Arkham ติดป้ายกำกับธุรกรรม Zcash ได้ 53% ด้วยการวิเคราะห์กระเป๋าแบบโปร่งใสและรูปแบบพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ได้เจาะระบบเข้ารหัสของ Shielded Pool แต่อย่างใด Zooko Wilcox ผู้ก่อตั้ง Zcash ยืนยันชัดว่าไม่มี ZEC ใน Shielded Pool ถูกเปิดเผยตัวตนแม้แต่เหรียญเดียว เพราะข้อมูลพวกนั้นไม่มีอยู่ให้ตามหา บทเรียนสำคัญคือความเป็นส่วนต...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What evidence did Arkham present regarding Zcash transaction tracking, how were the reported figures (53% of transactions and $420 billion i. Article summary: Here is a direct breakdown of the Arkham-Zcash case, based on Arkham-related reporting and Zcash founder Zooko Wilcox's response [1][3][5].. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Blockchain forensics platform Arkham Intelligence has sparked outrage in the crypto community after posting a new update claiming it can now track Zcash transactions, apparently in" source context "Arkham’s 'Misleading' Zcash Tracking Claims Spark Outrage - "The Defiant"" Reference image 2: visual subject "Arkham has now labeled more than half of all Zcash activity, attributing $420 billion i
ในเดือนธันวาคม 2025 บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง Arkham Intelligence ได้ประกาศข่าวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ โดยอ้างว่าพวกเขาสามารถ ติดป้ายกำกับธุรกรรมของ Zcash ไปแล้วกว่า 53% ของทั้งหมด และสามารถระบุที่มาที่ไปของปริมาณธุรกรรม ZEC มูลค่าประมาณ 4.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับบุคคลและสถาบันที่ระบุตัวตนได้ โลกออนไลน์ลุกเป็นไฟทันทีด้วยข้อกล่าวอ้างที่ว่าความเป็นส่วนตัวของ Zcash ถูกทำลายลงแล้ว แต่เรื่องราวทั้งหมดที่ปะติดปะต่อจากวิธีการของ Arkham เอง และการตอบโต้จาก Zooko Wilcox ผู้ก่อตั้ง Zcash ได้เผยให้เห็นการถกเถียงที่ละเอียดอ่อนกว่ามากว่า คำว่า "ตามรอย" (Tracking) ที่แท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไร
การประกาศในเดือนธันวาคม 2025 ของ Arkham มาพร้อมกับชุดตัวเลขที่เฉพาะเจาะจง ดังนี้ :
บริษัทยังได้ยกตัวอย่างการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดเหรียญ ZEC จาก Alexandre Cazes ผู้ก่อตั้งตลาดมืดออนไลน์ AlphaBay เมื่อแปดปีก่อน เพื่อแสดงให้เห็นว่าการตามรอยในลักษณะนี้ทำงานได้จริงอย่างไร
Arkham ไม่ได้อ้างว่าพวกเขาเจาะระบบพิสูจน์ความรู้แบบศูนย์ (Zero-knowledge proof) หรือทำลายความเป็นส่วนตัวของ Shielded Pool ลงได้ วิธีการของบริษัทอาศัยการระบุกิจกรรมที่ มองเห็นได้หรือเชื่อมโยงได้ ผ่านทางด้านที่โปร่งใส (Transparent) ของ Zcash รวมถึงรูปแบบของธุรกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เทคนิคหลักที่นำมาสู่ผลลัพธ์นี้มีสามประการ:
ประเด็นสำคัญคือ: ปริมาณของกิจกรรมบน Zcash ที่มีความหมายนั้นเกิดขึ้น นอกเหนือจาก Shielded Pool ซึ่งข้อมูลเป็นสาธารณะอยู่แล้ว ธุรกรรมแบบปกปิดถึงปกปิด (Shielded-to-shielded) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 50% ของธุรกรรม Zcash ทั้งหมดนั้น ยังคงไม่สามารถตามรอยได้อยู่ดี
Zooko Wilcox ผู้ก่อตั้ง Zcash ได้ตอบสนองต่อคำประกาศของ Arkham ด้วยการแก้ไขอย่างมีชั้นเชิง ประเด็นสำคัญของเขามีดังนี้:
คำตอบของ Wilcox ขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างข้อกล่าวอ้างสองแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง: การเจาะระบบเข้ารหัสของ Zcash (ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น) และการวิเคราะห์กิจกรรมที่ผู้ใช้ทำให้นักวิเคราะห์มองเห็นได้โดยสมัครใจ (ซึ่งคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง)
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีที่ Arkham นำเสนอตัวเลขเหล่านั้นต่างหาก นักวิจารณ์โต้แย้งว่า Arkham ใช้คำว่า "เปิดเผยตัวตน" (Deanonymize) ในทางที่ทำให้คนเข้าใจผิด ด้วยการรวมธุรกรรมทั้งแบบปกปิดและแบบโปร่งใสไว้ในคำกล่าวอ้าง 53% โดยไม่ได้แยกแยะให้เห็นถึงสัดส่วนของทั้งสองกลุ่ม Arkham ทำให้งานของพวกเขาฟังดูเหมือนสามารถเจาะทะลุมาตรการความเป็นส่วนตัวเข้าไปได้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
Mert Mumtaz จาก Helius Labs เรียกร้องข้อกล่าวอ้างของ Arkham ว่า "ทำให้คนเข้าใจผิดเพื่อสร้างกระแส" โดยเน้นย้ำว่าการติดป้ายกำกับธุรกรรมแบบปกปิดนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ในการตอบโต้ Arkham ได้เมินเฉยต่อนักวิจารณ์และเรียกพวกเขาว่า "นักรบคีย์บอร์ดเพื่อความเป็นส่วนตัว" ที่ "จู้จี้กับศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับเงินจำนวนเพียงน้อยนิดที่พวกเขาซุกซ่อนไว้แต่ใน Shielded Pool เท่านั้น"
แม้จะมีการใช้วาทกรรมที่ร้อนแรง แต่ข้อเท็จจริงทางเทคนิคก็ไม่เคยเป็นที่ถกเถียงจากฝ่ายใดเลย: ธุรกรรมแบบปกปิดถึงปกปิด (Shielded-to-shielded) ยังคงได้รับการปกป้องด้วยวิทยาการเข้ารหัส และธุรกรรมแบบโปร่งใสนั้นก็ตามรอยได้
เหตุการณ์ระหว่าง Arkham กับ Zcash แสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มีความสำคัญไปไกลกว่าสกุลเงินดิจิทัลหนึ่งสกุล โปรโตคอลหนึ่งๆ สามารถให้การรับประกันความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งได้ แต่หากผู้ใช้ไม่ใช้ฟีเจอร์เหล่านั้นจริงๆ เครือข่ายส่วนใหญ่ก็ยังคงสามารถตามรอยได้ในทางปฏิบัติ
Shielded Pool ของ Zcash ใช้ zk-SNARK proofs เพื่อตรวจสอบธุรกรรมโดยไม่ต้องเปิดเผยผู้ส่ง ผู้รับ หรือจำนวนเงิน และไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่า Arkham สามารถเจาะทะลุมาตรการนี้ไปได้ แต่เพราะว่า Zcash ตั้งค่าเริ่มต้นให้ที่อยู่เป็นแบบโปร่งใส (Transparent) และปล่อยให้การใช้งานแบบปกปิดเป็นทางเลือกของผู้ใช้ ข้อมูลกิจกรรมในอดีตจำนวนมากจึงไปอยู่ในพื้นที่ที่วิเคราะห์ได้ง่ายโดยอัตโนมัติ
บทเรียนที่กว้างกว่านั้นคือ ความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่งในระดับโปรโตคอลนั้นเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยังไม่เพียงพอ ความเป็นส่วนตัวในโลกความจริงนั้นขึ้นอยู่กับการนำไปใช้, การตั้งค่าเริ่มต้นของซอฟต์แวร์, และพฤติกรรมของผู้ใช้เป็นหลัก — และในกรณีของ Zcash การตั้งค่าเริ่มต้นเหล่านั้นทำให้เกิดพื้นผิวมากพอที่จะให้ Arkham สามารถระบุที่มาธุรกรรมกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Arkham ติดป้ายกำกับธุรกรรม Zcash ได้ 53% ด้วยการวิเคราะห์กระเป๋าแบบโปร่งใสและรูปแบบพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ได้เจาะระบบเข้ารหัสของ Shielded Pool แต่อย่างใด
Arkham ติดป้ายกำกับธุรกรรม Zcash ได้ 53% ด้วยการวิเคราะห์กระเป๋าแบบโปร่งใสและรูปแบบพฤติกรรมเท่านั้น ไม่ได้เจาะระบบเข้ารหัสของ Shielded Pool แต่อย่างใด Zooko Wilcox ผู้ก่อตั้ง Zcash ยืนยันชัดว่าไม่มี ZEC ใน Shielded Pool ถูกเปิดเผยตัวตนแม้แต่เหรียญเดียว เพราะข้อมูลพวกนั้นไม่มีอยู่ให้ตามหา
บทเรียนสำคัญคือความเป็นส่วนตัวของ Zcash เป็นแบบ ‘เลือกใช้’ และกิจกรรมในโลกจริงจำนวนมากเกิดขึ้นนอก Shielded Pool ทำให้มันถูกตามรอยได้