Citigroup ระบุว่า ตลาดอลูมิเนียมอาจมีโครงสร้างที่เป็นบวกมากที่สุดในรอบ กว่า 50 ปี เนื่องจากความเสี่ยงด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
หนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญคือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญของโลก
หากการเดินเรือในช่องแคบนี้ถูกจำกัดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การส่งออกโลหะจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอาจหยุดชะงัก และทำให้ตลาดโลกขาดแคลนอลูมิเนียม
บางโรงงานในภูมิภาคนี้ยังเผชิญกับความเสียหายจากเหตุการณ์ทางทหารและประกาศ force majeure ในสัญญาส่งมอบ ซึ่งทำให้ปริมาณโลหะในตลาดลดลงทันที
นอกจากความเสี่ยงด้านการผลิตแล้ว สต็อกอลูมิเนียมทั่วโลกยังลดลง ทำให้ตลาดจริงเริ่มตึงตัว
เมื่อรวมกับปัญหาการผลิตและความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ นักลงทุนจึงเริ่มมองว่าอลูมิเนียมอาจเข้าสู่ภาวะ ขาดแคลนเชิงโครงสร้าง
Citigroup มองว่าปัจจัยด้านอุปทานอาจดันราคาอลูมิเนียมขึ้นได้อีก
หากสถานการณ์ด้านอุปทานยังตึงตัว อลูมิเนียมอาจกลายเป็นโลหะอุตสาหกรรมที่มีผลตอบแทนโดดเด่นกว่าตัวอื่นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
ความเคลื่อนไหวที่สวนทางกันของสองโลหะนี้สะท้อนธรรมชาติของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปคือ
หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากขึ้น ราคาทองแดงอาจเผชิญแรงกดดันต่อไป แต่ถ้าปัญหาในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นหรือสต็อกอลูมิเนียมยังลดลง ตลาดอลูมิเนียมอาจยังคงร้อนแรงต่อไปในระยะใกล้
Comments
0 comments