รัฐบาลไต้หวันยังมีแผนยกระดับพื้นที่นี้ให้เป็น ฐานวิจัยและทดสอบโดรนระดับชาติ ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม
อีกโครงการสำคัญใกล้เคียงคือ Minxiong Aerospace and UAV Industrial Park ของสถาบัน National Chung‑Shan Institute of Science and Technology ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยง
รัฐบาลไต้หวันมองว่าโดรนเป็น อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศ
เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้ไต้หวันกลายเป็น ศูนย์กลางการผลิต UAV ระดับภูมิภาค พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของประเทศพันธมิตร
นโยบายหลักที่ผลักดันอุตสาหกรรมนี้ ได้แก่
อดีตประธานาธิบดี ไช่อิงเหวิน (Tsai Ing‑wen) ยังเคยระบุว่าการพัฒนาโดรนช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี และเสริมยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศแบบอสมมาตรของไต้หวัน
อีกแรงผลักสำคัญของโครงการในเจียอี้คือปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
ไต้หวันกำลังพยายามสร้างระบบผลิตโดรนที่เป็น ทางเลือกแทนเทคโนโลยีจากจีน ซึ่งถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในบางประเทศ
รองนายกรัฐมนตรี เจิ้งลี่จวิน (Cheng Li‑chun) ได้เสนอแนวคิดสร้าง “democratic drone supply chain” หรือห่วงโซ่อุปทานโดรนของประเทศประชาธิปไตย โดยให้ไต้หวันเป็นศูนย์กลางสำคัญ
แนวคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศกำลังทบทวนการพึ่งพาเทคโนโลยีจากจีน และมองหาซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้มากขึ้น
โครงการโดรนของเจียอี้ไม่ได้มุ่งตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ตั้งเป้าเชื่อมต่อกับพันธมิตรทั่วโลก
พื้นที่นี้ได้ต้อนรับตัวแทนจากบริษัทต่างชาติหลายสิบแห่งเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและสร้างความร่วมมือกับบริษัทไต้หวัน
ตัวอย่างเช่น คณะผู้แทนจาก สาธารณรัฐเช็ก ได้เดินทางมาเยือนเพื่อหารือความร่วมมือด้านการพัฒนาโดรนระหว่างสองประเทศ
ความร่วมมือแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อ
บทบาทของโดรนในสงครามยุคใหม่ทำให้รัฐบาลไต้หวันเร่งพัฒนาเทคโนโลยี UAV มากขึ้น
บทเรียนจากความขัดแย้งสมัยใหม่แสดงให้เห็นว่าโดรนสามารถใช้สำหรับ
ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศแบบ asymmetric defense ของไต้หวันที่เน้นระบบที่ยืดหยุ่นและต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับกองกำลังขนาดใหญ่
ความต้องการจากภาครัฐยังช่วยสร้างตลาดเริ่มต้นให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและขยายกำลังการผลิตได้
แม้ความมั่นคงจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่โดรนยังมีการใช้งานในภาคพลเรือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น
ในระดับโลก ตลาดโดรนมีมูลค่าประมาณ 30.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 และคาดว่าจะเติบโตถึงราว 55 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
การเติบโตนี้ทำให้โดรนกลายเป็นโอกาสสำคัญสำหรับไต้หวัน ซึ่งมีจุดแข็งด้านอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตความแม่นยำสูง และเทคโนโลยี AI
การเปลี่ยนแปลงของเจียอี้สะท้อนแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมของไต้หวันที่เน้น การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์ แทนการพึ่งบริษัทสตาร์ทอัพหรือโครงการวิจัยที่กระจัดกระจาย
ผลลัพธ์คือศูนย์กลางที่
จากพื้นที่ที่เคยว่างเปล่า เจียอี้จึงกำลังกลายเป็น ฐานปล่อยอุตสาหกรรมโดรนของไต้หวันสู่เวทีโลก และเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
Comments
0 comments