SMIC และ Hua Hong ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน รายงานกำไรสุทธิ Q2 2026 พุ่งสูงระดับสามหลัก โดย SMIC กำไรพุ่ง 261.7% สู่ 479.2 ล้านดอลลาร์ และ Hua Hong กำไรพุ่ง 385.9% สู่ 38.6 ล้านดอลลาร์ สร้างสถิติรายได้ใหม่ทั้งสองบริษัท การเติบโตมาจากความต้องการชิป AI ในประเทศที่สูง โดยเฉพาะชิปรุ่น成熟 (mature node) และชิปเฉพาะทาง (speci...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What drove triple-digit profit growth for Chinese chip foundries SMIC and Hua Hong in the second quarter, and what were their exact revenue. Article summary: The search results contain a mix of data from different reporting periods — some from SMIC's August 2025 filing (showing a profit decline) and more recent August 2026 articles reporting triple-digit profit surges. Let me. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
ผู้ผลิตชิปสัญญาจ้าง (contract chipmakers) รายใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกของจีน ได้แก่ บริษัท Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) และ Hua Hong Grace Semiconductor ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2026 (สิ้นสุด 30 มิถุนายน 2026) เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 โดยทั้งสองบริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตแบบสามหลัก ถือเป็นการพลิกกลับอย่างรุนแรงจากปีก่อนหน้า ที่ SMIC มีกำไรสุทธิใน Q2 2025 ลดลง 19.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
บริษัททั้งสองได้รับอานิสงส์จากความต้องการภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นสำหรับชิป AI ที่ไม่ถูกจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยจีนสามารถซื้อชิปรุ่น成熟 (mature-node) และชิปเฉพาะทาง (specialty chips) ในประเทศได้มากขึ้น ปริมาณการจัดส่งแผ่นเวเฟอร์ (wafer shipments) ที่สูงขึ้น ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิต (capacity utilization) ที่สูงกว่า 93% เป็นปัจจัยรวมที่ขับเคลื่อนการพุ่งขึ้นของกำไร
SMIC รายงานผลประกอบการที่ทำสถิติสูงสุดในหลายตัวชี้วัด:
รายได้ของ SMIC ทะลุ 3 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 2.85 พันล้านดอลลาร์ (รวบรวมโดย LSEG) และสูงกว่าแนวทางการดำเนินงานของบริษัทเอง กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 69% สู่ 760.6 ล้านดอลลาร์ จาก 449.8 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน
รองซีอีโอของ SMIC Zhao Haijun ระบุว่าการเติบโตอย่างมากนี้เกิดจาก "ความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว" และคาดว่ารายได้ใน Q3 2026 จะเพิ่มขึ้น 2% ถึง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26% ถึง 28%
Hua Hong Grace Semiconductor ก็ทำสถิติรายได้สูงสุดและพลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยสำคัญ:
บริษัทพลิกจากแนวโน้มขาดทุนสุทธิในช่วงก่อนหน้ามาสู่กำไรสุทธิที่ทำสถิติสูงสุด กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้พุ่งขึ้น 92.2% สู่ 118.4 ล้านดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการจัดส่งแผ่นเวเฟอร์ที่แข็งแกร่งขึ้น ราคาขายที่สูงขึ้น และการใช้กำลังการผลิตที่เกือบเต็มความสามารถทั้งในโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ขนาด 8 นิ้วและ 12 นิ้ว
ผู้บริหารคาดการณ์รายได้ใน Q3 2026 ที่ 770–780 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 16%–18% โดยอ้างถึงความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรวมกิจการของ Huali Microelectronics
ปัจจัยที่สัมพันธ์กันหลายประการผลักดันให้กำไรของโรงหลอมชิปทั้งสองแห่งพุ่งสูงขึ้น:
1. ความต้องการชิป AI ในประเทศที่ล้นเกินมา (Spillover demand) บริษัทเทคโนโลยจีนเพิ่มการซื้อชิปที่ผลิตในประเทศซึ่งไม่อยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อทั้งชิปรุ่น成熟 (mature-node) และเซมิคอนดักเตอร์เฉพาะทาง ความต้องการนี้เป็นผลโดยตรงจากข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจำกัดการเข้าถึงเครื่องมือ lithography EUV ขั้นสูงของ SMIC
2. ปริมาณการจัดส่งแผ่นเวเฟอร์ที่สูงขึ้นและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ทั้งสองบริษัทรายงานปริมาณการจัดส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ และสามารถปรับราคาขึ้นได้เนื่องจากกำลังการผลิตตึงตัว SMIC มีปริมาณการจัดส่งแผ่นเวเฟอร์และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น พร้อมกับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ส่วน Hua Hong ระบุว่า "ปริมาณการจัดส่งแผ่นเวเฟอร์ที่เพิ่มขึ้นและ ASP ที่ดีขึ้น" เป็นปัจจัยหลักของรายได้
3. อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงกว่า 93% SMIC รายงานอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 93.7% ใน Q2 2026 เพิ่มขึ้นจาก 92.5% ใน Q2 2025 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงาน Hua Hong ยังคงใกล้ 100% ท่ามกลางอุปทานที่ตึงตัวในสายการผลิต MCU และหน่วยความจำ
4. ความแข็งแกร่งของชิป成熟โหนด (mature-node) และชิปเฉพาะทาง SMIC ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือ EUV ขั้นสูงได้เนื่องจากข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ได้รับประโยชน์จากคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งสำหรับโหนดรุ่นเก่าและโหนดเฉพาะทางที่ใช้ในชิป AI, IoT และชิปจัดการพลังงาน ส่วน Hua Hong ก็มีการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกแพลตฟอร์ม เช่น หน่วยความจำ non-volatile แบบฝัง/เดี่ยว, power discrete, logic/RF และ IC จัดการพลังงานแบบอะนาล็อก
ผลประกอบการ Q2 2026 ของ SMIC สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์อย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิ 479.2 ล้านดอลลาร์ เกือบเป็นสองเท่าของประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ 253.4 ล้านดอลลาร์ (LSEG) และสูงกว่า 283.1 ล้านดอลลาร์ของ Visible Alpha Consensus อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทที่ 25.3% ก็สูงกว่าแนวทางของบริษัทเองที่ 20%–22%
หุ้นของ Hua Hong ปรับตัวขึ้น 3.08% หลังประกาศผลประกอบการ ทั้งสองบริษัทให้แนวทาง Q3 2026 ที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องว่าความต้องการชิปที่ผลิตในประเทศที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความตึงเครียดทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยง มาตรการควบคุมการส่งออกทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเข้มงวดยิ่งขึ้น และการใช้จ่ายด้านทุนเชิงรุกสำหรับกำลังการผลิตใหม่อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต SMIC คาดการณ์การเติบโตของรายได้ใน Q3 ที่ 2%–4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งชะลอตัวลงจากการเติบโต 20% ใน Q2 ในขณะที่ยังคงคาดหวังอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นที่ 26%–28%
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
SMIC และ Hua Hong ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน รายงานกำไรสุทธิ Q2 2026 พุ่งสูงระดับสามหลัก โดย SMIC กำไรพุ่ง 261.7% สู่ 479.2 ล้านดอลลาร์ และ Hua Hong กำไรพุ่ง 385.9% สู่ 38.6 ล้านดอลลาร์ สร้างสถิติรายได้ใหม่ทั้งสองบริษัท
SMIC และ Hua Hong ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน รายงานกำไรสุทธิ Q2 2026 พุ่งสูงระดับสามหลัก โดย SMIC กำไรพุ่ง 261.7% สู่ 479.2 ล้านดอลลาร์ และ Hua Hong กำไรพุ่ง 385.9% สู่ 38.6 ล้านดอลลาร์ สร้างสถิติรายได้ใหม่ทั้งสองบริษัท การเติบโตมาจากความต้องการชิป AI ในประเทศที่สูง โดยเฉพาะชิปรุ่น成熟 (mature node) และชิปเฉพาะทาง (specialty chips) ที่ไม่ถูกจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (capacity utilization) สูงกว่า 93% และรา...