นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยาน ปฏิเสธข้อเรียกร้องของวลาดีมีร์ ปูตินอย่างหนักแน่นที่จะให้มีการจัดประชามติสมาชิกภาพอียูโดยทันที โดยให้เหตุผลว่ายังเร็วเกินไปจนกว่าการรวมกลุ่มกับอียูจะถึงขั้นคืบหน้า ขณะที่รัสเซียยั... มอสโกยกระดับการตอบโต้อย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา: สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ขู่พักสมาชิกภาพ...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What events and tensions surround Armenian Prime Minister Pashinyan's rejection of Russia's call for an EU referendum, including Putin's bir. Article summary: Armenian Prime Minister Nikol Pashinyan has firmly rejected Russia's escalating campaign to force a referendum on EU membership versus remaining in the Moscow-led Eurasian Economic Union (EAEU), dismissing the demand as . Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Russian leader Vladimir Putin speaks with Armenian Prime Minister Nikol Pashinyan during the CIS summit in Moscow, October 2024. Armenian Prime Minister Nikol Pashinyan will not at" source context "Pashinyan Skips Russia-Led Summit After Putin Threatens Armenia With “Ukrainian Scenario” — UNITED24 Media" Referenc
ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและเยเรวานกำลังประสบกับรอยร้าวที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อนายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยาน ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อคำขาดที่รัสเซียวางแผนไว้ ให้จัดการลงประชามติว่าด้วยอนาคตทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศ วิกฤตการณ์นี้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นการรณรงค์กดดันหลายมิติจากเครมลิน ซึ่งผสมผสานทั้งการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ การตอบโต้ทางการทูต และปฏิบัติการลับเพื่อสร้างอิทธิพล เพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาอาร์เมเนียในวันที่ 7 มิถุนายนนี้
จุดยืนของปาชินยานนั้นคงเส้นคงวา: ในขณะที่อาร์เมเนียกำลังกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป (EU) ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กระบวนการดังกล่าวยังไม่ถึงจุดที่การตัดสินใจแบบสองขั้วระหว่างอียูกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ที่นำโดยรัสเซียเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือแม้แต่สมเหตุสมผลที่จะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน เขาระบุว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีกับรัสเซียอยู่ใน "ช่วงเปลี่ยนผ่าน" นั่นหมายความว่าสภาพที่เป็นอยู่เดิมนั้นจบลงอย่างถาวรแล้ว
การเผชิญหน้าต่อสาธารณะในระยะนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2026 เมื่อปูตินเรียกร้องต่อสาธารณะให้อาร์เมเนียจัดการลงประชามติเกี่ยวกับอนาคตทางภูมิรัฐศาสตร์ของตน ในการแถลงข่าว เขาให้เหตุผลว่าการรวมกลุ่มกับอียูไปพร้อมกับการเป็นสมาชิก EAEU นั้น "เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน" และวางกรอบการจากไปของอาร์เมเนียจากกลุ่มว่าเป็น "การหย่าร้างที่อ่อนโยน ชาญฉลาด และเป็นประโยชน์ร่วมกัน" แม้ถ้อยคำนี้จะดูเป็นการทูตผิวเผิน แต่ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการท้าทายรัฐบาลของปาชินยานโดยตรง เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนชาวอาร์เมเนียจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
คำขาดดังกล่าวถูกทำให้เป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เมื่อผู้นำของรัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน และคีร์กีซสถานออกแถลงการณ์ร่วมขู่จะระงับสมาชิกภาพ EAEU ของอาร์เมเนีย แถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์เครมลิน อ้างถึง "ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ของกลุ่มจากแนวทางสู่อียูของอาร์เมเนีย สมาชิก EAEU เรียกร้องให้อาร์เมเนียตกลงที่จะจัดการลงประชามติ "โดยเร็วที่สุด" และกำหนดเส้นตายเดือนธันวาคม 2026 เพื่อทบทวนผลกระทบที่จะตามมาจากการระงับสมาชิกภาพ
ปาชินยานปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้อย่างไม่ไว้หน้าวันที่ 1 มิถุนายน โดยระบุผ่านวิดีโอว่า "การจัดให้มีการลงประชามตินั้นไร้เหตุผล" จนกว่าทางเลือกระหว่างสองกลุ่มจะ "เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้" เขาเน้นย้ำว่าอาร์เมเนียจะยังคงทำงานภายใต้กรอบ EAEU ต่อไป จนกว่าการสมัครเป็นสมาชิกอียูอย่างเป็นทางการหรือสถานะประเทศ candidate จะทำให้การตัดสินใจนี้เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ
รัสเซียได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนขั้วไปทางตะวันตกของอาร์เมเนียจะต้องแบกรับราคาทางเศรษฐกิจที่หนักหน่วง โฆษกเครมลิน ดมิทรี เพสคอฟ เตือนว่าเมื่ออาร์เมเนียเข้าใกล้อียูมากขึ้น "จะต้องเผชิญกับปัญหาใน EAEU อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้" โดยย้ำว่าอาร์เมเนีย "ไม่สามารถและไม่ควรดำเนินการเช่นนั้น โดยให้ประเทศสมาชิก EAEU ต้องเสียผลประโยชน์ทางการเงิน"
ข้อมูลทางการของอาร์เมเนียตอกย้ำถึงความเสี่ยง: เกือบ 40% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศของอาร์เมเนียผูกติดกับ EAEU ในปี 2025 ประเทศมีรายได้ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการส่งออกไปยังประเทศสมาชิก EAEU โดย 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐส่งไปที่รัสเซียเพียงประเทศเดียว การออกจากกลุ่มจะทำให้เยเรวานสูญเสียอัตราภาษีศุลกากรต่ำพิเศษที่ 5% และสิทธิการนำเข้าปลอดภาษีสำหรับสินค้าหลายประเภท
เจ้าหน้าที่รัสเซียคาดการณ์ผลกระทบที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น รองนายกรัฐมนตรีอเล็กเซย์ โอเวอร์ชุค เตือนว่าการออกจาก EAEU จะทำให้การส่งออกของอาร์เมเนียลดลง 70-80% ในขณะที่ราคาพลังงานและอาหารจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปูตินเองอ้างว่าอาร์เมเนียอาจสูญเสีย GDP อย่างน้อย 14% หากออกจากกลุ่ม
เซียร์เกย์ ชอยกู เลขาธิการสภาความมั่นคง คาดการณ์ไปไกลกว่านั้นว่า GDP จะหดตัว 30-40% และเตือนว่าเยเรวาน "ไม่ควรหวังพึ่งเงินอุดหนุนก้อนโตจากอียู"
ในฐานะยุทธวิธีสร้างแรงกดดันทันที รัสเซียได้กำหนดคำสั่งห้ามนำเข้าปลาจากอาร์เมเนียตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม รัสเซียได้เรียกเอกอัครราชทูตประจำอาร์เมเนีย เซียร์เกย์ โคปีร์กิน กลับเพื่อ "การหารือ" ที่มอสโก ซึ่งเป็นสัญญาณทางการทูตแบบดั้งเดิมที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรง ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียนั้นตรงไปตรงมาอย่างผิดปกติ โดยอ้างถึง "ขั้นตอนที่ผู้นำอาร์เมเนียดำเนินการเพื่อสานสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นการบ่อนทำลายความร่วมมือภายในสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย"
การเรียกทูตกลับเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากการขู่ระงับสมาชิกภาพของ EAEU และเป็นการประสานงานกันอย่างชัดเจนเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้สูงสุดก่อนการลงคะแนนเสียงวันที่ 7 มิถุนายน สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่าเป็นสัญญาณล่าสุดของความสัมพันธ์ที่เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วระหว่างพันธมิตรที่ยาวนาน
การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างปาชินยานและปูตินกลายเป็นช่วงเวลาที่แต่ละฝ่ายใช้ส่งสัญญาณท่าทีท่ามกลางวิกฤตที่ทวีความรุนแรง รูปแบบนี้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2025 เมื่อปาชินยานเป็นฝ่ายเริ่มโทรหาปูตินเพื่ออธิบายถึงขั้นตอนทางกฎหมายของอาร์เมเนียในการเข้าเป็นสมาชิกอียู การสนทนากระตุ้นให้เกิดสิ่งที่แหล่งข่าวระบุว่าเป็น "คำเตือนที่เข้มงวดจากมอสโก" ปาชินยานภายหลังยืนยันว่ารัสเซีย "มีข้อกังวลบางประการ" เกี่ยวกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกอียู
ในวันที่ 7 ตุลาคม 2025 ปาชินยานโทรหาปูตินเพื่ออวยพรวันเกิด โดยทั้งสองฝ่ายต่างเน้นย้ำต่อสาธารณะถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ต่อเนื่อง วันที่ 1 มิถุนายน 2025 ปูตินได้ตอบแทนด้วยการโทรศัพท์อวยพรวันเกิดให้ปาชินยานในโอกาสอายุครบ 50 ปี
ท่าทีตอบแทนกันเหล่านี้ แม้ภายนอกจะดูจริงใจ แต่กลับกลายเป็นเวทีให้ผู้นำแต่ละฝ่ายย้ำจุดยืนที่เข้ากันไม่ได้ของตนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยปูตินล่าสุดเน้นย้ำถึง "ความสัมพันธ์ฉันมิตรอาร์เมเนีย-รัสเซีย" ในข้อความวันเกิด ในขณะที่ความสัมพันธ์ในภาพรวมกำลังพังทลาย
มิติที่น่าตกตะลึงที่สุดของวิกฤตการณ์ปรากฏขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เมื่อการสืบสวนของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งอาศัยการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองตะวันตกห้านายและเอกสารของรัฐบาล เปิดเผยว่ารัสเซียได้ยกระดับการรณรงค์ลับเพื่อป้องกันการเลือกตั้งซ้ำของปาชินยาน
มาตรการที่ถูกรายงานนั้นเป็นชุดเครื่องมือสงครามลูกผสมที่ครอบคลุม:
ปฏิบัติการข่าวสารขนาดใหญ่. นักวิจัยได้บันทึกหนึ่งในปฏิบัติการข่าวสารที่สนับสนุนเครมลินครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่อาร์เมเนียด้วยวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นและเว็บไซต์ปลอม ภายในต้นเดือนพฤษภาคม 2026 มีการเผยแพร่วิดีโอที่ถูกสร้างขึ้นแล้ว 343 ชิ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายข่าวสาร "Matryoshka" ที่พึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างเนื้อหามากขึ้นเรื่อย ๆ ปฏิบัติการเริ่มต้นในต้นเดือนมีนาคมและเป็นรองเพียงปฏิบัติการที่พบเห็นระหว่างการเลือกตั้งของมอลโดวาในปี 2025 ในแง่ของขนาด รายงานนโยบายจากสถาบันเพื่อการศึกษาสิทธิมนุษยชนระบุว่า ปฏิบัติการเหล่านี้ได้พัฒนาไปสู่ "ความพยายามหลายชั้นที่ซับซ้อนเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีทางการเมืองของอาร์เมเนีย" ซึ่งครอบคลุมถึงวิศวกรรมการเลือกตั้ง การเงินทางการเมืองที่ผิดกฎหมาย และการดึงสถาบันเข้าเป็นพวก
ผู้ลงคะแนนนำเข้า. องค์ประกอบที่อาจหาญที่สุดคือแผนการที่ถูกรายงานว่ามีมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขนส่งพลเมืองสองสัญชาติรัสเซีย-อาร์เมเนียหลายหมื่นคนมายังอาร์เมเนียเพื่อพลิกผลการเลือกตั้ง บางแหล่งข่าวอ้างถึงตัวเลขผู้ลงคะแนน 100,000 คนที่ถูกพิจารณาให้ขนย้าย
หนุนหลังนักธุรกิจใหญ่ฝ่ายค้าน. รายงานข่าวกรองยังระบุถึงการสนับสนุนจากรัสเซียสำหรับนักธุรกิจใหญ่ฝ่ายค้านคนหนึ่ง เพื่อเป็นเครื่องมือท้าทายอาณัติที่นิยมตะวันตกของปาชินยาน
หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของอาร์เมเนียเองก็เคยเตือนในรายงานเมื่อหลายเดือนก่อนว่า "ปฏิบัติการข่าวสารที่เป็นภัยโดยผู้กระทำการภายนอก" ขนาดใหญ่กำลังดำเนินอยู่ รวมถึงทฤษฎีสมคบคิดที่มุ่ง "ใช้อิทธิพลต่อการลงคะแนน"
แม้ว่าแหล่งข้อมูลที่ให้มาจะไม่ได้ระบุแถลงการณ์เดี่ยวของอียูที่ใช้ถ้อยคำว่า "การประณามการบีบบังคับ" โดยเฉพาะ แต่ประเทศสมาชิกอียูและสถาบันต่างๆ ได้สนับสนุนสิทธิอธิปไตยของอาร์เมเนียอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการรวมกลุ่มกับยุโรป จุดยืนอย่างเป็นทางการของอียูซึ่งก็คือเส้นทางยุโรปของอาร์เมเนียเป็นทางเลือกอธิปไตย ได้รับการยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่องทางการทูตที่ถูกอ้างถึงโดยรายงานข่าว อียูยังกล่าวหารัสเซียว่าพยายาม "ทำร้ายเศรษฐกิจของอาร์เมเนียและมีอิทธิพลต่อผลการเลือกตั้งรัฐสภา"
ปาชินยานกำลังเดิมพันว่าชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภาจะตรึงเส้นทางภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ของอาร์เมเนียไว้ได้ สัญญาณเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเขาอาจประสบความสำเร็จ: โพลของยูโรนิวส์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม แสดงให้เห็นว่าเขากำลังมุ่งสู่ชัยชนะอย่างถล่มทลายและอาณัติที่สนับสนุนตะวันตก รายงานระบุว่าปูตินได้วาดเส้นขนานระหว่างอาร์เมเนียและยูเครน โดยเตือนถึงวิถีทางที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ "การรับรองอย่างสมบูรณ์และเต็มที่" แก่ปาชินยาน
ผลสะสมคือการคลี่คลายอย่างรวดเร็วของพันธมิตรอาร์เมเนีย-รัสเซียที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ ปาชินยานได้วางอนาคตทางการเมืองของเขาไว้กับการเปลี่ยนขั้วสู่ตะวันตก และการเลือกตั้งในวันที่ 7 มิถุนายนได้กลายเป็นการลงประชามติโดยพฤตินัยสำหรับทางเลือกนั้น ไม่ว่าเครมลินจะประสบความสำเร็จในการบีบบังคับให้มีการลงประชามติอย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยาน ปฏิเสธข้อเรียกร้องของวลาดีมีร์ ปูตินอย่างหนักแน่นที่จะให้มีการจัดประชามติสมาชิกภาพอียูโดยทันที โดยให้เหตุผลว่ายังเร็วเกินไปจนกว่าการรวมกลุ่มกับอียูจะถึงขั้นคืบหน้า ขณะที่รัสเซียยั...
นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยาน ปฏิเสธข้อเรียกร้องของวลาดีมีร์ ปูตินอย่างหนักแน่นที่จะให้มีการจัดประชามติสมาชิกภาพอียูโดยทันที โดยให้เหตุผลว่ายังเร็วเกินไปจนกว่าการรวมกลุ่มกับอียูจะถึงขั้นคืบหน้า ขณะที่รัสเซียยั... มอสโกยกระดับการตอบโต้อย่างรุนแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา: สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ขู่พักสมาชิกภาพ, รัสเซียเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ, กำหนดมาตรการห้ามนำเข้าปลา และสำนักข่าวรอยเตอร์สเปิดโปงแผนการลับของรัสเซียมูลค่า 50...
แม้จะเผชิญแรงกดดัน โพลก่อนการเลือกตั้งชี้ว่าปาชินยานมีแนวโน้มชนะขาดลอย ซึ่งจะตอกย้ำจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ของอาร์เมเนียสู่โลกตะวันตก และคลี่คลายความเป็นพันธมิตรที่มีกับรัสเซียมานานหลายทศวรรษ