ผลลัพธ์คือ Uber มากกว่าดับเบิลสัดส่วนเดิม และขึ้นเป็น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ Delivery Hero ทันที
หากออปชันถูกใช้ในอนาคต การถือครองทางเศรษฐกิจของ Uber อาจเพิ่มจนใกล้ ประมาณหนึ่งในสี่ของบริษัท แม้รายละเอียดทางกฎหมายจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างของออปชันและสิทธิออกเสียงที่เกี่ยวข้อง
โอกาสให้ Uberเข้าซื้อหุ้นส่วนหนึ่งเกิดจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบ
Prosus เดิมเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Delivery Hero แต่เมื่อบริษัท เข้าซื้อกิจการ Just Eat Takeaway หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของสหภาพยุโรปอนุมัติดีลโดยมีเงื่อนไขว่า Prosus ต้อง ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน Delivery Hero เพื่อลดความกังวลด้านการแข่งขันในตลาดเดลิเวอรี
การขายหุ้นให้ Uber จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลดสัดส่วนดังกล่าว และหลังจากนั้น Prosus ยังขายหุ้นบางส่วนให้ผู้ลงทุนรายอื่นต่อไป
สำหรับตลาดหุ้น การลดการถือครองของ Prosus ยังช่วยลดสิ่งที่นักลงทุนเรียกว่า “share overhang” หรือความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะขายหุ้นก้อนใหญ่ในอนาคต ซึ่งมักกดดันราคาหุ้น
เนื่องจาก Delivery Hero เป็นบริษัทจดทะเบียนในเยอรมนี การขยับของ Uber ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเทคโอเวอร์ของประเทศ
มีสองประเด็นสำคัญ
1. เกณฑ์การเปิดเผยการถือหุ้น
นักลงทุนต้องแจ้งบริษัทและหน่วยงานกำกับเมื่อการถือหุ้นข้ามระดับต่าง ๆ เช่น 3%, 5%, 10%, 15%, 20%, 25%, 30%, 50% และ 75% ของสิทธิออกเสียง
2. เส้นควบคุมที่ 30%
ภายใต้กฎหมาย German Securities Acquisition and Takeover Act (WpÜG) หากผู้ลงทุนถือ 30% ของสิทธิออกเสียงขึ้นไป จะถือว่า “ควบคุมบริษัท” และโดยปกติจะต้อง ยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด (mandatory takeover offer)
โครงสร้างของ Uber ที่อยู่ที่ 19.5% พร้อมออปชัน จึงดูเหมือนถูกออกแบบให้ยัง ต่ำกว่าเกณฑ์ 30% เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องทำเทคโอเวอร์เต็มรูปแบบ แต่ยังรักษาความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ไว้
แม้จะไม่ใช่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ แต่สัดส่วนใกล้ 20% ในบริษัทมหาชนสามารถมีอิทธิพลมาก โดยเฉพาะถ้าโครงสร้างผู้ถือหุ้นกระจายตัว
การถือหุ้นระดับนี้สามารถ
ตลาดตอบรับเชิงบวกกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
หุ้น Delivery Hero ปรับตัวขึ้นหลังมีข่าวการขายหุ้นของ Prosus และการเปิดเผยสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นของ Uber เนื่องจากนักลงทุนมองว่าแรงขายในอนาคตอาจลดลง และมีผู้เล่นระดับโลกเข้ามาอยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้น
ในวันที่มีการเปิดเผยข้อมูล หุ้นของบริษัทซื้อขายอยู่ราว 31 ยูโรต่อหุ้น และเพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียว ตามข้อมูลตลาดที่รายงานในข่าวการเงิน
ทั้ง Uber และ Delivery Hero ต่างเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดส่งอาหารออนไลน์ และมีการแข่งขันกันในหลายประเทศผ่านบริการอย่าง Uber Eats
การลงทุนครั้งนี้เปิดความเป็นไปได้หลายทาง
1. ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์
ทั้งสองบริษัทอาจร่วมมือด้านโลจิสติกส์ เทคโนโลยี โฆษณา หรือการจัดโครงสร้างตลาดในบางภูมิภาค
2. การควบรวมอุตสาหกรรมในอนาคต
การถือหุ้นทำให้ Uber มี “ฐานที่มั่น” หากอุตสาหกรรมเข้าสู่รอบใหม่ของการควบรวมกิจการ
3. สัญญาณการแข่งขัน
การลงทุนยังเป็นการแสดงให้เห็นว่า Uber ต้องการมีบทบาทในอนาคตของตลาดเดลิเวอรี แม้บริษัททั้งสองจะยังเป็นคู่แข่งกันอยู่
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือเชิงลึกระหว่างแพลตฟอร์มเดลิเวอรีรายใหญ่สองรายในยุโรปย่อมต้องเผชิญ การตรวจสอบด้านการแข่งขันจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเข้มงวด
ดีลนี้จึงควรมองว่าเป็น “การยึดตำแหน่งเชิงกลยุทธ์” มากกว่าการเทคโอเวอร์
ด้วยสัดส่วน 19.5% และออปชันเพิ่มอีก 5.6% Uber ได้ทั้งอิทธิพลในบริษัทเดลิเวอรีรายใหญ่ของยุโรป และทางเลือกในการขยับเกมในอนาคต โดยไม่ต้องข้ามเส้น 30% ที่จะบังคับให้ทำข้อเสนอซื้อกิจการทั้งหมด
สำหรับ Delivery Hero การมีผู้ถือหุ้นระดับ Uber เข้ามาในโครงสร้างบริษัทอาจเปลี่ยนดุลอำนาจของอุตสาหกรรม และทำให้อนาคตของตลาดส่งอาหารยุโรปเต็มไปด้วยทั้ง โอกาสในการร่วมมือ และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
Comments
0 comments