การเปลี่ยนแปลงจะมีผลหลังปิดตลาดวันที่ 18 กันยายน 2026 และเริ่มใช้กับการเปิดตลาดวันที่ 21 กันยายน 2026 FTSE Russell ระบุหุ้นเวียดนามเพิ่มใหม่ทั้งหมด 117 ตัว แบ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่และกลาง 6 ตัว หุ้นขนาดเล็ก 21 ตัว และไมโครแคป 90 ตัว โดยมีเพียง 6 ตัวแรกที่เข้า FTSE All World ประมาณการเงินทุนแบบพาสซีฟแตกต่างกันไป โดยหนึ่ง...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Vietnam’s upcoming inclusion in the FTSE All-World Index involve, including the six companies—Vietcombank, Vingroup, Vinhomes, BID. Article summary: Vietnam’s FTSE inclusion is a structural market-access milestone, but its investable impact will be gradual rather than a single large foreign-buying event. The initial change takes effect at the September 21, 2026 open,. Topic tags: general, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clic
การเลื่อนสถานะของเวียดนามจาก Frontier Market สู่ Secondary Emerging Market ในชุดดัชนีของ FTSE Russell ถือเป็นก้าวสำคัญด้านการเปิดตลาดสู่เงินลงทุนระหว่างประเทศ แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าตลาดเวียดนามก้อนใหญ่ภายในวันเดียว
จากการทบทวนดัชนีประจำเดือนกันยายน 2026 FTSE Russell เพิ่มหุ้นเวียดนาม 6 ตัวในดัชนี FTSE All-World ขณะที่การเปลี่ยนแปลงในดัชนีชุดอื่นครอบคลุมหุ้นทั้งหมด 117 ตัว การปรับดัชนีจะเริ่มมีผลหลังปิดการซื้อขายวันศุกร์ที่ 18 กันยายน และเริ่มใช้เมื่อเปิดตลาดวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2026 โดยจะทยอยเพิ่มสัดส่วนจนถึงระดับเต็มในเดือนกันยายน 2027 13
17
หุ้นทั้ง 6 ตัว ได้แก่
หุ้นทั้ง 6 ตัวจะถูกเพิ่มเข้าในกลุ่มดัชนี FTSE All-World, FTSE All-Cap และ FTSE Total-Cap ที่เกี่ยวข้อง โดย VCB, VIC และ VHM จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ ส่วน BID, VPB และ HPG อยู่ในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง 1
2
13
ความแตกต่างระหว่างดัชนีมีความสำคัญ เพราะ FTSE All-World เน้นบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง ขณะที่ FTSE Global Equity Index Series หรือ GEIS ที่กว้างกว่านั้นยังรวมกลุ่มหุ้นขนาดเล็กและไมโครแคปด้วย ดังนั้นตัวเลข 117 ตัวจึงไม่ได้หมายความว่าหุ้นเวียดนาม 117 ตัวจะเข้าไปอยู่ในดัชนี All-World ทั้งหมด
การทบทวนของ FTSE Russell ระบุหุ้นเวียดนามที่เพิ่มเข้าในดัชนีหุ้นโลกทั้งหมด 117 ตัว แบ่งเป็น
เมื่อรวมกันแล้ว มีหุ้น 27 ตัวที่เข้า FTSE All-Cap ซึ่งครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ส่วนหุ้นไมโครแคปอีก 90 ตัวช่วยขยายตัวแทนของเวียดนามในจักรวาล FTSE Total-Cap ที่กว้างขึ้น แต่ไม่ได้เป็นหุ้นใหม่ในดัชนี All-World ซึ่งเป็นดัชนีที่นักลงทุนติดตามอย่างแพร่หลาย 1
2
9
การทบทวนดัชนีรอบเดือนกันยายนใช้ข้อมูลถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายน ตามตารางเวลาที่ FTSE เผยแพร่ไว้สำหรับการทบทวนรายครึ่งปี โดย FTSE เผยแพร่รายชื่อองค์ประกอบเบื้องต้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม และกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงมีผลหลังตลาดปิดวันที่ 18 กันยายน ก่อนเริ่มใช้กับการเปิดตลาดวันที่ 21 กันยายน 6
23
กำหนดการโดยสรุปมีดังนี้
เอกสารคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดประเภทเวียดนามในเอกสารทางการของ LSEG ระบุวันที่ 27 สิงหาคม 2026 ซึ่งแตกต่างจากวันที่ 25 สิงหาคมที่ปรากฏในคำอธิบายตลาดบางฉบับ 17
เวียดนามจะไม่ได้ถูกนำเข้าไปในดัชนี FTSE Global Equity Index Series ด้วยน้ำหนักเต็มตั้งแต่วันแรก แต่จะใช้แนวทางเพิ่มสัดส่วนแบบเป็นขั้นตอน ดังนี้
การทยอยปรับช่วยลดความจำเป็นที่กองทุนซึ่งติดตามดัชนีจะต้องซื้อหุ้นเวียดนามทั้งหมดภายในช่วงปรับสมดุลครั้งเดียว นอกจากนี้ยังเปิดเวลาให้ผู้ลงทุนต่างชาติ โบรกเกอร์ ผู้ดูแลสินทรัพย์ และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดเตรียมระบบรับฝากหลักทรัพย์ การส่งคำสั่งซื้อขาย และการชำระราคาให้พร้อมสำหรับการจำลองดัชนี
การตัดสินใจของ FTSE เกิดขึ้นหลังเวียดนามมีความคืบหน้าในกรอบการเข้าถึงตลาด รวมถึงการพัฒนาโมเดลโบรกเกอร์ระดับโลกและการปรับปรุงระบบที่รองรับการซื้อขายโดยไม่ต้องวางเงินล่วงหน้า หรือ non-prefunding FTSE เคยระบุว่าการเปิดทางให้โบรกเกอร์ระดับโลกเข้าถึงตลาดเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเลื่อนสถานะครั้งนี้ 20
27
29
ประมาณการเงินทุนแตกต่างกัน เพราะจำนวนเงินจริงจะขึ้นอยู่กับมูลค่าสินทรัพย์ที่ติดตามดัชนี FTSE น้ำหนักสุดท้ายของหุ้นแต่ละตัว สัดส่วนหุ้นที่ต่างชาติยังสามารถถือครองได้ สภาพคล่อง และวิธีที่ผู้จัดการกองทุนใช้ในการปรับพอร์ต
หนึ่งในประมาณการประเมินว่า เงินทุนแบบพาสซีฟที่อาจไหลเข้าสะสมตลอด 4 ระยะมีมูลค่ามากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อระยะแรกคิดเป็นเพียงประมาณ 10% ของการปรับทั้งหมด เงินทุนในเดือนกันยายนจึงอาจอยู่ที่ราว 200–220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการตลาด ไม่ใช่คำมั่นจาก FTSE, Vanguard หรือผู้จัดการกองทุนรายใด 42
การประเมินอีกชุดหนึ่งคาดการณ์เงินทุนแบบพาสซีฟไว้ต่ำกว่า คือประมาณ 1.33–1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังย้ำว่าเงินทุนจะทยอยเข้าสู่ตลาดหลายระยะ ไม่ได้เข้ามาพร้อมกันทั้งหมด 7
ข้อสรุปที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องของทิศทางมากกว่าตัวเลขตายตัว การเลื่อนสถานะอาจสร้างแรงซื้อจากสถาบันอย่างต่อเนื่อง แต่แรงซื้อในการปรับดัชนีครั้งแรกไม่น่าจะเทียบเท่ากับมูลค่ารวมของเงินทุนที่คาดว่าจะเข้ามาตลอดกระบวนการ
กองทุนที่ออกแบบมาเพื่อติดตามดัชนี FTSE All-World เช่น Vanguard FTSE All-World UCITS ETF คาดว่าจะปรับพอร์ตตามองค์ประกอบใหม่ของดัชนี โดย Vanguard อธิบายว่าดัชนีอ้างอิงเป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ 64
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรแยกข้อมูล การถือครองที่ประกาศแล้ว ออกจาก การถือครองในอนาคต ข้อมูลพอร์ตของ Vanguard ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 จัดทำขึ้นก่อนการเริ่มใช้การปรับดัชนีในเดือนกันยายน ดังนั้นการที่ยังไม่พบหุ้นเวียดนามในข้อมูลชุดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ETF จะไม่มีหุ้นเวียดนามหลังการเปลี่ยนแปลงมีผล 55
56
สัดส่วนของเวียดนามในกองทุนที่กระจายการลงทุนทั่วโลกก็น่าจะยังอยู่ในระดับค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับพอร์ตทั้งหมด น้ำหนักสุดท้ายของดัชนี ขนาดกองทุน วิธีจำลองดัชนี และกระบวนการซื้อขาย จะเป็นตัวกำหนดว่าหุ้นทั้ง 6 ตัวจะปรากฏในรายการถือครองของกองทุนเมื่อใดและด้วยสัดส่วนเท่าไร
การประกาศของ FTSE ช่วยเพิ่มการมองเห็นของเวียดนามในหมู่นักลงทุนต่างประเทศ และอาจทำให้ตลาดคาดหวังถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น การประเมินมูลค่าที่ได้รับแรงหนุน และการมีส่วนร่วมของนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น
ดัชนี VN-Index ปรับตัวขึ้น 5.55% ในเดือนสิงหาคม และปิดที่ 1,832.12 จุดในวันที่ 28 สิงหาคม โดยมีหุ้น Vingroup และกลุ่มธนาคารเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ 36
แต่กระแสเงินต่างชาติยังผันผวน รายงานบางฉบับระบุว่าต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหลายช่วงหลังประกาศของ FTSE ขณะที่รายงานอื่นยังชี้ถึงแรงขายสุทธิจากต่างชาติในระดับสูงและแรงกดดันจากกระแสเงินลงทุนทั่วโลก 40
41
46
ด้วยเหตุนี้ การเลื่อนสถานะของเวียดนามจึงควรถูกมองว่าเป็น การปรับปรุงเชิงโครงสร้างที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นระยะสั้น มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าแนวโน้มการขายสุทธิของต่างชาติกลับทิศอย่างถาวร แรงซื้อที่เกิดจากการปรับดัชนีจะกระจุกตัวในหุ้นที่เข้าเกณฑ์และทยอยเกิดขึ้นตามตารางเวลา ขณะเดียวกันยังไม่สามารถลบความเสี่ยงจากตลาดโลก ค่าเงิน ระดับราคา สภาพคล่อง ข้อจำกัดการถือครองของต่างชาติ หรือการตัดสินใจจัดพอร์ตของนักลงทุนได้โดยอัตโนมัติ
ประเด็นสำคัญที่ควรจับตา ได้แก่
การเลื่อนสถานะของ FTSE เปิดช่องทางให้หุ้นเวียดนามเข้าถึงพอร์ตการลงทุนระดับโลกได้โดยตรงมากขึ้น เหตุการณ์ที่ถูกจับตามากที่สุดคือการเพิ่มหุ้น 6 ตัวเข้าสู่ FTSE All-World แต่การเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่านั้นคือการค่อย ๆ ผนวกตลาดเวียดนามเข้าไปในระบบดัชนีตลาดเกิดใหม่ที่กว้างขึ้น
โอกาสจึงมีนัยสำคัญในระยะยาว แต่ผลกระทบต่อเงินทุนจะเกิดขึ้นเป็นขั้นตอน และขึ้นอยู่กับว่าหุ้นเหล่านั้นสามารถลงทุนได้จริงมากน้อยเพียงใด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การเปลี่ยนแปลงจะมีผลหลังปิดตลาดวันที่ 18 กันยายน 2026 และเริ่มใช้กับการเปิดตลาดวันที่ 21 กันยายน 2026
การเปลี่ยนแปลงจะมีผลหลังปิดตลาดวันที่ 18 กันยายน 2026 และเริ่มใช้กับการเปิดตลาดวันที่ 21 กันยายน 2026 FTSE Russell ระบุหุ้นเวียดนามเพิ่มใหม่ทั้งหมด 117 ตัว แบ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่และกลาง 6 ตัว หุ้นขนาดเล็ก 21 ตัว และไมโครแคป 90 ตัว โดยมีเพียง 6 ตัวแรกที่เข้า FTSE All World
ประมาณการเงินทุนแบบพาสซีฟแตกต่างกันไป โดยหนึ่งการประเมินคาดว่าเงินทุนสะสมอาจเกิน 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และระยะแรกอาจอยู่ที่ราว 200–220 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่เงินที่กองทุนใดกองทุนหนึ่งรับรองไว้ล่วงหน้า