ราคาทองแดง LME เคยทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 14,527.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมตริก โดยแรงขับหลักคือการย้ายโลหะไปสหรัฐเพื่อเตรียมรับความเสี่ยงด้านภาษี ไม่ใช่หลักฐานว่าทองแดงทั้งโลกขาดแคลน การนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 80% เป็น 1.64 ล้านตันในปี 2025 และเพิ่มอีก 13% เมื่อเทียบรายปี สู่ 763,000 ตันในช่วง 5 เดือนแ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What drove copper to a record $14,533 per ton on the London Metal Exchange, how have expectations of potential US Section 232 tariffs—report. Article summary: Copper’s record was primarily a location-and-timing squeeze, not evidence that the entire world had run out of metal. The prospect of U.S. refined-copper tariffs encouraged traders to move available cathode into the Unit. Topic tags: general, government, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
ราคาทองแดงที่พุ่งแรงไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังขาดทองแดงทั้งหมดเป็นหลัก แต่เป็นภาวะตึงตัวจาก สถานที่และเวลา มากกว่า กล่าวคือ ความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ (refined copper) ทำให้การนำแผ่นแคโทดทองแดงเข้าไปเก็บในสหรัฐก่อนภาษีมีผลบังคับใช้มีมูลค่าสูงขึ้น ผู้ค้าจึงดึงโลหะออกจากจุดส่งมอบของตลาด London Metal Exchange (LME) และภูมิภาคผู้ใช้อื่น ๆ จนทองแดงที่พร้อมส่งมอบนอกสหรัฐมีค่าพรีเมียมสูงขึ้น18
19
สัญญาทองแดง LME เคยทำสถิติระหว่างวันที่ 14,527.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมตริก และในช่วงปลายเดือนสิงหาคม สัญญาส่งมอบ 3 เดือนกลับขึ้นไปใกล้ระดับดังกล่าวอีกครั้ง หลังมีคำสั่งถอนทองแดงจำนวนมากจากคลัง LME ซึ่งลดปริมาณโลหะที่พร้อมใช้งานทันที18
รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐเสนอให้เก็บภาษีแบบทยอยใช้กับทองแดงบริสุทธิ์ทุกแหล่งนำเข้า: 15% ตั้งแต่ปี 2027 และ 30% ตั้งแต่ปี 2028 แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็น ข้อเสนอ ไม่ใช่ภาษีทองแดงบริสุทธิ์ที่มีผลใช้บังคับแล้ว มาตรการที่มีผลอยู่ครอบคลุมสินค้าทองแดงกึ่งสำเร็จรูปบางประเภทและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องที่ใช้ทองแดงเข้มข้น1
17
ความต่างนี้สำคัญมาก ผู้ค้าที่นำทองแดงบริสุทธิ์เข้ามาและเก็บไว้ในสหรัฐก่อนการเก็บภาษีในอนาคต อาจถือครองโลหะที่มีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดที่ได้รับการคุ้มครองจากภาษี ผลคือราคาทองแดงที่ส่งมอบในสหรัฐมีค่าพรีเมียม จูงใจให้เกิดการนำเข้าและทำอาร์บิทราจข้ามตลาด
Reuters รายงานว่า สหรัฐนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น 80% เมื่อเทียบรายปี เป็น 1.64 ล้านตันในปี 2025 และปริมาณนำเข้าเพิ่มอีก 13% เป็น 763,000 ตันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 202619 จึงอธิบายภาพที่ดูขัดแย้งกันได้ว่า สต็อกในสหรัฐและตลาด COMEX เพิ่มขึ้นพร้อมกับความพร้อมส่งมอบใน LME ที่ลดลง เพราะเป็นการ ย้ายตำแหน่งของโลหะ มากกว่าหลักฐานว่าการใช้ทองแดงทั่วโลกเพิ่มขึ้นในขนาดเดียวกัน
ทองแดงใน COMEX ถูกตีมูลค่าเพิ่มขึ้นในฐานะโลหะที่อาจส่งมอบเข้าสู่ตลาดสหรัฐซึ่งได้รับการคุ้มครองด้วยภาษี ขณะที่ราคา LME เป็นราคาอ้างอิงระหว่างประเทศ และมีความเสี่ยงว่าต้องเผชิญภาษีหากนำเข้าสหรัฐหลังนโยบายเปลี่ยนแปลง
ดังนั้น ส่วนต่างระหว่าง COMEX กับ LME จึงไม่ใช่เพียงส่วนต่างค่าขนส่งและต้นทุนทางการเงินตามปกติอีกต่อไป แต่กลายเป็นสัญญาณว่าตลาดประเมินความเสี่ยงภาษีไว้เท่าไร Reuters ระบุว่าสัญญา CME แทนทองแดงที่ชำระอากรแล้วในสหรัฐ ขณะที่ LME เป็นราคานานาชาติ และส่วนต่างของราคาในอนาคตขยายตัวตามการประเมินโอกาสเก็บภาษีทองแดงบริสุทธิ์20
ผลลัพธ์คือตลาดสองความเร็ว
นี่คือเหตุผลที่เพียง “ภัยคุกคาม” ทางภาษีก็สามารถดันราคาได้ แม้จะไม่มีภาวะขาดแคลนทั่วโลกแบบชัดเจน โลหะถูกย้ายไปยังตลาดที่คาดว่ามูลค่าในอนาคตจะสูงกว่า จึงเหลือปริมาณพร้อมใช้ในที่อื่นน้อยลง18
19
Backwardation คือภาวะที่ราคาทองแดงส่งมอบทันทีสูงกว่าสัญญาส่งมอบในอนาคต มักสะท้อนว่าผู้ซื้อ ผู้ที่ต้องปิดสถานะขาย หรือผู้ใช้ในอุตสาหกรรมยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้โลหะ “ตอนนี้” แทนที่จะรอ
ในรอบนี้ การเปลี่ยนเส้นทางขนส่งและการถอนโลหะออกจากคลังทำให้ปริมาณทองแดง LME ที่ส่งมอบได้ทันทีลดลง Reuters รายงานว่าสต็อก LME ที่พร้อมใช้เหลือ 90,000 ตัน และค่าพรีเมียมของสัญญาเงินสดเหนือสัญญา 3 เดือนขยายตัวมาก18 ส่วนต่างดังกล่าวจึงสะท้อนความตึงตัวของ อุปทานที่ส่งมอบได้ทันที ไม่ได้ยืนยันว่าคลังทองแดงทั่วโลกหายไปทั้งหมด
การย้ายทองแดงเพราะภาษีเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านอุปทานจริง
Codelco ของชิลีรายงานผลผลิตครึ่งปีแรก 564,000 ตัน ลดลง 11% จากปีก่อน โดยอ้างถึงข้อจำกัดการดำเนินงานที่เหมือง El Teniente ผลผลิตที่ลดลงจาก Chuquicamata และเกรดแร่ที่อ่อนลงใน Ministro Hales29 บริษัทระบุด้วยว่าผลผลิตจาก El Teniente จะอยู่ในระดับต่ำต่อไปราว 5 ปีหลังอุบัติเหตุที่เหมือง
32
ด้านสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รัฐบาลสั่งห้ามส่งออกหัวแร่ทองแดงและโคบอลต์โดยมีผลทันที แม้อาจอนุญาตยกเว้นเป็นเวลา 1 ปีในกรณียุทธศาสตร์28 หัวแร่ไม่ใช่แคโทดทองแดงบริสุทธิ์ จึงไม่ได้ตัดโลหะที่ส่งมอบใน LME ออกโดยตรง แต่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อวัตถุดิบโรงถลุงและอุปทานทองแดงบริสุทธิ์ในอนาคต
เหตุการณ์เหล่านี้เพียงลำพังยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ากำลังเกิดภาวะขาดแคลนทองแดงทั่วโลก แต่ทำให้ตลาดอ่อนไหวมากขึ้นเมื่อโลหะถูกดึงออกจากเส้นทางค้าปกติ เพราะหากผลผลิตเหมืองติดข้อจำกัดด้านการดำเนินงานและเกรดแร่ การเพิ่มอุปทานเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเฉพาะพื้นที่ย่อมทำได้ไม่เร็ว
ข้อมูลของ International Copper Study Group (ICSG) ระบุว่า ตลาดทองแดงบริสุทธิ์ขาดดุล 60,000 ตันในเดือนมิถุนายน หลังเกินดุล 15,000 ตันในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ดี ยอดสะสมเดือนมกราคมถึงมิถุนายนยังเกินดุล 131,000 ตัน46
การอ่านข้อมูลที่เหมาะสมจึงควรมีความละเอียด:
หัวใจของการปรับขึ้นรอบนี้คือ สมดุลอุปสงค์-อุปทานทั่วโลกไม่เท่ากับการมีโลหะอยู่ในคลังที่ถูกต้อง อยู่ในรูปแบบที่ถูกต้อง และพร้อมในเวลาที่ตลาดต้องการ
สต็อกที่นำเข้าไปวางไว้ล่วงหน้าในสหรัฐอาจมีข้อได้เปรียบทางการค้าที่ชัดเจน ส่วนต่าง COMEX-LME อาจคงอยู่ และการดึงโลหะเข้าสหรัฐอาจยังทำให้อุปทานระยะใกล้นอกสหรัฐตึงตัวกว่า
เหตุผลในการถือสต็อกขนาดใหญ่ในสหรัฐจะอ่อนลง ผู้ถือครองอาจเลือกขาย ใช้ในประเทศ หรือส่งออกกลับ ซึ่งอาจช่วยคลายความกดดันต่อคลัง LME และทำให้ช่องว่างราคาระหว่างสหรัฐกับลอนดอนแคบลง
การระบายสต็อกในสหรัฐอาจไม่ได้ยุติตลาดขาขึ้นโดยอัตโนมัติ หากเกิดการหยุดชะงักของเหมืองเพิ่มเติม ผลผลิตทองแดงบริสุทธิ์ชะลอ หรือตลาดหัวแร่ตึงขึ้น เรื่องราวอาจเปลี่ยนจากการย้ายโลหะเพราะนโยบาย ไปสู่ข้อจำกัดอุปทานในวงกว้าง
ราคาทองแดงที่ระดับใกล้สถิติเกิดจากแรงสองด้านพร้อมกัน ได้แก่ การย้ายทองแดงบริสุทธิ์ไปยังสหรัฐเพราะความคาดหวังด้านนโยบาย และ ค่าพรีเมียมจากความเสี่ยงอุปทานจริง ซึ่งมาจากเหตุขัดข้องของเหมืองและกำลังผลิตที่ถูกจำกัด แรงแรกอ่อนไหวอย่างมากต่อคำตัดสินสุดท้ายภายใต้มาตรา 232 ส่วนแรงหลังอาจยืดเยื้อกว่า
คำถามสำคัญในเวลานี้จึงไม่ใช่แค่ว่าโลกมีทองแดงอยู่ที่ไหน แต่คือทองแดงยังอยู่ นอกสหรัฐ ในคลัง สถานที่ และช่วงเวลาที่ตลาด LME กับผู้ซื้อทางกายภาพต้องการหรือไม่18
19
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ราคาทองแดง LME เคยทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 14,527.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมตริก โดยแรงขับหลักคือการย้ายโลหะไปสหรัฐเพื่อเตรียมรับความเสี่ยงด้านภาษี ไม่ใช่หลักฐานว่าทองแดงทั้งโลกขาดแคลน
ราคาทองแดง LME เคยทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 14,527.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมตริก โดยแรงขับหลักคือการย้ายโลหะไปสหรัฐเพื่อเตรียมรับความเสี่ยงด้านภาษี ไม่ใช่หลักฐานว่าทองแดงทั้งโลกขาดแคลน การนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 80% เป็น 1.64 ล้านตันในปี 2025 และเพิ่มอีก 13% เมื่อเทียบรายปี สู่ 763,000 ตันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 ส่งผลให้สต็อก COMEX เพิ่มขึ้น ขณะที่โลหะพร้อมใช้ใน LME ตึงตัว[19]
ความเสี่ยงจากเหมืองในชิลีและข้อจำกัดส่งออกหัวแร่ของคองโกทำให้การย้ายเส้นทางโลหะส่งผลมากขึ้น แต่ทิศทางสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจภาษีทองแดงบริสุทธิ์ภายใต้มาตรา 232 ของสหรัฐ