การที่ FTSE Russell ยกระดับตลาดหุ้นเวียดนามเป็นข่าวใหญ่สำหรับนักลงทุนต่างชาติ เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เรื่องการปฏิรูปตลาดทุนของเวียดนาม แต่ยังไม่ใช่ทางลัดเข้าสู่กลุ่ม Emerging Markets ของ MSCI โดยอัตโนมัติ
FTSE Russell ประกาศจัดชั้นเวียดนามใหม่จากตลาดชายขอบ หรือ Frontier Market ไปเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง หรือ Secondary Emerging Market โดยมีผลวันที่ 21 กันยายน 2569 และมีเงื่อนไขการทบทวนระหว่างทางในเดือนมีนาคม 2569 เพื่อดูความคืบหน้าเรื่องการเปิดทางให้โบรกเกอร์ระดับโลกเข้าถึงตลาด [23] ต่อมา รายงานตลาดท้องถิ่นในเดือนเมษายน 2569 ระบุว่า FTSE Russell ยืนยันว่าเวียดนามผ่านเกณฑ์ทั้งหมดสำหรับสถานะ Secondary Emerging และจะติดตามพัฒนาการต่อไปก่อนวันมีผลจริง [
11]
ประเด็นสำคัญคือ MSCI เป็นผู้จัดทำดัชนีอีกรายหนึ่ง และใช้กรอบประเมินของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงตลาดและน้ำหนักของข้อจำกัดที่มีต่อนักลงทุนต่างชาติ [19]
คำตอบสั้น: โอกาสดีขึ้นมาก แต่ยังไม่ใช่คำรับรอง
การตัดสินใจของ FTSE ทำให้โอกาสที่เวียดนามจะถูก MSCI ใส่ไว้ในรายชื่อเฝ้าติดตามเพื่อปรับสถานะ หรือ watchlist ในปี 2569 ดูแข็งแรงขึ้น เพราะเป็นการยืนยันจากผู้จัดทำดัชนีรายใหญ่รายหนึ่งว่าเวียดนามมีความคืบหน้าในกลไกการเข้าถึงของนักลงทุนต่างชาติ
รายงานท้องถิ่นที่อ้าง SSI Research ระบุว่า ตลาดหุ้นเวียดนามในปัจจุบันผ่าน 10 จาก 18 เกณฑ์ด้านการเข้าถึงตลาดของ MSCI และ SSI มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เวียดนามจะถูกบรรจุในรายชื่อเฝ้าติดตามของ MSCI ในรอบทบทวนเดือนมิถุนายน 2569 [18]
อย่างไรก็ตาม ควรมองเรื่องนี้เป็นความเห็นเชิงวิเคราะห์ ไม่ใช่คำมั่นจาก MSCI ความแตกต่างอยู่ตรงนี้: FTSE ตัดสินเวียดนามด้วยกรอบของ FTSE ส่วน MSCI จะตัดสินเวียดนามด้วยกรอบของ MSCI เอง
ทำไมการอัปเกรดของ FTSE ถึงมีน้ำหนักต่อ MSCI
การอัปเกรดของ FTSE สำคัญเพราะไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนป้ายชื่อ แต่เชื่อมโยงกับประเด็นที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้ความสำคัญ ได้แก่ การเข้าถึงระบบซื้อขาย ความน่าเชื่อถือของการชำระราคา และความสามารถของกองทุนในการจำลองดัชนี
The Business Times รายงานว่า FTSE ระบุว่าเวียดนามผ่านเกณฑ์เลื่อนชั้นทั้ง 9 ข้อ หลังยกเลิกข้อกำหนดการวางเงินล่วงหน้าสำหรับนักลงทุนสถาบันต่างชาติ และวางกระบวนการอย่างเป็นทางการสำหรับจัดการธุรกรรมที่ล้มเหลว [24] VNDirect ยังชี้ว่าระบบ Non-Prefunding หรือการไม่ต้องวางเงินล่วงหน้า เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามผ่านกรอบ Secondary Emerging ของ FTSE [
3]
ผลต่อกรณีของ MSCI มีสองชั้น ชั้นแรก การปฏิรูปเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำสัญญาเชิงนโยบายอีกต่อไป แต่ได้รับการยอมรับจากผู้จัดทำดัชนีระดับโลกอีกรายหนึ่งแล้ว ชั้นที่สอง กระบวนการของ FTSE ยังทำให้ตลาดต้องพิสูจน์การใช้งานจริง โดยเฉพาะการเปิดทางให้โบรกเกอร์ระดับโลก ซึ่ง FTSE ระบุว่าสำคัญต่อการจำลองดัชนีและความต้องการของชุมชนนักลงทุนระหว่างประเทศ [23]
ทำไม MSCI ยังอาจรอดูก่อน
MSCI ไม่จำเป็นต้องเดินตาม FTSE รายงาน Global Market Accessibility Review ของ MSCI ระบุว่า MSCI ประเมินด้วยว่าข้อจำกัดในตลาดมีนัยสำคัญเพียงใด เช่น สัดส่วนของตลาดที่ปิดกั้นนักลงทุนต่างชาติ หากมากกว่า 10% ของตลาดถูกปิดต่อนักลงทุนต่างชาติ MSCI จะให้คะแนนเชิงลบ ส่วนข้อจำกัดในช่วง 3%-10% จะถูกมองว่าเป็นประเด็นน่ากังวล [19]
จุดนี้สำคัญสำหรับเวียดนาม เพราะคำถามที่เหลืออยู่ไม่ใช่แค่ว่ามีการปฏิรูปหรือไม่ แต่การปฏิรูปนั้นกว้างพอ ทนทานพอ และลดข้อจำกัดในระดับที่มีนัยสำคัญพอหรือยัง รายงานในเวียดนามยังระบุว่า ข้อจำกัดด้านสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติและตลาดเงินตราต่างประเทศ หรือ FX ยังเป็นโจทย์สำคัญบนเส้นทางสู่การยกระดับโดย MSCI [22]
สิ่งที่ต้องจับตาก่อนรอบทบทวน MSCI เดือนมิถุนายน 2569
หลายปัจจัยจะเป็นตัวกำหนดว่าแรงหนุนจาก FTSE จะเปลี่ยนเป็นโมเมนตัมในฝั่ง MSCI ได้หรือไม่:
- ระบบชำระราคาที่ไม่ต้องวางเงินล่วงหน้า: รายงานที่อ้าง SSI ระบุว่าเวียดนามมีความคืบหน้าในการใช้กลไก Non-Prefunding ขณะที่รายงานเกี่ยวกับ FTSE ก็เน้นว่าการยกเลิกข้อกำหนดวางเงินล่วงหน้าสำหรับนักลงทุนสถาบันต่างชาติเป็นเหตุผลสำคัญของการเลื่อนชั้น [
18][
24]
- การเข้าถึงของโบรกเกอร์ระดับโลก: FTSE ผูกการทบทวนระหว่างทางไว้กับความคืบหน้าในการเปิดให้โบรกเกอร์ระดับโลกเข้าถึงตลาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการจำลองดัชนี [
23]
- โครงสร้างการชำระบัญชี: รายงานที่อ้าง SSI ระบุว่าแผนการใช้ระบบชำระราคาแบบคู่สัญญากลาง หรือ CCP กำลังเดินหน้าไปตามแผน [
18]
- การเข้าถึงตลาด FX: รายงานตลาดเวียดนามยังมองว่าการเปิดเสรีด้านเงินตราต่างประเทศเป็นอุปสรรคที่เหลืออยู่สำหรับการยกระดับโดย MSCI [
22]
- พื้นที่การถือหุ้นของต่างชาติ: วิธีประเมินของ MSCI ให้ความสำคัญกับนัยสำคัญของข้อจำกัด โดยเฉพาะเมื่อมีส่วนของตลาดจำนวนมากที่นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงไม่ได้ [
19]
- การเดินหน้าของกฎเกณฑ์: VietNamNet รายงานว่า Circular 08/2026/TT-BTC แก้ไขกฎด้านการเปิดเผยข้อมูล การซื้อขาย และการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อนักลงทุนต่างชาติ และเพิ่มวินัยด้านการชำระราคา [
21]
นักลงทุนควรตีความอย่างไร
การอัปเกรดของ FTSE เป็นหมุดหมายเชิงโครงสร้าง แต่ไม่ควรอ่านว่าเป็นสัญญาณว่า MSCI จะอัปเกรดทันที VCCI ระบุว่า การปรับพอร์ตของกองทุนที่ลงทุนในตลาดชายขอบและตลาดเกิดใหม่อาจหักล้างกันบางส่วน ทำให้เงินทุนไหลเข้าในระยะสั้นอาจจำกัด ขณะที่เงินทุนต่างชาติที่มีนัยสำคัญมากขึ้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นเมื่อเวียดนามได้รับสถานะอัปเกรดจาก MSCI แล้ว [20]
สรุปคือ FTSE ช่วยยกระดับเรื่องราวของเวียดนามจากตลาดที่กำลังปฏิรูป ไปเป็นผู้สมัครที่น่าเชื่อถือสำหรับรายชื่อเฝ้าติดตามของ MSCI แต่การตัดสินใจในเดือนมิถุนายน 2569 ยังขึ้นอยู่กับว่า MSCI พอใจกับการทำงานจริงของระบบชำระราคา การเข้าถึงโบรกเกอร์ การเข้าถึง FX โครงสร้างการชำระบัญชี และเงื่อนไขการถือหุ้นของต่างชาติหรือไม่ [18][
19][
22] FTSE เพิ่มน้ำหนักให้กรณีของเวียดนามแล้ว แต่ยังไม่ได้ปิดขั้นตอนตรวจสอบของ MSCI





