ฝั่ง Voi มีร่องรอยสาธารณะคนละทิศทาง บริษัทประกาศการระดมทุนรอบที่มีผู้จองเกินวงเงิน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเงินกู้เพิ่มเติมสำหรับจัดหายานพาหนะ โดยระบุว่าจะใช้เงินเพื่อขยายฟลีตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและอีไบค์ ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการควบรวมในอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว . รายงานอุตสาหกรรมภายหลังระบุว่า รายได้สุทธิของ Voi ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 178.2 ล้านยูโร และบริษัทมีพาหนะให้บริการ 150,000 คัน
. อีกหนึ่งรายงานด้านไมโครโมบิลิตี้ระบุว่า Voi จะเพิ่มพาหนะใหม่ 3 รุ่นในปี 2026 ได้แก่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Voiager 9 และอีไบค์รุ่นอัปเกรด Explorer 5 กับ Explorer Light 2
.
ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า Voi ไม่มีการพูดคุยส่วนตัวกับใคร แต่หมายความว่า หลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่รองรับข้อกล่าวอ้างว่า Uber ซื้อ Voi แล้วในมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์
หากดีล Uber–Voi เกิดขึ้นจริง มันจะไม่ใช่แค่การซื้อบริษัทสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารายหนึ่ง แต่จะเป็นสัญญาณว่า Uber อาจกลับมาเป็นเจ้าของธุรกิจไมโครโมบิลิตี้โดยตรงอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม 2020 Uber ถอนตัวจากการดำเนินงานไมโครโมบิลิตี้โดยตรง ด้วยการโอนสินทรัพย์ของ Jump ให้ Lime ในดีลที่มีเงินทุนใหม่ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐนำโดย Uber; Uber ได้สัดส่วนหุ้นใน Lime ราว 29% ขณะที่ Lime รับจักรยาน สกู๊ตเตอร์ ใบอนุญาต และเทคโนโลยีของ Jump ไป . โครงสร้างนั้นทำให้ Uber ยังมีส่วนได้ส่วนเสียกับจักรยานและสกู๊ตเตอร์แบบแชร์ โดยไม่ต้องบริหารฟลีตเอง
.
ดังนั้น หากวันหนึ่ง Uber ซื้อ Voi จริง ความหมายเชิงกลยุทธ์จะกลับด้าน: จากการถือทางอ้อม ไปสู่การเป็นเจ้าของผู้ให้บริการไมโครโมบิลิตี้ในยุโรปโดยตรง
Voi เองอธิบายว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงควบรวมอย่างรวดเร็ว และบอกว่าเงินทุนที่ได้จะช่วยให้บริษัทขยายตัวเพื่อคว้าโอกาสจากความต้องการผู้บริโภคและการรวมตัวของอุตสาหกรรม . TechCrunch ยังรายงานว่า Fredrik Hjelm ซีอีโอของ Voi เปิดรับความเป็นไปได้ในการซื้อธุรกิจไมโครโมบิลิตี้ของ Bolt แม้จะระบุด้วยว่าธุรกิจสกู๊ตเตอร์และจักรยานของ Bolt ไม่ได้จำเป็นต้องถูกประกาศขาย และ Bolt ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
.
ถ้า Uber เข้าซื้อ Voi จริง ข่าวนั้นจะลงบนตลาดที่กำลังพูดเรื่อง M&A อยู่แล้ว แต่ทิศทางยังเปิดกว้าง: Voi อาจเป็นผู้ซื้อ ผู้ถูกซื้อ หรือยังโตต่อในฐานะบริษัทอิสระก็ได้ จนกว่าจะมีหลักฐานใหม่
Voi ระบุว่าตัวเองเป็นผู้ให้บริการไมโครโมบิลิตี้ชั้นนำในยุโรป . หาก Uber เป็นเจ้าของ Voi บริษัทจะไม่ได้แข่งขันในฐานะผู้ให้บริการสกู๊ตเตอร์และอีไบค์อิสระเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะอยู่ใต้โครงสร้างของบริษัทแพลตฟอร์มการเดินทางขนาดใหญ่กว่า
ผลในทางปฏิบัติจะขึ้นกับเงื่อนไขดีลที่ยังไม่มีให้เห็น เช่น Voi จะคงแบรนด์แยกหรือไม่ ระบบปฏิบัติการจะเชื่อมกับ Uber แค่ไหน การลงทุนในฟลีตจะเปลี่ยนอย่างไร และเมืองต่าง ๆ จะได้รับคำมั่นด้านการให้บริการแบบใด ทั้งหมดนี้ยังเป็นสมมติฐาน เพราะยังไม่มีธุรกรรมที่ยืนยันแล้ว
ดีล Jump–Lime ปี 2020 แสดงให้เห็นว่า M&A ในไมโครโมบิลิตี้สามารถย้ายสินทรัพย์สำคัญ ทั้งจักรยาน สกู๊ตเตอร์ ใบอนุญาต และเทคโนโลยี จากผู้เล่นหนึ่งไปสู่อีกผู้เล่นหนึ่งได้ . แต่ดีล Uber–Voi หากเกิดขึ้น จะต่างออกไป เพราะจะเป็นการนำผู้ให้บริการไมโครโมบิลิตี้ยุโรปเข้าไปอยู่ใต้เจ้าของอย่าง Uber ไม่ใช่แค่โอนสินทรัพย์ให้คู่แข่งสกู๊ตเตอร์รายเดิม
นั่นน่าจะทำให้ตลาดจับตา Lime และ Bolt มากขึ้น แต่หลักฐานที่มีไม่พอจะสรุปเรื่องส่วนแบ่งตลาดหรือผู้ชนะล่วงหน้า ข้อสรุปที่ปลอดภัยกว่าคือ ดีลจริงจะรีเซ็ตความคาดหวังในการแข่งขัน ไม่ได้การันตีผลแพ้ชนะทันที
ธุรกิจสกู๊ตเตอร์และอีไบค์แบบแชร์ไม่ได้มีค่าแค่ตัวรถ ในดีล Jump–Lime มีการโอนใบอนุญาตไปพร้อมจักรยาน สกู๊ตเตอร์ และเทคโนโลยี . นั่นสะท้อนว่า มูลค่าของฟลีตขึ้นกับพื้นที่ที่รถเหล่านั้นได้รับอนุญาตให้ให้บริการ ไม่ใช่แค่จำนวนคันในคลัง
สำหรับดีลใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้ นักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแลย่อมจับตาสิทธิการดำเนินงาน ความสัมพันธ์กับเมือง และภาระผูกพันเรื่องฟลีตอย่างใกล้ชิด แต่แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ให้รายละเอียดรายเมืองสำหรับดีล Uber–Voi ที่อ้างถึง จึงยิ่งควรระวังการตีความข่าวลือเกินหลักฐาน
เรื่องราวล่าสุดของ Voi ไม่ได้มีแค่การเติบโต แต่เป็นการเติบโตที่ผูกกับเงินทุนและการขยายฟลีต บริษัทระบุว่าเงินทุนใหม่ทั้งทุนและหนี้จะใช้ขยายฟลีตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและอีไบค์ . ต่อมา รายงานอุตสาหกรรมระบุว่า รายได้สุทธิของ Voi เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 178.2 ล้านยูโรในปี 2025 และอธิบายโมเดลของบริษัทว่าใช้หนี้เพื่อจัดหายานพาหนะที่สร้างกระแสเงินสดและคืนทุนเร็ว
.
สำหรับผู้ซื้อรายใดก็ตาม คำถามใหญ่จึงไม่ใช่แค่ “ซื้อได้ไหม” แต่คือ “ขยายแล้วคุ้มไหม” เจ้าของรายใหญ่กว่าอาจช่วยเรื่องเงินทุนได้ แต่ไม่อาจลบโจทย์พื้นฐานของธุรกิจนี้: ยานพาหนะ ใบอนุญาต การซ่อมบำรุง และการปฏิบัติการ ต้องสร้างผลตอบแทนที่ยืนระยะได้
เกณฑ์ตรวจสอบดีลลักษณะนี้ควรตรงไปตรงมา:
ประกาศดีล Blacklane ของ Uber เป็นตัวอย่างที่ดีของหลักฐานที่ครบกว่า: ระบุผู้ซื้อและเป้าหมาย ระบุเหตุผลเชิงกลยุทธ์ ระบุว่าต้องผ่านการอนุมัติด้านกฎระเบียบ และให้กรอบเวลาคาดว่าจะปิดดีล . สำหรับ Voi ยังไม่มีบันทึกอ้างอิงที่เทียบเท่ากัน
การควบรวมในตลาดไมโครโมบิลิตี้ยุโรปเป็นเรื่องจริง แต่ข้อกล่าวอ้างเฉพาะว่า Uber ซื้อ Voi ด้วยมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ยังไม่ถูกยืนยันจากแหล่งอ้างอิงที่มี หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันจะมีนัยสำคัญมาก เพราะจะบอกว่า Uber กำลังกลับเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจสกู๊ตเตอร์และอีไบค์โดยตรง หลังจากเคยถอยไปสู่โมเดลถือหุ้นทางอ้อมผ่านดีล Jump–Lime ในปี 2020 .
ในตอนนี้ บันทึกสาธารณะที่ชัดเจนคือ Uber มีเป้าหมายซื้อกิจการที่ยืนยันแล้วคือ Blacklane ส่วน Voi ยังปรากฏในข่าวสาธารณะในฐานะบริษัทที่ระดมทุน ขยายฟลีต รายงานการเติบโต และเปิดตัวพาหนะใหม่ .