บิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นเกิดจากแรงซื้อจริงของสถาบัน กระแสลงทุนในสินทรัพย์หายากที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องตลาด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What drove Bitcoin’s roughly 25% August gain—its strongest August since 2017 and best overall month since November 2024—including the record. Article summary: Bitcoin’s August surge was primarily a convergence of institutional spot buying, a “debasement/scarcity” trade, and leveraged short covering—not proof by itself of a durable new bull market. The decisive test is whether . Topic tags: general, news, general web, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
บิตคอยน์ไม่ได้พุ่งขึ้นในเดือนสิงหาคมเพราะปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากแรงส่งหลายด้านที่มาบรรจบกัน ทั้งแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน มุมมองว่าความกังวลด้านการคลังอาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด และแรงซื้อที่เกิดจากการบังคับปิดสถานะ Short ของนักเก็งกำไร
ราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ตลอดเดือน ทำให้สิงหาคมปีนี้มีแนวโน้มเป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 นอกจากนี้ ราคายังทะลุ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม โดยขึ้นไปแตะประมาณ 81,238 ดอลลาร์ในวันที่ 25 สิงหาคม 1
อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นที่รวดเร็วไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าเกิดวัฏจักรกระทิงรอบใหม่ ตลาดยังต้องพิสูจน์ว่ามีผู้ซื้อพร้อมรับราคา หลังแรงบีบสถานะ Short เริ่มหมดลง และหลังความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น
กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 1.92 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 วันทำการจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม ถือเป็นยอดเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ที่สูงที่สุดของกลุ่มกองทุนนี้นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 แต่ไม่ใช่สถิติสูงสุดตลอดกาลของเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ Bloomberg รายงานว่า กองทุนทั้ง 13 แห่งยังมีเงินไหลเข้าในวันเดียวสูงถึง 606.3 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 17
ความสำคัญของตัวเลขนี้อยู่ที่ ETF เป็นช่องทางที่มองเห็นได้ชัดของแรงซื้อบิตคอยน์ในตลาดสปอต การกลับมาของเงินไหลเข้าจึงทำให้การฟื้นตัวครั้งนี้มีฐานรองรับมากกว่าการเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดอนุพันธ์เพียงอย่างเดียว ข้อมูลในช่วงเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าเงินไหลเข้าเกิดขึ้นต่อเนื่อง 5 วันทำการ ขณะที่ราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ภายในหนึ่งสัปดาห์ 6
ส่วนสถิติที่เป็นของการเคลื่อนไหวด้านราคาโดยตรงนั้นเป็นคนละเรื่องกัน บิตคอยน์เพิ่มขึ้น 14,264 ดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 สิงหาคม หรือ 22.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ในรูปดอลลาร์ที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตามสรุปข้อมูลตลาดของ CoinMarketCap Academy 9
ดังนั้นควรแยกให้ออกว่า เงินไหลเข้า ETF มูลค่า 1.92 พันล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งมาก แต่สถิติที่ทำลายสถิติคือการเพิ่มขึ้นของราคาบิตคอยน์ในรูปดอลลาร์ ไม่ใช่ยืนยันว่าเงินไหลเข้า Spot ETF เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล
ปัจจัยมหภาคเป็นแรงหนุนอีกด้าน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10–30 ปีบางประเภทอย่างน้อยเท่าตัว จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อการดำเนินการ โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยพยุงตลาดพันธบัตรระยะยาวที่อยู่ภายใต้แรงกดดัน 33
ประกาศนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกิน 40 ล้านล้านดอลลาร์ และต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวกำลังเผชิญแรงกดดัน Reuters รายงานว่า ราคาทองคำเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% และบิตคอยน์เพิ่มขึ้น 13% หลังข่าวจากกระทรวงการคลัง ทำให้นักลงทุนกลับมาพิจารณาว่าแรงกดดันด้านการคลังอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ หรือดอลลาร์ได้หรือไม่ 32
ไม่ได้หมายความว่าแผนซื้อคืนพันธบัตรเป็นสาเหตุโดยตรงของการขึ้นทั้งหมด แต่ข่าวดังกล่าวช่วยเสริมแนวคิดที่นักลงทุนคริปโตคุ้นเคยอยู่แล้ว นั่นคือ เมื่อความกังวลเรื่องหนี้ เงินเฟ้อ และการด้อยค่าของสกุลเงินเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่างทองคำและบิตคอยน์อาจได้รับความสนใจพร้อมกัน Bloomberg รายงานว่า กองทุนที่อ้างอิงทองคำและบิตคอยน์มีเงินไหลเข้ารวมกันเป็นสถิติ 7 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 วันทำการของเหตุการณ์นี้ 18
เมื่อแรงซื้อในตลาดสปอตและกระแสข่าวเกี่ยวกับแผนซื้อคืนพันธบัตรผลักบิตคอยน์ผ่านแนวต้านระยะใกล้ สถานะ Short ที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมากก็เริ่มมีความเสี่ยง นักเทรดที่เดิมพันว่าราคาจะลงถูกบังคับให้ซื้อบิตคอยน์คืนเมื่อราคาปรับขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อเพิ่มขึ้นอีกชั้น
รายงานตลาดหลายแห่งระบุว่า การขึ้นรอบนี้เริ่มต้นบางส่วนจาก Short squeeze ขณะที่ CoinCodex รายงานว่า การบังคับปิดสถานะ Short ที่เกิดขึ้นระหว่างการพุ่งทะลุ 81,000 ดอลลาร์เป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 3
4
แต่แรงซื้อจากการปิดสถานะ Short ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการสะสมระยะยาว การล้างสถานะเป็นแหล่งแรงซื้อที่เกิดขึ้นครั้งเดียว หากเงินไหลเข้า ETF ชะลอลงหลังนักลงทุนฝั่งขาลงถูกบีบออกจากตลาดแล้ว บิตคอยน์ก็จำเป็นต้องมีผู้ซื้อในตลาดสปอตรายใหม่เข้ามารองรับ เพื่อไม่ให้แรงส่งของการปรับขึ้นจางหาย
การทะลุ 80,000 ดอลลาร์ทำให้บิตคอยน์เข้าสู่เขตแนวต้านสำคัญ บทวิเคราะห์ตลาดหนึ่งประเมินว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 81,081 ดอลลาร์ ขณะที่จุดสูงสุดก่อนหน้าอยู่ใกล้ 82,850 ดอลลาร์ นอกจากนี้ ต้นทุนเฉลี่ยของเงินที่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังอยู่ในช่วงประมาณ 80,000–82,000 ดอลลาร์ 2
โซนนี้จึงมีความสำคัญด้วยเหตุผลสองประการ
การพุ่งขึ้นชั่วคราวเหนือ 81,000 ดอลลาร์จึงมีความหมายไม่มากเท่ากับการที่ตลาดสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้จริง การปิดรายสัปดาห์เหนือประมาณ 81,000–81,800 ดอลลาร์ ตามด้วยการย่อตัวลงมาทดสอบแล้วไม่หลุด จะเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือกว่าว่าตลาดกำลังเปลี่ยนเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ หากถูกปฏิเสธที่แนวต้าน การขึ้นในเดือนสิงหาคมก็ยังเสี่ยงต่อการปรับฐานลึกขึ้น 2
3
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed กลายเป็นแรงต้านสำคัญในช่วงท้ายเดือน ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ Jackson Hole เควิน วอร์ช ประธาน Fed ระบุว่า ธนาคารกลางจะ “มีงานที่ต้องทำ” หากยังไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังมุ่งหน้ากลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่ดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ อยู่ที่ 3.7% ในรอบ 12 เดือน ตามข้อมูลของ Fed 48
49
ตลาดจึงเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จากเดิมราว 40% ตามรายงานของ Reuters 49 รายงานตลาดอื่นประเมินโอกาสหลังการกล่าวสุนทรพจน์ไว้สูงกว่า 55% ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนช่วงเวลาและชุดข้อมูลที่ใช้วัด ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจด้านนโยบายจะเป็นที่ยุติแล้ว
52
57
ปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 3% จากจุดสูงสุดระหว่างวัน และเคลื่อนไหวใกล้ 77,400 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านั้นขึ้นไปเหนือ 81,000 ดอลลาร์ 50
ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกดดันบิตคอยน์ได้หลายทาง ทั้งช่วยหนุนดอลลาร์ ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่มีรายได้ดอกเบี้ย การย่อตัวครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่า การขึ้นในเดือนสิงหาคมยังอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของมุมมองนโยบายการเงินอย่างมาก
ข้อมูลในตอนนี้สนับสนุนภาพของการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นวัฏจักรกระทิงรอบใหม่ การประเมินระยะต่อไปจึงควรดูพฤติกรรมของตลาด มากกว่าตัวเลขผลตอบแทนของเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว
หากบิตคอยน์ถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ หลุด 76,000 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง กองทุน ETF มีเงินไหลออก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น มุมมองขาขึ้นจะอ่อนแอลงอย่างชัดเจน ภาพดังกล่าวจะบ่งชี้ว่าแรงเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมอาจเป็นเพียงการฟื้นตัวจากภาวะขายมากเกินไป ซึ่งถูกเร่งด้วยการปิดสถานะ Short และการวางเดิมพันตามปัจจัยมหภาค
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดในตอนนี้คือ บิตคอยน์มีแรงหนุนจากสถาบันจริง และการเพิ่มขึ้นของราคาก็มีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ แต่การขึ้นครั้งนี้จะกลายเป็นวัฏจักรใหม่ได้ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อปกป้องช่วง 76,000–80,000 ดอลลาร์ และทำให้ตลาดยอมรับราคาเหนือแนวต้าน 81,000–81,800 ดอลลาร์ในกรอบรายสัปดาห์ได้อย่างต่อเนื่อง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์
บิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นเกิดจากแรงซื้อจริงของสถาบัน กระแสลงทุนในสินทรัพย์หายากที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องตลาดพันธบัตรและหนี้สหรัฐฯ รวมถึงการบังคับปิดสถานะ Short ที่เร่งให้ราคาทะลุ 80,000 ดอลลาร์
ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุม Jackson Hole กดราคาบิตคอยน์กลับลงมาใกล้ 77,400 ดอลลาร์ ทำให้การรักษาโซน 76,000–80,000 ดอลลาร์และการปิดรายสัปดาห์เหนือ 81,000–81,800 ดอลลาร์เป็นบทพิ...
บิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นเกิดจากแรงซื้อจริงของสถาบัน กระแสลงทุนในสินทรัพย์หายากที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องตลาด...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What drove Bitcoin’s roughly 25% August gain—its strongest August since 2017 and best overall month since November 2024—including the record. Article summary: Bitcoin’s August surge was primarily a convergence of institutional spot buying, a “debasement/scarcity” trade, and leveraged short covering—not proof by itself of a durable new bull market. The decisive test is whether . Topic tags: general, news, general web, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
บิตคอยน์ไม่ได้พุ่งขึ้นในเดือนสิงหาคมเพราะปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากแรงส่งหลายด้านที่มาบรรจบกัน ทั้งแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบัน มุมมองว่าความกังวลด้านการคลังอาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด และแรงซื้อที่เกิดจากการบังคับปิดสถานะ Short ของนักเก็งกำไร
ราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ตลอดเดือน ทำให้สิงหาคมปีนี้มีแนวโน้มเป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 นอกจากนี้ ราคายังทะลุ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม โดยขึ้นไปแตะประมาณ 81,238 ดอลลาร์ในวันที่ 25 สิงหาคม 1
อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นที่รวดเร็วไม่ได้ยืนยันด้วยตัวเองว่าเกิดวัฏจักรกระทิงรอบใหม่ ตลาดยังต้องพิสูจน์ว่ามีผู้ซื้อพร้อมรับราคา หลังแรงบีบสถานะ Short เริ่มหมดลง และหลังความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น
กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 1.92 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 วันทำการจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม ถือเป็นยอดเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ที่สูงที่สุดของกลุ่มกองทุนนี้นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 แต่ไม่ใช่สถิติสูงสุดตลอดกาลของเงินไหลเข้ารายสัปดาห์ Bloomberg รายงานว่า กองทุนทั้ง 13 แห่งยังมีเงินไหลเข้าในวันเดียวสูงถึง 606.3 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 17
ความสำคัญของตัวเลขนี้อยู่ที่ ETF เป็นช่องทางที่มองเห็นได้ชัดของแรงซื้อบิตคอยน์ในตลาดสปอต การกลับมาของเงินไหลเข้าจึงทำให้การฟื้นตัวครั้งนี้มีฐานรองรับมากกว่าการเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนด้วยตลาดอนุพันธ์เพียงอย่างเดียว ข้อมูลในช่วงเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าเงินไหลเข้าเกิดขึ้นต่อเนื่อง 5 วันทำการ ขณะที่ราคาบิตคอยน์เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ภายในหนึ่งสัปดาห์ 6
ส่วนสถิติที่เป็นของการเคลื่อนไหวด้านราคาโดยตรงนั้นเป็นคนละเรื่องกัน บิตคอยน์เพิ่มขึ้น 14,264 ดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 สิงหาคม หรือ 22.7% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ในรูปดอลลาร์ที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตามสรุปข้อมูลตลาดของ CoinMarketCap Academy 9
ดังนั้นควรแยกให้ออกว่า เงินไหลเข้า ETF มูลค่า 1.92 พันล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขที่แข็งแกร่งมาก แต่สถิติที่ทำลายสถิติคือการเพิ่มขึ้นของราคาบิตคอยน์ในรูปดอลลาร์ ไม่ใช่ยืนยันว่าเงินไหลเข้า Spot ETF เป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล
ปัจจัยมหภาคเป็นแรงหนุนอีกด้าน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าจะเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10–30 ปีบางประเภทอย่างน้อยเท่าตัว จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อการดำเนินการ โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยพยุงตลาดพันธบัตรระยะยาวที่อยู่ภายใต้แรงกดดัน 33
ประกาศนี้เกิดขึ้นในช่วงที่หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกิน 40 ล้านล้านดอลลาร์ และต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวกำลังเผชิญแรงกดดัน Reuters รายงานว่า ราคาทองคำเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% และบิตคอยน์เพิ่มขึ้น 13% หลังข่าวจากกระทรวงการคลัง ทำให้นักลงทุนกลับมาพิจารณาว่าแรงกดดันด้านการคลังอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ หรือดอลลาร์ได้หรือไม่ 32
ไม่ได้หมายความว่าแผนซื้อคืนพันธบัตรเป็นสาเหตุโดยตรงของการขึ้นทั้งหมด แต่ข่าวดังกล่าวช่วยเสริมแนวคิดที่นักลงทุนคริปโตคุ้นเคยอยู่แล้ว นั่นคือ เมื่อความกังวลเรื่องหนี้ เงินเฟ้อ และการด้อยค่าของสกุลเงินเพิ่มขึ้น สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่างทองคำและบิตคอยน์อาจได้รับความสนใจพร้อมกัน Bloomberg รายงานว่า กองทุนที่อ้างอิงทองคำและบิตคอยน์มีเงินไหลเข้ารวมกันเป็นสถิติ 7 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 5 วันทำการของเหตุการณ์นี้ 18
เมื่อแรงซื้อในตลาดสปอตและกระแสข่าวเกี่ยวกับแผนซื้อคืนพันธบัตรผลักบิตคอยน์ผ่านแนวต้านระยะใกล้ สถานะ Short ที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมากก็เริ่มมีความเสี่ยง นักเทรดที่เดิมพันว่าราคาจะลงถูกบังคับให้ซื้อบิตคอยน์คืนเมื่อราคาปรับขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อเพิ่มขึ้นอีกชั้น
รายงานตลาดหลายแห่งระบุว่า การขึ้นรอบนี้เริ่มต้นบางส่วนจาก Short squeeze ขณะที่ CoinCodex รายงานว่า การบังคับปิดสถานะ Short ที่เกิดขึ้นระหว่างการพุ่งทะลุ 81,000 ดอลลาร์เป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2019 3
4
แต่แรงซื้อจากการปิดสถานะ Short ไม่ใช่สิ่งเดียวกับการสะสมระยะยาว การล้างสถานะเป็นแหล่งแรงซื้อที่เกิดขึ้นครั้งเดียว หากเงินไหลเข้า ETF ชะลอลงหลังนักลงทุนฝั่งขาลงถูกบีบออกจากตลาดแล้ว บิตคอยน์ก็จำเป็นต้องมีผู้ซื้อในตลาดสปอตรายใหม่เข้ามารองรับ เพื่อไม่ให้แรงส่งของการปรับขึ้นจางหาย
การทะลุ 80,000 ดอลลาร์ทำให้บิตคอยน์เข้าสู่เขตแนวต้านสำคัญ บทวิเคราะห์ตลาดหนึ่งประเมินว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์อยู่ที่ประมาณ 81,081 ดอลลาร์ ขณะที่จุดสูงสุดก่อนหน้าอยู่ใกล้ 82,850 ดอลลาร์ นอกจากนี้ ต้นทุนเฉลี่ยของเงินที่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ยังอยู่ในช่วงประมาณ 80,000–82,000 ดอลลาร์ 2
โซนนี้จึงมีความสำคัญด้วยเหตุผลสองประการ
การพุ่งขึ้นชั่วคราวเหนือ 81,000 ดอลลาร์จึงมีความหมายไม่มากเท่ากับการที่ตลาดสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้จริง การปิดรายสัปดาห์เหนือประมาณ 81,000–81,800 ดอลลาร์ ตามด้วยการย่อตัวลงมาทดสอบแล้วไม่หลุด จะเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือกว่าว่าตลาดกำลังเปลี่ยนเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ หากถูกปฏิเสธที่แนวต้าน การขึ้นในเดือนสิงหาคมก็ยังเสี่ยงต่อการปรับฐานลึกขึ้น 2
3
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed กลายเป็นแรงต้านสำคัญในช่วงท้ายเดือน ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ Jackson Hole เควิน วอร์ช ประธาน Fed ระบุว่า ธนาคารกลางจะ “มีงานที่ต้องทำ” หากยังไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังมุ่งหน้ากลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่ดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ อยู่ที่ 3.7% ในรอบ 12 เดือน ตามข้อมูลของ Fed 48
49
ตลาดจึงเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จากเดิมราว 40% ตามรายงานของ Reuters 49 รายงานตลาดอื่นประเมินโอกาสหลังการกล่าวสุนทรพจน์ไว้สูงกว่า 55% ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนช่วงเวลาและชุดข้อมูลที่ใช้วัด ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจด้านนโยบายจะเป็นที่ยุติแล้ว
52
57
ปฏิกิริยาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บิตคอยน์ร่วงลงมากกว่า 3% จากจุดสูงสุดระหว่างวัน และเคลื่อนไหวใกล้ 77,400 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านั้นขึ้นไปเหนือ 81,000 ดอลลาร์ 50
ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกดดันบิตคอยน์ได้หลายทาง ทั้งช่วยหนุนดอลลาร์ ดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และลดความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่มีรายได้ดอกเบี้ย การย่อตัวครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นว่า การขึ้นในเดือนสิงหาคมยังอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของมุมมองนโยบายการเงินอย่างมาก
ข้อมูลในตอนนี้สนับสนุนภาพของการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นวัฏจักรกระทิงรอบใหม่ การประเมินระยะต่อไปจึงควรดูพฤติกรรมของตลาด มากกว่าตัวเลขผลตอบแทนของเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว
หากบิตคอยน์ถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ หลุด 76,000 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง กองทุน ETF มีเงินไหลออก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น มุมมองขาขึ้นจะอ่อนแอลงอย่างชัดเจน ภาพดังกล่าวจะบ่งชี้ว่าแรงเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมอาจเป็นเพียงการฟื้นตัวจากภาวะขายมากเกินไป ซึ่งถูกเร่งด้วยการปิดสถานะ Short และการวางเดิมพันตามปัจจัยมหภาค
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดในตอนนี้คือ บิตคอยน์มีแรงหนุนจากสถาบันจริง และการเพิ่มขึ้นของราคาก็มีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ แต่การขึ้นครั้งนี้จะกลายเป็นวัฏจักรใหม่ได้ก็ต่อเมื่อผู้ซื้อปกป้องช่วง 76,000–80,000 ดอลลาร์ และทำให้ตลาดยอมรับราคาเหนือแนวต้าน 81,000–81,800 ดอลลาร์ในกรอบรายสัปดาห์ได้อย่างต่อเนื่อง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์
บิตคอยน์เพิ่มขึ้นราว 25% ในเดือนสิงหาคม เป็นเดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และเป็นเดือนที่ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 โดย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นเกิดจากแรงซื้อจริงของสถาบัน กระแสลงทุนในสินทรัพย์หายากที่เชื่อมโยงกับความกังวลเรื่องตลาดพันธบัตรและหนี้สหรัฐฯ รวมถึงการบังคับปิดสถานะ Short ที่เร่งให้ราคาทะลุ 80,000 ดอลลาร์
ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของ เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุม Jackson Hole กดราคาบิตคอยน์กลับลงมาใกล้ 77,400 ดอลลาร์ ทำให้การรักษาโซน 76,000–80,000 ดอลลาร์และการปิดรายสัปดาห์เหนือ 81,000–81,800 ดอลลาร์เป็นบทพิ...