หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนระบุว่า มีกำลังพลเกาหลีเหนือราว 8,500 นายอยู่ในรัสเซีย รวมผู้ควบคุมโดรนประมาณ 400 นาย และวิศวกรกับผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดราว 1,000 นาย ยูเครนยังระบุว่า เกาหลีเหนือจัดส่งขีปนาวุธทิ้งตัว KN 23 และ KN 24 ให้รัสเซียแล้วประมาณ 150 ลูก และอาจส่งเพิ่มอีก 120 ลูก พร้อมหน่วยยิงที่มีเครื่องยิง 6 ชุด...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does Ukraine’s military intelligence claim about North Korea’s latest military support for Russia’s war in Ukraine—including the deploy. Article summary: Ukraine’s military intelligence describes a widening North Korean role in Russia’s war: manpower for Russia’s rear areas, specialized drone and engineering support, and ballistic-missile capabilities that could be used a. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนระบุว่า บทบาทของเกาหลีเหนือในสงครามรัสเซีย–ยูเครนกำลังขยายจากการส่งกระสุนและกำลังพลแนวหน้า ไปสู่การสนับสนุนเฉพาะทางมากขึ้น ทั้งหน่วยควบคุมโดรน วิศวกร ผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิด และขีปนาวุธทิ้งตัว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและรายละเอียดเหล่านี้เป็นการประเมินของหน่วยข่าวกรองยูเครน ยังไม่มีการตรวจสอบยืนยันโดยอิสระในที่สาธารณะทั้งหมด ขณะที่เกาหลีเหนือปฏิเสธว่าอาจมีการส่งกำลังพลชุดใหญ่เพิ่มเติม ทำให้ขนาดและทิศทางในอนาคตของความร่วมมือนี้ยังไม่แน่นอน
พลตรีวาดีม สกิบิตสกี รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครน ระบุว่า กำลังพลเกาหลีเหนือชุดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในแคว้นเคิร์สก์ของรัสเซีย โดยประกอบด้วย
ในมุมมองของเคียฟ ผลกระทบอาจเกิดขึ้นทั้งทางยุทธวิธีและทางอ้อม หากทหารเกาหลีเหนือรับผิดชอบงานในพื้นที่ด้านหลัง กองกำลังรัสเซียบางส่วนก็อาจถูกส่งไปปฏิบัติการแนวหน้าได้มากขึ้น ส่วนหน่วยควบคุมโดรนอาจเพิ่มขีดความสามารถด้านการลาดตระเวนและการโจมตีเป้าหมายภายในยูเครน
สกิบิตสกียังกล่าวว่า นับตั้งแต่การส่งกำลังพลครั้งแรกในช่วงปลายปี 2024 มีชาวเกาหลีเหนือราว 25,000 คนถูกส่งไปประจำการหรือหมุนเวียนผ่านรัสเซียแล้ว และประเมินว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียอาจขอให้คิม จอง อึน ส่งกำลังพลเพิ่มอีกสูงสุด 50,000 นาย ในการพบกันที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนกันยายน
แต่ตัวเลข 50,000 นายยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ที่หน่วยข่าวกรองยูเครนประเมิน ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดการส่งกำลังพลจริง โดยคิม โย จอง น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือเรียกสถานการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “เรื่องแต่งขึ้นเองอย่างไร้มูลความจริง” ตามรายงานที่มีอยู่
การมีผู้ควบคุมโดรนเกาหลีเหนือหลายร้อยนายสะท้อนว่า บทบาทของเปียงยางอาจซับซ้อนกว่าการส่งทหารหรือกระสุนปืนใหญ่เพียงอย่างเดียว ยูเครนประเมินว่า หน่วยดังกล่าวอาจใช้โดรนเพื่อสอดแนมและโจมตี ซึ่งจะทำให้เกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการค้นหาและกำหนดเป้าหมายรายวันของสงครามมากขึ้น
หลักฐานที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เกาหลีเหนือส่งโดรนมาแล้วกี่ลำ ใช้รุ่นใด หรือหน่วยนี้เคยปฏิบัติการโจมตีจริงหรือไม่ ข้อกล่าวหาที่มีอยู่เป็นการประเมินศักยภาพของกำลังพลเมื่อเข้าประจำการร่วมกับกองกำลังรัสเซีย
ยูเครนรายงานแยกกันว่า เกาหลีเหนือได้จัดส่งขีปนาวุธทิ้งตัว KN-23 และ KN-24 ให้รัสเซียแล้วประมาณ 150 ลูก และมีข้อตกลงว่าจะส่งเพิ่มอีก 120 ลูก หน่วยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่รัสเซียตะวันตกอาจใช้งานขีปนาวุธได้สูงสุด 120 ลูกจากเครื่องยิง 6 ชุด
รอยเตอร์รายงานว่า ขีปนาวุธชุดใหม่ 40 ลูก พร้อมบุคลากร ได้ถูกส่งไปยังรัสเซียแล้ว ส่วนโครงสร้างสุดท้ายของหน่วยและจำนวนขีปนาวุธทั้งหมดจะมีการกำหนดในการเจรจาระดับสูง
รายงานนี้มีความสำคัญ เพราะชี้ให้เห็นถึงช่องทางจัดหาอาวุธที่ยังคงสนับสนุนการโจมตีของรัสเซียต่อยูเครน กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า มีการใช้ขีปนาวุธ KN-23 ในช่วงการโจมตีระหว่างวันที่ 29–30 กรกฎาคม ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวว่า รัสเซียใช้ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ
การโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่เมืองราดุชนี ในแคว้นดนีปรอเปตรอฟสก์ ทำลายอาคารที่พักอาศัยและทำให้สมาชิกครอบครัวเดียวกันเสียชีวิต 6 คน รวมเด็ก 4 คน ตามรายงานของสถาบันเพื่อการศึกษาสงครามที่อ้างข้อมูลจากยูเครน ส่วนการระบุที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้นของสกิบิตสกีว่า ขีปนาวุธ 2 ลูกถูกใช้ในการโจมตีครั้งนี้ ยังคงเป็นการประเมินของหน่วยข่าวกรองยูเครน ไม่ใช่ข้อสรุปที่ตรวจสอบยืนยันโดยอิสระ
ยูเครนประเมินว่า ขีปนาวุธรุ่นใหม่จากเกาหลีเหนืออาจมีพิสัยไกลถึง 800 กิโลเมตร แต่มีความแม่นยำต่ำ โดยบางลูกมีรายงานว่าตกห่างจากเป้าหมาย 15–19 กิโลเมตร เคียฟเชื่อว่าการนำขีปนาวุธไปใช้จริงในยูเครนอาจช่วยให้เปียงยางพัฒนาความแม่นยำในการชี้เป้าและประสิทธิภาพของหัวรบได้
ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นการถ่ายโอนกำลังพลและอาวุธทางเดียว สกิบิตสกีกล่าวว่า เกาหลีเหนือร้องขอระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย และได้รับแท่นยิงระบบป้องกันภัยทางอากาศ Pantsir-S1 ไปแล้ว
หากข้อมูลนี้ถูกต้อง การแลกเปลี่ยนดังกล่าวจะทำให้เปียงยางเข้าถึงยุทโธปกรณ์และประสบการณ์จากสนามรบของรัสเซีย ขณะที่มอสโกได้รับกำลังพล โดรน และขีปนาวุธทิ้งตัวเพิ่มเติม แต่รายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่สามารถยืนยันขอบเขตและช่วงเวลาของการถ่ายโอนเทคโนโลยีทั้งหมดได้ จึงควรเข้าใจว่าเป็นข้อกล่าวอ้างจากหน่วยข่าวกรอง
ความกังวลไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนทหารเกาหลีเหนือในรัสเซียเท่านั้น ความร่วมมือนี้อาจช่วยให้รัสเซียชดเชยปัญหาขาดแคลนกำลังพลและรักษาเส้นทางจัดหาขีปนาวุธไว้ได้ ขณะเดียวกัน บุคลากรเกาหลีเหนือก็อาจได้รับประสบการณ์จริงเกี่ยวกับโดรนสมัยใหม่ ระบบชี้เป้า และการป้องกันภัยทางอากาศ
สำหรับนาโตและพันธมิตรในภูมิภาคอินโด–แปซิฟิก สิ่งที่น่าจับตาคือวงจรการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี เกาหลีเหนืออาจได้ประสบการณ์การรบและยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย ส่วนรัสเซียได้รับอุปกรณ์และกำลังพลเพื่อใช้ในสงครามกับยูเครน แม้ขนาดของการแลกเปลี่ยนนี้ยังยากต่อการตรวจสอบ แต่ความร่วมมือดังกล่าวทำให้ประเด็นความมั่นคงในยุโรปและคาบสมุทรเกาหลีเชื่อมโยงกันแน่นแฟ้นขึ้น
พัฒนาการเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ลดระยะเวลาการซ้อมรบร่วมประจำปี Ulchi Freedom Shield จากเดิม 10 วันเหลือ 5 วัน ตามคำขอของวอชิงตัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้ลดการซ้อมรบและอ้างถึงความสัมพันธ์ของเขากับคิม จอง อึน
คิม โย จองกล่าวว่า การลดการซ้อมรบไม่ได้เปลี่ยนท่าทีเป็นปฏิปักษ์ของเกาหลีเหนือต่อสหรัฐฯ เธอยังกล่าวว่า “ไม่ทราบโดยสิ้นเชิง” ว่าคิม จอง อึนได้ติดต่อกับทรัมป์เมื่อเร็ว ๆ นี้หรือไม่ แม้ทรัมป์จะอ้างว่าผู้นำทั้งสองมีการติดต่อกัน คำกล่าวนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าไม่มีการติดต่อเกิดขึ้น
ข้อสรุปที่สอดคล้องกับรายงานที่มีอยู่มากที่สุดคือ ยูเครนมองว่าบทบาทของเกาหลีเหนือในสงครามของรัสเซียกำลังมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น โดยการสนับสนุนที่ถูกรายงานประกอบด้วย
แต่ตัวเลขและการระบุความรับผิดชอบหลายประเด็นยังเป็นข้อพิพาท ทั้งจำนวนกำลังพล 8,500 นาย ตัวเลขสะสม 25,000 นาย ความเป็นไปได้ในการขอกำลังเพิ่ม 50,000 นาย จำนวนขีปนาวุธที่ส่งมอบ ผู้รับผิดชอบที่แน่ชัดต่อการโจมตีวันที่ 30 กรกฎาคม และการถ่ายโอนเทคโนโลยีทางทหารของรัสเซีย
ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้ควรถูกนำเสนอในฐานะการประเมินของหน่วยข่าวกรองยูเครน ซึ่งบางส่วนมีรายงานจากสำนักข่าวอื่นสนับสนุน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยุติและตรวจสอบยืนยันได้ทั้งหมด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนระบุว่า มีกำลังพลเกาหลีเหนือราว 8,500 นายอยู่ในรัสเซีย รวมผู้ควบคุมโดรนประมาณ 400 นาย และวิศวกรกับผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดราว 1,000 นาย
หน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครนระบุว่า มีกำลังพลเกาหลีเหนือราว 8,500 นายอยู่ในรัสเซีย รวมผู้ควบคุมโดรนประมาณ 400 นาย และวิศวกรกับผู้เก็บกู้ทุ่นระเบิดราว 1,000 นาย ยูเครนยังระบุว่า เกาหลีเหนือจัดส่งขีปนาวุธทิ้งตัว KN 23 และ KN 24 ให้รัสเซียแล้วประมาณ 150 ลูก และอาจส่งเพิ่มอีก 120 ลูก พร้อมหน่วยยิงที่มีเครื่องยิง 6 ชุด
ข้อกังวลของชาตินาโตไม่ได้อยู่แค่จำนวนกำลังพล แต่อาจรวมถึงการที่รัสเซียถ่ายทอดเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศและประสบการณ์รบให้เกาหลีเหนือ ขณะที่สหรัฐฯ ลดระยะเวลาการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้