พื้นที่ว่างในเจียอี้ที่เคยถูกเรียกว่า “ที่รกร้าง” ถูกพัฒนาเป็นคลัสเตอร์โดรนที่มีบริษัทและสถาบันมากกว่า 50 แห่งรอบศูนย์ Asia UAV AI Innovation Application R&D Center [1] รัฐบาลไต้หวันใช้โมเดลคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เชื่อม R&D การทดสอบ และการผลิต เพื่อสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดรนครบวงจรและแข่งขันในตลาดโลก [3][10] ยุทธศาสตร์...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What explains Chiayi’s transformation from a former vacant “wasteland” into the center of Taiwan’s drone ambitions, and how do the Asia UAV. Article summary: Chiayi’s transformation is best explained as a deliberate industrial-policy project: Taiwan converted an underused site into a drone R&D, testing, and clustering base to serve both national-security needs and global dema. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Nearby, at the Asia UAV AI Innovation Application R&D Center in Chiayi County, Taiwanese drone maker 7A Drones Co is testing a multirotor drone with engineers from French company P" source context "Former Chiayi ‘wasteland’ becomes hub for Taiwan drone ambitions - Taipei Times" Reference image 2: visual subject "N
ไต้หวันกำลังสร้างศูนย์กลางอุตสาหกรรมโดรนใหม่ใน อำเภอเจียอี้ (Chiayi) ทางตอนใต้ของประเทศ พื้นที่ที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเรียกว่า “ที่รกร้าง” ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นฐานสำคัญของยุทธศาสตร์โดรนของประเทศ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สถาบันวิจัย และภาคเอกชน เป้าหมายคือสร้างระบบนิเวศโดรนที่สามารถแข่งขันในตลาดโลก พร้อมลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีน
ศูนย์กลางของโครงการนี้คือ Asia UAV AI Innovation Application R&D Center ซึ่งกลายเป็นจุดรวมของบริษัทโดรน นักวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ในเจียอี้แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของวิทยาเขตมหาวิทยาลัย National Taiwan University of Sport ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะย้ายออกไปในปี 2015 ทำให้พื้นที่กว่า 5,000 ผิง (ประมาณ 16,528 ตารางเมตร) ถูกปล่อยว่างอยู่ช่วงหนึ่ง
ต่อมารัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางเห็นโอกาสในการใช้พื้นที่นี้พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นั่นคือ โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับ (UAV)
ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมี บริษัทและสถาบันด้านโดรนมากกว่า 50 แห่ง เข้ามาตั้งอยู่ ทำให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่รวมทั้งการวิจัย การพัฒนา การทดสอบ และความร่วมมือเชิงพาณิชย์ไว้ในที่เดียว
แนวคิด “คลัสเตอร์เทคโนโลยี” แบบนี้ถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เพราะการรวมบริษัท ซัพพลายเออร์ และนักวิจัยไว้ใกล้กันช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น
Asia UAV AI Innovation Application R&D Center ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทั้งด้านสถานที่และการประสานงานของอุตสาหกรรมโดรนในเจียอี้ โดยรองรับการพัฒนาโดรน การประยุกต์ใช้ AI และการทำงานร่วมกันของบริษัทต่าง ๆ
รัฐบาลไต้หวันยังมีแผนยกระดับพื้นที่นี้ให้เป็น ฐานวิจัยและทดสอบโดรนระดับชาติ ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม
อีกโครงการสำคัญใกล้เคียงคือ Minxiong Aerospace and UAV Industrial Park ของสถาบัน National Chung‑Shan Institute of Science and Technology ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยง
เข้าด้วยกันเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดรนครบวงจร
รัฐบาลไต้หวันมองว่าโดรนเป็น อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศ
เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้ไต้หวันกลายเป็น ศูนย์กลางการผลิต UAV ระดับภูมิภาค พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของประเทศพันธมิตร
นโยบายหลักที่ผลักดันอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่
อดีตประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน (Tsai Ing‑wen) ยังเคยระบุว่าการพัฒนาโดรนช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และเสริมยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศแบบอสมมาตรของไต้หวัน
อีกแรงผลักสำคัญของโครงการในเจียอี้คือปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
ไต้หวันกำลังพยายามสร้างระบบผลิตโดรนที่เป็น ทางเลือกแทนเทคโนโลยีจากจีน ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในบางประเทศ
รองนายกรัฐมนตรี เจิ้งลี่จวิน (Cheng Li‑chun) ได้เสนอแนวคิดสร้าง “democratic drone supply chain” หรือห่วงโซ่อุปทานโดรนของประเทศประชาธิปไตย โดยให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางสำคัญ
แนวคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศกำลังทบทวนการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีน และมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้มากขึ้น
โครงการโดรนของเจียอี้ไม่ได้มุ่งตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ตั้งเป้าเชื่อมต่อกับพันธมิตรทั่วโลก
พื้นที่นี้ได้ต้อนรับตัวแทนจากบริษัทต่างชาติหลายสิบแห่งเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและสร้างความร่วมมือกับบริษัทไต้หวัน
ตัวอย่างเช่น คณะผู้แทนจาก สาธารณรัฐเช็ก ได้เดินทางมาเยือนเพื่อหารือความร่วมมือด้านการพัฒนาโดรนระหว่างสองประเทศ
ความร่วมมือแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อ
บทบาทของโดรนในสงครามยุคใหม่ทำให้รัฐบาลไต้หวันเร่งพัฒนาเทคโนโลยี UAV มากขึ้น
บทเรียนจากความขัดแย้งสมัยใหม่แสดงให้เห็นว่าโดรนสามารถใช้สำหรับ
ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศแบบ asymmetric defense ของไต้หวันที่เน้นระบบที่ยืดหยุ่นและต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับกองกำลังขนาดใหญ่
ความต้องการจากภาครัฐยังช่วยสร้างตลาดเริ่มต้นให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและขยายกำลังการผลิตได้
แม้ความมั่นคงจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่โดรนยังมีการใช้งานในภาคพลเรือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น
ในระดับโลก ตลาดโดรนมีมูลค่าประมาณ 30.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 และคาดว่าจะเติบโตถึงราว 55 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
การเติบโตนี้ทำให้โดรนกลายเป็นโอกาสสำคัญสำหรับไต้หวัน ซึ่งมีจุดแข็งด้านอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตความแม่นยำสูง และเทคโนโลยี AI
การเปลี่ยนแปลงของเจียอี้สะท้อนแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมของไต้หวันที่เน้น การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์ แทนการพึ่งบริษัทสตาร์ทอัพหรือโครงการวิจัยที่กระจัดกระจาย
ผลลัพธ์คือศูนย์กลางที่
จากพื้นที่ที่เคยว่างเปล่า เจียอี้จึงกำลังกลายเป็น ฐานปล่อยอุตสาหกรรมโดรนของไต้หวันสู่เวทีโลก และเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
พื้นที่ว่างในเจียอี้ที่เคยถูกเรียกว่า “ที่รกร้าง” ถูกพัฒนาเป็นคลัสเตอร์โดรนที่มีบริษัทและสถาบันมากกว่า 50 แห่งรอบศูนย์ Asia UAV AI Innovation Application R&D Center [1]
พื้นที่ว่างในเจียอี้ที่เคยถูกเรียกว่า “ที่รกร้าง” ถูกพัฒนาเป็นคลัสเตอร์โดรนที่มีบริษัทและสถาบันมากกว่า 50 แห่งรอบศูนย์ Asia UAV AI Innovation Application R&D Center [1] รัฐบาลไต้หวันใช้โมเดลคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เชื่อม R&D การทดสอบ และการผลิต เพื่อสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดรนครบวงจรและแข่งขันในตลาดโลก [3][10]
ยุทธศาสตร์นี้ขับเคลื่อนทั้งจากความต้องการด้านความมั่นคง การสร้างห่วงโซ่อุปทานโดรนที่ไม่พึ่งจีน และการเติบโตของตลาดโดรนโลกที่อาจแตะราว 55 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 [4][7]