เงินฟิวเจอร์สปิดที่ 57.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 ส่วนทองฟิวเจอร์สเดือนธันวาคมอยู่ที่ 4,181.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
1 แรงขายในสัปดาห์นั้นกระทบเงินหนักกว่าทอง หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ร้อนแรงกว่าคาดทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์ว่า Federal Reserve หรือเฟด ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
19
25
ราคาเงินยังมีอีกด้านที่ต้องพิจารณา คือการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมซึ่งทำให้โลหะชนิดนี้อ่อนไหวต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากกว่าทอง อย่างไรก็ตาม การร่วงลงของราคาเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย
24
เงินร่วงมากกว่าทองเพราะอะไร
แรงกดดันสำคัญมาจากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อน และ 3.7% จากปีก่อน ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อน และ 6.3% จากปีก่อน รายงานตลาดเชื่อมโยงตัวเลขที่สูงเหล่านี้กับการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่กลับมาอีกครั้ง
19
25
เมื่อคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงขึ้น การถือครองโลหะมีค่าซึ่งไม่จ่ายดอกเบี้ยอาจน่าสนใจน้อยลง ทั้งทองและเงินจึงถูกกดดัน แต่ราคาเงินมักแกว่งแรงกว่า
ข้อมูลสรุปตลาดแห่งหนึ่งประเมินว่าในสัปดาห์นั้นเงินลดลงราว 6.3% เทียบกับทองที่ลดลงประมาณ 0.7% ขณะที่อีกชุดข้อมูลระบุว่าลดลง 6.1% และ 0.8% ตามลำดับ ตัวเลขต่างกันเล็กน้อยได้ตามสัญญาซื้อขายและช่วงเวลาที่ใช้คำนวณ
27
9
ราคาที่ 57.31 ดอลลาร์เป็นราคาฟิวเจอร์ส ไม่ใช่ราคาตลาดซื้อขายเงินสด (spot) แบบเดียวที่ใช้ได้ทุกแหล่ง Bloomberg ระบุราคาสูงสุดของเงินในเดือนมกราคมไว้ที่ 121.79 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าราคา ณ วันที่ 16 ตุลาคมต่ำกว่าจุดนั้นราว 53% อย่างไรก็ดี Trading Economics ระบุสถิติสูงสุดในเดือนมกราคมที่ 121.64 ดอลลาร์ จึงมีความต่างเล็กน้อยระหว่างแหล่งข้อมูล
1
13
3
ทำไมเงินจึงอ่อนไหวต่อสัญญาณเศรษฐกิจ
เงินมีทั้งบทบาทเป็นโลหะมีค่าและเป็นวัตถุดิบทางอุตสาหกรรม MarketWatch ระบุว่าเงินอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่าทอง ดังนั้นราคาที่อ่อนลงอาจสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตและกิจกรรมอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ย
24
จึงควรจับตาการที่เงินทำผลงานแย่กว่าทอง แต่ไม่ควรตีความว่าเป็นคำตัดสินว่าเศรษฐกิจจะถดถอย ราคาโลหะได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยพร้อมกัน และข้อมูลที่อ้างถึงยังไม่ได้แยกชัดว่าการร่วงลงครั้งนี้มาจากความต้องการอุตสาหกรรมที่อ่อนแรง การขายของนักลงทุน หรือการปิดสถานะเก็งกำไรมากน้อยเพียงใด
อุปสงค์ระยะยาวช่วยพยุงได้ แต่ไม่รับประกันว่าราคาจะฟื้น
ด้านหนึ่ง สถาบันเงิน (Silver Institute) คาดว่าตลาดเงินจะขาดดุลเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันในปี 2026 และชี้ถึงความต้องการจากเทคโนโลยี เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และรถยนต์ไฟฟ้า
46 รายงานอีกชิ้นยังกล่าวถึงโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล AI ว่าอาจเป็นแหล่งความต้องการเงิน
40
แต่การขาดดุลไม่ได้แปลว่าราคาจะต้องปรับขึ้นเสมอไป เมื่อราคาอยู่ในระดับสูง การนำเศษเงินกลับมารีไซเคิลและการใช้วัสดุอื่นทดแทนในภาคอุตสาหกรรมอาจเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การซื้อขายระยะสั้นยังอาจถูกขับเคลื่อนด้วยทิศทางดอกเบี้ยและความคาดหวังต่อเศรษฐกิจ
33
ภาพรวมจึงเป็นแรงกดดันสองด้าน: ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยช่วยอธิบายได้ว่าทำไมโลหะทั้งสองชนิดถูกกดดัน ส่วนความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจของเงินช่วยอธิบายว่าทำไมราคาจึงลดลงมากกว่าทอง การร่วงลงนี้เป็นสัญญาณความเสี่ยงที่ควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่น ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าเศรษฐกิจจะถดถอย หรือคำทำนายว่าราคาเงินจะไปทางใดต่อ