WSJ รายงานว่าอิหร่านกลับมาประกอบขีปนาวุธพิสัยไกลเชื้อเพลิงเหลวและเชื้อเพลิงแข็งในสถานที่ใต้ดิน โดยใช้ชิ้นส่วนที่กักตุนไว้ก่อนการโจมตี ประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ อะไหล่ที่เหลืออยู่เพียงพอสำหรับผลิตขีปนาวุธได้หลายร้อยลูก หรืออาจถึงหลายพันลูก กิจกรรมที่รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า การทำลายโรงงานขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่า...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the Wall Street Journal’s report, citing U.S. and Middle Eastern officials, reveal about Iran’s restart of underground ballistic-m. Article summary: The report indicates that U.S. and Israeli strikes severely degraded Iran’s missile-industrial base but did not eliminate its ability to assemble and employ ballistic missiles. Iran appears to be reconstituting a reduced. Topic tags: general, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait t
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และตะวันออกกลางที่ให้ข้อมูลแก่ The Wall Street Journal ระบุว่า อิหร่านกลับมาประกอบขีปนาวุธพิสัยไกลในสถานที่ใต้ดิน โดยใช้ชิ้นส่วนที่กักตุนไว้ รายงานนี้สะท้อนว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลสร้างความเสียหายรุนแรงต่อฐานอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่าน แต่ยังไม่อาจขจัดความสามารถของเตหะรานในการนำขีปนาวุธบางส่วนกลับมาใช้งานหรือฟื้นคลังอาวุธได้ทั้งหมด 1
WSJ รายงานว่า อิหร่านกำลังประกอบทั้งขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลวและขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งใต้ดิน ความต่างนี้มีนัยสำคัญ: ขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลวต้องเติมเชื้อเพลิงไม่นานก่อนปล่อย ขณะที่แบบเชื้อเพลิงแข็งสามารถเก็บไว้ในสภาพพร้อมยิงได้ 1
การดำเนินการดังกล่าวมีรายงานว่าอาศัยชิ้นส่วนที่สะสมไว้ก่อนเกิดการโจมตี ไม่ใช่หลักฐานว่าอิหร่านกลับสู่การผลิตเต็มกำลังแล้ว โดยการประกอบเกิดขึ้นในสถานที่ใต้ดิน ซึ่งรวมถึงรายงานที่เชื่อมโยงกับศูนย์ทหารโคจิร์ (Khojir) 1
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุเมื่อเดือนมีนาคมว่า ขีดความสามารถด้านการผลิตขีปนาวุธ โดรน และยุทโธปกรณ์ทางเรือของอิหร่านมากกว่าสองในสามถูกทำให้เสียหายหรือขจัดไปแล้ว 9 รายงานล่าสุดของ WSJ ไม่ได้หักล้างความเสียหายนั้น แต่บ่งชี้ว่า การโจมตีโรงงานและจุดที่ระบุตำแหน่งได้ ไม่ได้หมายความว่าชิ้นส่วนที่ยังใช้ได้ ความรู้ด้านการผลิต หรือพื้นที่ประกอบที่มีการป้องกันจะถูกกำจัดหมดสิ้น
1
จึงควรแยกให้ชัดระหว่างสองเรื่องนี้:
ข้อมูลปัจจุบันสนับสนุนข้อสรุปประการหลังมากกว่าประการแรก 1
คำถามที่มีผลมากที่สุดคือ อิหร่านสามารถประกอบขีปนาวุธได้กี่ลูกจากชิ้นส่วนคงเหลือ เจ้าหน้าที่ที่ WSJ อ้างถึงยังไม่สามารถระบุได้ว่า สต็อกดังกล่าวจะรองรับการผลิตเพียงหลักร้อย หรืออาจต่อเนื่องไปถึงหลักพันลูก 1
ความสามารถในการนำเข้าวัสดุสำหรับผลิตเชื้อเพลิงแข็งก็ถูกระบุว่าเป็นข้อจำกัด ด้วยเหตุนี้ การกลับมาเดินหน้าประกอบอาวุธใต้ดินจึงไม่ควรถูกตีความว่าเตหะรานฟื้นกำลังการผลิตเดิมได้ครบถ้วน หรือแก้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานระยะยาวได้แล้ว 1
อิหร่านลงทุนสร้างสถานที่เก็บและปฏิบัติการขีปนาวุธใต้ดินมาเป็นเวลานาน เพื่อปกป้องแท่นยิง คลังอาวุธ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจากการโจมตีทางอากาศ 8 WSJ รายงานว่า เตหะรานกำลังมองหาสถานที่ใต้ดินเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การเลือกเป้าหมายและการประเมินผลหลังโจมตีในอนาคตยากขึ้น
1
โครงสร้างที่ฝังลึกและกระจายตัวไม่ได้ทำให้กองกำลังขีปนาวุธคงกระพัน เพราะการโจมตีสร้างความเสียหายแก่สถานที่ของอิหร่านจำนวนมากตามรายงาน แต่โครงสร้างลักษณะนี้อาจรักษาอุปกรณ์ สินค้าคงคลัง และขีดความสามารถในการประกอบไว้ได้มากพอที่จะทำให้การกล่าวว่าระบบขีปนาวุธถูกทำลายอย่างถาวรเป็นเรื่องซับซ้อน 1
8
กิจกรรมประกอบขีปนาวุธที่มีรายงานใหม่นี้ดูไม่สอดคล้องนักกับถ้อยแถลงก่อนหน้าของสหรัฐฯ เกี่ยวกับขอบเขตความเสียหาย โดย CENTCOM ระบุว่าได้ทำให้ขีดความสามารถการผลิตที่เกี่ยวข้องของอิหร่านเสียหายหรือหมดสภาพไปมากกว่าสองในสาม 9 การประเมินนั้นอาจอธิบายความสูญเสียอย่างมากที่เกิดกับสถานที่ซึ่งระบุตัวได้ ขณะที่ข่าวกรองใหม่ชี้ถึงขีดความสามารถที่ยังเหลือรอดอยู่นอก หรืออยู่ลึกลงไปใต้ ส่วนที่มองเห็นของระบบอุตสาหกรรมดังกล่าว
1
ดังนั้น ข้อสรุปที่ระมัดระวังกว่าคือ โครงการขีปนาวุธของอิหร่านน่าจะถูกบั่นทอนอย่างมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นหมดความสามารถในการเสริมคลังอาวุธ 1
ความสามารถที่อิหร่านยังคงมีในการคุกคามกำลังพลสหรัฐฯ แสดงให้เห็นนัยเชิงปฏิบัติการของคลังอาวุธที่เหลืออยู่ แม้จะมีขนาดเล็กลง WSJ รายงานว่า ขีปนาวุธอิหร่าน 3 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศมูวัฟฟัก ซัลตี ในจอร์แดนภายใน 24 ชั่วโมง โดยรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ระบุว่า ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นาย และอีก 1 นายสูญหายโดยสันนิษฐานว่าเสียชีวิต 3
12
เหตุการณ์นี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าขีปนาวุธที่ใช้โจมตีมาจากการประกอบใต้ดินที่รายงานล่าสุดกล่าวถึง แต่แสดงให้เห็นว่า ความแตกต่างระหว่าง “อุตสาหกรรมขีปนาวุธที่ถูกทำลาย” กับ “อุตสาหกรรมที่เสียหายแต่ยังทำงานได้” มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง
รายงานของ WSJ ไม่ได้แสดงว่าอิหร่านกลับสู่ระดับการผลิตขีปนาวุธก่อนสงครามแล้ว แต่ตามคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ที่รับรู้ข้อมูลข่าวกรอง เตหะรานยังสามารถประกอบขีปนาวุธพิสัยไกลเชื้อเพลิงเหลวและเชื้อเพลิงแข็งได้บางส่วนจากชิ้นส่วนสำรอง ในสถานที่ใต้ดิน 1
นัยต่อผู้กำหนดนโยบายและกองทัพในภูมิภาคนั้นตรงไปตรงมา: การทำลายโรงงานที่มองเห็นได้อาจลดกำลังผลิตลงอย่างมาก แต่ไม่จำเป็นต้องลบล้างภัยคุกคามจากขีปนาวุธที่อาศัยสต็อกแบบกระจายตัว การประกอบในพื้นที่กำบัง และโครงสร้างใต้ดิน ขนาดและความยั่งยืนของการฟื้นตัวของอิหร่านยังไม่อาจสรุปได้ 1
8
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
WSJ รายงานว่าอิหร่านกลับมาประกอบขีปนาวุธพิสัยไกลเชื้อเพลิงเหลวและเชื้อเพลิงแข็งในสถานที่ใต้ดิน โดยใช้ชิ้นส่วนที่กักตุนไว้ก่อนการโจมตี
WSJ รายงานว่าอิหร่านกลับมาประกอบขีปนาวุธพิสัยไกลเชื้อเพลิงเหลวและเชื้อเพลิงแข็งในสถานที่ใต้ดิน โดยใช้ชิ้นส่วนที่กักตุนไว้ก่อนการโจมตี ประเด็นสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ อะไหล่ที่เหลืออยู่เพียงพอสำหรับผลิตขีปนาวุธได้หลายร้อยลูก หรืออาจถึงหลายพันลูก
กิจกรรมที่รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า การทำลายโรงงานขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายขีปนาวุธแบบกระจายตัวและฝังใต้ดินจะหมดสภาพไปทั้งหมด