บิตคอยน์ร่วงมากกว่า 4% ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 ตุลาคม 2026 หลังราคาปรับขึ้นจากราว 75,000 ดอลลาร์เป็น 87,000 ดอลลาร์ในช่วงสามสัปดาห์ก่อนหน้า ข้อมูลที่มีชี้ว่าแรงย่อตัวเกิดจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งการขายทำกำไร แรงกดดันต่อผู้ถือระยะสั้น และการบังคับปิดสถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุเดียวหรือเป็นการแพนิกทั่วตลาด
3
33
ข้อมูลบอกอะไรเกี่ยวกับการขายทำกำไรและแรงกดดันต่อผู้ถือ
Santiment รายงานว่ามีการรับรู้กำไรบนเครือข่ายราว 1.03 พันล้านดอลลาร์ในวันเดียว สูงเป็นอันดับสองของปี 2026 รองจากจุดสูงสุดที่ 1.04 พันล้านดอลลาร์เพียงเล็กน้อย ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าผู้ถือจำนวนมากรับรู้กำไรระหว่างที่บิตคอยน์ถอยจากระดับสูงล่าสุด แต่ไม่ได้แปลว่าเหรียญทุกเหรียญที่เคลื่อนย้ายถูกขายบนแพลตฟอร์มซื้อขาย และไม่ได้บอกยอดขายสุทธิทั้งหมดของสัปดาห์นั้นโดยลำพัง
18
ในอีกด้านหนึ่ง มีรายงานว่าผู้ถือระยะสั้นโอน 45,600 BTC เข้าแพลตฟอร์มซื้อขาย โดยในจำนวนนี้ 29,100 BTC ถูกโอนในสถานะขาดทุน ข้อมูลชี้ว่าผู้ซื้อหน้าใหม่บางส่วนกำลังเผชิญแรงกดดัน แต่การโอนเหรียญเข้าแพลตฟอร์มไม่ได้ยืนยันว่าเหรียญถูกขายแล้ว หรือผู้ถือขายเพราะตื่นตระหนก
3
12
ทำไมตัวเลขการโอนขาดทุนจึงไม่ตรงกัน
รายงานที่มีระบุตัวเลข 29,100 BTC ที่โอนขาดทุน ขณะที่มีการยกชุดตัวเลขอีกชุดขึ้นมา คือ 24,900 BTC ที่โอนขาดทุน และ 20,700 BTC ที่โอนในสถานะกำไร ซึ่งรวมกันเป็น 45,600 BTC พอดี แต่ชุดนี้ไม่สอดคล้องกับตัวเลขขาดทุน 29,100 BTC รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ชี้ชัดว่าความต่างเกิดจากช่วงเวลาหรือวิธีคำนวณที่ไม่เหมือนกัน หรือเป็นความคลาดเคลื่อนของตัวเลข จึงยังไม่ควรถือว่ามีการแจกแจงยอดที่ขัดแย้งกันนี้อย่างชัดเจนแล้ว
3
12
ส่วน ต้นทุนเฉลี่ย 74,600 ดอลลาร์ของผู้ถือระยะสั้น เป็นเพียงจุดอ้างอิง ไม่ใช่แนวรับที่รับประกันว่าจะเอาอยู่ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้ถือช่วยบอกภาพรวมว่าราคาอยู่เหนือหรือต่ำกว่าต้นทุนโดยประมาณ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ถือจะเลือกถือ ขาย หรือยอมแพ้เมื่อราคาแตะระดับนั้น
3
4
แรงบังคับปิดสถานะและการโอนเหรียญรายใหญ่เพิ่มแรงกดดันอย่างไร
การปรับลงเกิดขึ้นพร้อมกับการล้างสถานะในตลาดคริปโตรวมราว 1.09 พันล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง โดยรายงานหนึ่งระบุว่าราว 1.05 พันล้านดอลลาร์มาจากสถานะซื้อ ตัวเลขนี้ครอบคลุมตลาดคริปโตโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะบิตคอยน์ เมื่อราคาลดลงและสถานะซื้อที่ใช้เลเวอเรจถูกบังคับปิด แรงขายที่ตามมาอาจเร่งให้ราคาลงต่อได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้ถือบิตคอยน์ที่ไม่ได้ใช้เลเวอเรจกำลังตื่นตระหนก
33
37
CryptoQuant ระบุว่าการเคลื่อนย้ายบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นตัวกระตุ้นให้ราคาปรับฐาน โดยมองว่าตลาดเปราะบางอยู่ก่อนแล้วจากกำไรที่ยังไม่รับรู้ในระดับสูง ข้อมูลจากชุดกระเป๋าเงินที่ติดตามระบุว่ายอดบิตคอยน์ลดลง 17,468 BTC ระหว่างวันที่ 6–8 ตุลาคม รวมถึง 12,267 BTC ในวันที่ 8 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม นี่คือการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินที่ถูกติดตาม ไม่ใช่หลักฐานว่ารัฐบาลขายเหรียญแล้ว และคำอธิบายเรื่องตัวกระตุ้นเป็นมุมมองวิเคราะห์ของ CryptoQuant ไม่ใช่สาเหตุที่ได้รับการยืนยัน
4
16
MARA Holdings ยังโอนบิตคอยน์ราว 996 BTC มูลค่า 81.13 ล้านดอลลาร์ ไปยังที่อยู่ที่ระบุว่าเป็นของ Galaxy Digital แต่การโอนดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่า MARA ขายเหรียญ บริษัทเคยเปิดเผยว่าขาย 15,133 BTC มูลค่าราว 1.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม เพื่อนำเงินไปซื้อคืนหนี้และใช้ในวัตถุประสงค์ทางธุรกิจอื่น ๆ แต่การขายครั้งนั้นไม่ได้ยืนยันจุดประสงค์ของการโอนครั้งหลัง
49
56
บิตคอยน์เจอจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง?
ระหว่างแรงขาย บิตคอยน์ลงไปใกล้ 80,300 ดอลลาร์ ชั่วคราว ก่อนกลับขึ้นเหนือ 82,000 ดอลลาร์ตามรายงานที่เผยแพร่ในช่วงตลาดปรับตัวลง การดีดกลับแสดงว่ามีแรงซื้อเข้ามาหลังราคาดิ่งแรง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเกิดแนวรับที่ยั่งยืนแล้ว
13
32
ข้อสรุปที่ระมัดระวังที่สุดคือ นี่เป็น การปรับฐานที่มีหลายแรงขับเคลื่อน ได้แก่ การรับรู้กำไรจำนวนมากหลังราคาขึ้นแรง แรงกดดันที่เห็นได้ในกลุ่มผู้ถือระยะสั้น และการล้างสถานะที่ช่วยเร่งการเคลื่อนไหวลง ขณะเดียวกัน ตัวเลขการแจกแจงยอดผู้ถือที่ขัดแย้งกัน และข้อจำกัดที่ว่าการโอนจากกระเป๋าเงินไม่ได้ยืนยันการขาย ทำให้ยังสรุปได้ไม่ไกลกว่านี้ ข้อมูลที่มีไม่รองรับทั้งข้อสรุปว่าเป็นเพียงการขายทำกำไร หรือว่าทุกคนกำลังแพนิก และยังไม่ยืนยันว่าตลาดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
3
12
18
33