ด้วยเหตุนี้ หากการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานเริ่มชะลอลง ก็อาจทำให้เศรษฐกิจสูญเสียแรงพยุงสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือความแตกต่างระหว่าง รายได้การคลังที่เพิ่มขึ้น กับ การใช้จ่ายที่ชะลอลง
ในบางกรณี รายได้รัฐบาลจีนอาจเพิ่มขึ้นจากปัจจัยที่ไม่ได้สะท้อนกิจกรรมเศรษฐกิจจริงทั้งหมด ตัวอย่างเช่น
ดังนั้น หากรายได้เพิ่มแต่การใช้จ่ายลดลง ข้อจำกัดอาจอยู่ที่
ระบบการคลังของจีนมีลักษณะเฉพาะ คือ รัฐบาลท้องถิ่นรับผิดชอบการใช้จ่ายจำนวนมาก แต่มีข้อจำกัดด้านการระดมทุน ทำให้การส่งผ่านนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจบางครั้งไม่ราบรื่น
นโยบายเศรษฐกิจโดยรวมจึงมุ่งเน้น “การสนับสนุนเชิงรุกแต่มีความแม่นยำ” มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่แบบในอดีต
งบประมาณของประเทศสะท้อนแนวทางดังกล่าว โดยคาดว่า
อย่างไรก็ตาม จุดเน้นเริ่มขยับจากโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ไปสู่
การชะลอตัวของการใช้จ่ายในเดือนเดียวไม่ได้หมายความว่าจีนหยุดใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับ จังหวะและประสิทธิภาพของการส่งผ่านนโยบาย
ปัจจัยความไม่แน่นอนที่กำลังกดดันเศรษฐกิจจีน ได้แก่
หากแรงกดดันเหล่านี้รุนแรงขึ้น ปักกิ่งอาจต้องเร่งมาตรการเพิ่มเติม เช่น
แม้ข้อมูลเพียงเดือนเดียวจะไม่สามารถกำหนดแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งปีได้ แต่การชะลอตัวของการใช้จ่ายในเดือนเมษายนมีความสำคัญ เพราะอาจหมายถึงแรงกระตุ้นทางการคลังที่ช่วยให้เศรษฐกิจเริ่มปีได้ดีนั้น ไม่ต่อเนื่องเท่าที่คาดไว้
หากการชะลอตัวเป็นเพียงปัจจัยทางเทคนิค เช่น การเร่งใช้งบต้นปี หรือความล่าช้าทางระบบราชการ เศรษฐกิจอาจยังได้รับแรงหนุนในช่วงถัดไป
แต่ถ้าแนวโน้มการใช้จ่ายยังคงอ่อนลงต่อเนื่อง นั่นอาจทำให้หนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจีนหายไป และเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลต้องออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเฉพาะจุดเพิ่มเติม เพื่อรักษาการเติบโตให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 4.5–5% ของปีนี้
Comments
0 comments