แม้กระแส AI จะเป็นฉากหลังสำคัญ แต่ แรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศ มีบทบาทสำคัญในการดันดัชนีผ่านระดับ 8,000
ในวันทำสถิติ นักลงทุนรายย่อยและ กองทุนบำนาญแห่งชาติของเกาหลีใต้ (National Pension Service) เป็นผู้ซื้อสุทธิหลัก ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับขายสุทธิในตลาดหลัก
นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีมักถูกเรียกว่า “ant investors” หรือ “นักลงทุนมด” ซึ่งมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในตลาดหุ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้แห่เข้าซื้อหุ้นกลุ่มชิปตามกระแส AI เช่นเดียวกับนักลงทุนทั่วโลก
ความเร็วของการปรับขึ้นถือว่าน่าทึ่งอย่างยิ่ง
เพียงประมาณหนึ่งปีก่อนหน้า ดัชนี KOSPI ยังอยู่ใกล้ระดับ 2,500 จุด ก่อนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าและทะลุ 8,000 ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนเปรียบเทียบว่ารวดเร็วกว่าการพุ่งขึ้นของตลาดญี่ปุ่นในยุคฟองสบู่ปลายทศวรรษ 1980 ด้วยซ้ำ
โมเมนตัมเริ่มชัดเจนตั้งแต่ต้นปี 2026 เมื่อดัชนีทะลุ 5,000 และ 6,000 จุด ภายในเวลาไม่นาน โดยได้แรงหนุนจากรายได้ของบริษัทชิปและความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนพูดถึงคือแนวคิดเรื่อง “Korea Discount” ซึ่งหมายถึงการที่หุ้นเกาหลีมักมีมูลค่าซื้อขายต่ำกว่าบริษัทในประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากปัญหาธรรมาภิบาลและโครงสร้างตลาด
ในช่วงการปรับขึ้นครั้งนี้ นักลงทุนเริ่มคาดหวังว่าการปฏิรูปตลาดทุนและการปรับปรุงธรรมาภิบาลของบริษัทอาจช่วยลดส่วนลดดังกล่าว ทำให้มูลค่าตลาดโดยรวมสูงขึ้น
การปรับขึ้นของ KOSPI ยังสอดคล้องกับกระแส หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ
เมื่อหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐปรับขึ้น นักลงทุนมักเข้าซื้อหุ้นชิปเกาหลีตาม เนื่องจากบริษัทเกาหลีเป็นผู้ผลิตส่วนสำคัญของระบบ AI ทั่วโลก
นอกจากเซมิคอนดักเตอร์แล้ว หุ้นกลุ่ม ยานยนต์และผู้ส่งออกอุตสาหกรรม ก็มีส่วนร่วมในการปรับขึ้นของตลาด แม้จะมีบทบาทรองเมื่อเทียบกับบริษัทชิปขนาดใหญ่
แม้จะเป็นเหตุการณ์สำคัญ แต่ผู้วิเคราะห์จำนวนมากเตือนว่าการปรับขึ้นครั้งนี้ กระจุกตัวอยู่ในหุ้นไม่กี่ตัว โดยเฉพาะบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่
หากความต้องการชิปหน่วยความจำหรือการลงทุนด้าน AI ชะลอลง หุ้นกลุ่มเดียวกันที่เคยดันตลาดขึ้นอาจทำให้ดัชนีปรับตัวลงแรงได้เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงแรงซื้อแบบ FOMO (Fear of Missing Out) ที่อาจทำให้ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นทั้งขาขึ้นและขาลง
ก่อนหน้าที่จะทะลุ 8,000 เพียงไม่กี่วัน ดัชนี KOSPI เคย ปรับตัวลงแรงใกล้ระดับดังกล่าว เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการปรับขึ้นที่ขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัมสามารถกลับทิศได้อย่างรวดเร็ว หากปัจจัยภายนอกเปลี่ยนแปลง
ปัจจัยที่อาจกดดันตลาดในระยะต่อไป ได้แก่
เศรษฐกิจเกาหลีใต้พึ่งพาการส่งออกสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรเศรษฐกิจโลกสามารถส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นได้อย่างรวดเร็ว
การที่ KOSPI ทะลุ 8,000 จุดในวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดการเงินเกาหลีใต้ การปรับขึ้นครั้งนี้เกิดจากการผสมผสานของหลายปัจจัย ได้แก่ กระแส AI ที่ผลักดันความต้องการชิปหน่วยความจำ แรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศ และความหวังต่อการปรับโครงสร้างตลาดทุน
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ทำให้ตลาดมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรเทคโนโลยีโลกมากเป็นพิเศษ ซึ่งหมายความว่าโมเมนตัมที่ผลักดันตลาดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดความผันผวนได้เช่นกัน
Comments
0 comments