| ทองแดงเดินตามแผน ไม่ใช่ตัวเซอร์ไพรส์หลัก | ผลิตทองแดงได้ 49,000 ตัน เป็นไปตามแผน | ทองแดงช่วยเสริมพอร์ต แต่แรงกระโดดของกำไรไตรมาสนี้นำโดยทองคำมากกว่า |
Barrick ผูกผลประกอบการที่ดีขึ้นเข้ากับราคาทองที่ขายได้จริงสูงขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับนักลงทุน จุดนี้สำคัญมาก เพราะเหมืองทองมีลักษณะคล้ายคันเร่งทางกำไร: หากราคาทองสูงขึ้น แต่ต้นทุนไม่ไหลตามเร็วเท่า กำไรต่อออนซ์จะขยายแรงกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณผลิตเสียอีก
อีกด้านหนึ่ง ฐานเปรียบเทียบปีก่อนก็ทำให้เปอร์เซ็นต์ดูแรงขึ้นมาก ในไตรมาส 1 ปี 2025 Barrick มี EPS สุทธิ 0.27 ดอลลาร์สหรัฐ และ EPS ปรับปรุงแล้ว 0.35 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ในไตรมาส 1 ปี 2026 ตัวเลขเพิ่มเป็น 0.96 ดอลลาร์สหรัฐ และ 0.98 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ
ดังนั้นการเติบโต 256% เป็นการดีดขึ้นจริง แต่ก็ได้แรงเสริมจากฐานเดิมที่ต่ำกว่า
กระแสเงินสดสะท้อนแรงงัดด้านปฏิบัติการเช่นกัน โดย Barrick รายงานกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 2.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 111% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ไตรมาสนี้ Barrick ผลิตทองได้ดีกว่าที่ตัวเองคาดไว้ โดยทำได้ 719,000 ออนซ์ สูงกว่ากรอบคาดการณ์ 640,000–680,000 ออนซ์ ด้วยแรงหนุนจาก Nevada Gold Mines, Veladero และการเพิ่มกำลังผลิตที่ Loulo-Gounkoto
อย่างไรก็ตาม อย่าสรุปเร็วเกินไปว่านี่คือเรื่องของการผลิตทองได้มากกว่าปีก่อนแบบก้าวกระโดด เพราะไตรมาส 1 ปี 2025 Barrick ผลิตทองได้ 758,000 ออนซ์ ซึ่งยังสูงกว่า 719,000 ออนซ์ในไตรมาส 1 ปี 2026 แปลว่า EPS ที่พุ่งแรงไม่ได้มาจากการขุดทองได้มากกว่าปีก่อนเป็นหลัก แต่มาจากเศรษฐศาสตร์ต่อออนซ์ที่ดีขึ้นมากในไตรมาสนี้
ต้นทุนเป็นอีกคันโยกสำคัญ Barrick ระบุว่าต้นทุนทองต่อออนซ์ดีกว่าแผน จากประสิทธิภาพในการทำเหมืองและการแปรรูป ตัวเลขไตรมาส 1 ปี 2026 ได้แก่ ต้นทุนขายทอง 1,922 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ต้นทุนเงินสดรวม 1,327 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และต้นทุนรวมเพื่อรักษาการผลิต หรือ AISC อยู่ที่ 1,708 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
สำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้ตามหุ้นเหมืองเป็นประจำ AISC เป็นตัวเลขที่ตลาดใช้ดูต้นทุนแบบกว้างกว่าต้นทุนเงินสด เพราะรวมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการรักษากำลังผลิตด้วย ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ราคาทองสูงแค่ไหน แต่คือส่วนต่างระหว่างราคาทองที่ขายได้จริงกับต้นทุนต่อออนซ์กว้างแค่ไหน หากราคาทองยังสูงและต้นทุนไม่หลุดแผน กำไรของ Barrick ก็ยังมีโอกาสแข็งแรงต่อ แต่ถ้าราคาทองย่อหรือต้นทุนไต่ขึ้น แรงงัดนี้ก็ย้อนกลับได้เช่นกัน
Barrick มีโอกาสรักษาความสามารถทำกำไรในระดับสูงได้ หากเงื่อนไขสำคัญสามข้อยังอยู่ครบ: ราคาทองที่ขายได้จริงยังสูง การผลิตใกล้เคียงแผน และต้นทุนยังมีวินัย แต่การรักษาอัตราเติบโต EPS ระดับ 256% เมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และเป็นโจทย์ที่ยากกว่ามาก
บริษัทให้กรอบคาดการณ์ทั้งปี 2026 ไว้ที่ผลิตทอง 2.90–3.25 ล้านออนซ์ และทองแดง 190,000–220,000 ตัน เมื่อเทียบกับผลงานไตรมาส 1 การผลิตทอง 719,000 ออนซ์คิดเป็นราว 22%–25% ของกรอบทั้งปี ส่วนทองแดง 49,000 ตันคิดเป็นราว 22%–26% ของกรอบทั้งปี
ถือว่าเริ่มต้นได้มั่นคง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าปีนี้จะเกิดการขยายปริมาณผลิตแบบผิดคาด
อีกจุดที่ต้องระวังคือ กรอบคาดการณ์ผลิตทองปี 2026 ของ Barrick ยังต่ำกว่าผลิตทองทั้งปี 2025 ที่ 3.26 ล้านออนซ์ แม้เทียบกับปลายบนของกรอบปี 2026 ที่ 3.25 ล้านออนซ์ก็ตาม นั่นทำให้ราคาทองที่ขายได้จริงและการควบคุมต้นทุนยิ่งเป็นหัวใจของแนวโน้มกำไรปี 2026
มุมบวกค่อนข้างตรงไปตรงมา: หาก Barrick ยังได้ประโยชน์จากราคาทองที่ขายได้จริงในระดับสูง คุมต้นทุนได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าแผน และรักษาการผลิตของสินทรัพย์หลักให้เสถียร อัตรากำไรที่แข็งแรงในไตรมาส 1 ก็มีโอกาสส่งต่อไปยังช่วงที่เหลือของปี
แต่มุมเสี่ยงก็ชัดไม่แพ้กัน เพราะกำไรไตรมาสนี้ได้รับแรงหนุนจากราคาทองที่ขายได้จริงสูงขึ้น หากราคาทองถอย ส่วนต่างกำไรจะถูกกดดัน ขณะเดียวกัน หากต้นทุนเริ่มสูงกว่าที่วางแผนไว้ ผลดีจากราคาทองก็จะถูกหักล้างบางส่วน
และเพราะการผลิตที่เกินแผนเชื่อมโยงกับผลงานของเหมืองอย่าง Nevada Gold Mines, Veladero และ Loulo-Gounkoto การเดินเครื่องของสินทรัพย์เหล่านี้จึงยังเป็นตัวแปรสำคัญของปี 2026
EPS ไตรมาส 1 ปี 2026 ของ Barrick พุ่งแรงเพราะสามแรงประสาน: ราคาทองที่ขายได้จริงสูงขึ้น ผลิตทองได้เกินกรอบคาดการณ์ และต้นทุนต่อออนซ์ดีกว่าแผน แรงส่งนี้อาจช่วยให้ปี 2026 ยังเป็นปีที่กำไรแข็งแรงได้ หากราคาทอง ต้นทุน และการผลิตเดินไปในทางเดียวกัน
แต่ตัวเลข 256% ควรถูกมองเป็นไตรมาสที่โดดเด่น ไม่ใช่สูตรคูณใหม่ของทั้งปี สำหรับการประเมิน Barrick หลังจากนี้ คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า EPS โตแรงแค่ไหนในไตรมาสเดียว แต่คือบริษัทจะรักษาส่วนต่างระหว่างราคาทองกับต้นทุนต่อออนซ์ได้ดีเพียงใดตลอดปี 2026
Comments
0 comments