การขึ้นชั้นของ FTSE ทำให้ข้อเสนอของเวียดนามต่อ MSCI แข็งแรงขึ้นในเชิงหลักฐาน เพราะการปฏิรูปด้านการเข้าถึงการซื้อขายและการชำระราคาไม่ได้เป็นแค่นโยบายบนกระดาษอีกต่อไป ผู้จัดทำดัชนีรายใหญ่ได้ประเมินแล้วว่าเพียงพอตามกรอบของตนเอง
บางประเด็นยังซ้อนทับกับสิ่งที่ MSCI ให้ความสำคัญในการประเมิน market accessibility หรือความสามารถในการเข้าถึงตลาด รายงานที่อ้าง SSI Research ระบุว่า เวียดนามผ่าน 10 จาก 18 เกณฑ์ด้านการเข้าถึงตลาดของ MSCI แล้ว และ SSI มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เวียดนามจะถูกเพิ่มเข้าสู่รายชื่อติดตามการเลื่อนชั้นในรอบทบทวนเดือนมิ.ย. 2026 VCCI ยังอธิบายว่าการตัดสินใจเรื่อง watchlist ในเดือนมิ.ย. 2026 เป็นหมุดหมายสำคัญ และเงื่อนไขพื้นฐานของเวียดนามกำลังสอดคล้องมากขึ้น โดยอ้างมุมมองของ SSI
แต่จุดที่นักลงทุนต้องแยกให้ออกคือ นี่เป็นการประเมินของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่สัญญาณทางการจาก MSCI เอง เอกสาร Global Market Accessibility Review ของ MSCI ใช้กรอบประเมินของ MSCI ซึ่งเป็นคนละชุดกับกรอบ country classification ของ FTSE
MSCI ให้ความสำคัญกับข้อจำกัดที่มีผลจริงต่อผู้ลงทุนต่างชาติ เอกสาร Global Market Accessibility Review ปี 2025 ของ MSCI ระบุว่า หากมากกว่า 10% ของตลาดปิดไม่ให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึง จะถูกประเมินเป็นลบ ส่วนข้อจำกัดระหว่าง 3% ถึง 10% ถือเป็นประเด็นที่น่ากังวล
นั่นทำให้ foreign ownership room หรือพื้นที่ให้ต่างชาติถือหุ้นได้ และความสามารถในการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่อาจเป็นตัวแทนดัชนี กลายเป็นหัวใจของเส้นทางสู่ MSCI ไม่ใช่แค่การได้รับป้าย Secondary Emerging จาก FTSE เท่านั้น
รายงานในเวียดนามยังระบุว่า ข้อจำกัดด้านการถือครองของต่างชาติและการเข้าถึงตลาดเงินตราต่างประเทศยังเป็นอุปสรรคที่เหลืออยู่ในกระบวนการเลื่อนชั้นของ MSCI กล่าวอีกแบบคือ MSCI อาจต้องการเห็นมากกว่ากฎใหม่ แต่ต้องเห็นว่าระบบทำงานได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งการชำระราคา การเข้าถึงผ่านโบรกเกอร์ ตลาด FX และเพดานถือครองของต่างชาติ
ก่อนถึงการทบทวนของ MSCI สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่แค่ข่าวประกาศใหญ่ แต่คือการใช้งานจริงของระบบใหม่ในตลาด:
บทสรุปที่ตรงที่สุดคือ ต้องแยก 3 เหตุการณ์ออกจากกัน
หนึ่ง การจัดชั้นของ FTSE มีกำหนดมีผลวันที่ 21 ก.ย. 2026 หลังจาก FTSE ประกาศและต่อมายืนยันการเลื่อนชั้นของเวียดนาม
สอง การที่ MSCI จะใส่เวียดนามใน watchlist เดือนมิ.ย. 2026 ดูเป็นไปได้มากขึ้นตามการประเมินของ SSI Research ที่ถูกรายงานในท้องถิ่น แต่ยังเป็นเพียงขั้นตอนที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการของ MSCI
สาม การได้เลื่อนชั้นเต็มรูปแบบเป็น MSCI Emerging Markets ยังต้องรอให้ MSCI พอใจว่า นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงตลาดเวียดนามได้จริงและสม่ำเสมอตามกรอบของ MSCI
ความแตกต่างนี้สำคัญต่อเรื่องเงินทุนไหลเข้าเช่นกัน VCCI ระบุว่าการปรับพอร์ตของกองทุนกลุ่ม frontier และ emerging market อาจหักล้างกันบางส่วน ทำให้เงินไหลเข้าทันทีจากการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับ FTSE อาจจำกัด ขณะที่เงินทุนต่างชาติชุดใหญ่มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าเมื่อเวียดนามได้สถานะการเลื่อนชั้นจาก MSCI
ดังนั้น การขึ้นชั้นของ FTSE ได้ย้ายเวียดนามจากเรื่องเล่าการปฏิรูประยะยาว ไปสู่การเป็นผู้สมัคร watchlist ของ MSCI ที่น่าเชื่อถือขึ้น แต่ยังไม่ได้ตัดขั้นตอนตรวจสอบของ MSCI ออกไป คำถามใหญ่ในเดือนมิ.ย. 2026 คือ การปฏิรูปของเวียดนามทำงานได้ดีพอในระดับตลาดจริงหรือยัง สำหรับนักลงทุนโลกที่ต้องเข้าถึง ซื้อขาย ชำระราคา ป้องกันความเสี่ยง FX และถือหุ้นได้โดยไม่มีแรงเสียดทานสำคัญตามที่ MSCI ให้ความสำคัญ