นักวิจัยพบแคมเปญสอดแนมไซเบอร์ที่โจมตีหลายองค์กรในมาเลเซีย โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานบน Microsoft Azure และอัปโหลดข้อมูลที่ขโมยได้ไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloudflare เพื่อซ่อนการขโมยข้อมูล [17] บริการของ Cloudflare เช่น R2, Pages, Workers และ Tunnels ถูกนำไปใช้สร้างโครงสร้างโจมตี เช่น โฮสต์มัลแวร์ หน้า phishing ช่องทาง c...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the reported cyber espionage campaign against Malaysian organizations reveal about how state-backed threat actors are abusing Clou. Article summary: The Malaysia case shows a broader pattern: state-backed or state-aligned operators are hiding espionage infrastructure inside trusted cloud platforms, using Cloudflare not just as a CDN shield but as storage, app-hosting. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Malaysia’s digital growth and geopolitics widen cyber attack surface, raising critical infrastructure risks. New data from Cyfirma threat landscape report disclosed that Malaysia" source context "Malaysia's digital growth and geopolitics widen cyber attack surface ..." Reference image 2: visual subject "##### The Latest. A cam
การสอดแนมไซเบอร์กำลังเปลี่ยนรูปแบบอย่างชัดเจน จากเดิมที่ผู้โจมตีต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์อันตรายของตัวเอง ปัจจุบันพวกเขาเริ่ม "ซ่อนตัว" อยู่ภายในบริการคลาวด์ที่องค์กรทั่วโลกใช้จริง เช่น Cloudflare
กรณีศึกษาล่าสุดจากแคมเปญโจมตีองค์กรในมาเลเซียแสดงให้เห็นว่า ผู้โจมตีสามารถซ่อนขั้นตอนสำคัญของการโจมตี—ตั้งแต่การควบคุมระบบที่ติดมัลแวร์ไปจนถึงการขโมยข้อมูล—ภายใต้ทราฟฟิก HTTPS ที่ดูเหมือนปกติได้อย่างแนบเนียน
สำหรับทีมรักษาความปลอดภัย นี่ทำให้การตรวจจับยากขึ้นมาก เพราะการเชื่อมต่อไปยัง Cloudflare หรือบริการคลาวด์อื่น ๆ มักถือว่าเป็นทราฟฟิกที่ “เชื่อถือได้” ในระบบเครือข่ายองค์กร
นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบแคมเปญการบุกรุกที่มุ่งเป้าองค์กรหลายแห่งในมาเลเซีย โดยผู้โจมตีใช้โครงสร้างพื้นฐานที่โฮสต์บน Microsoft Azure ในภูมิภาค Malaysia West
ผู้โจมตีสร้างเครื่องมือ Python แบบเฉพาะสำหรับแต่ละเป้าหมาย เพื่อทำงานหลายอย่างภายในเครือข่าย เช่น
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือสคริปต์ที่ออกแบบมาเพื่ออัปโหลดข้อมูลที่ขโมยได้ไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloudflare ซึ่งอยู่ภายใต้บัญชีของผู้โจมตีเอง
ผลลัพธ์คือ การขโมยข้อมูลถูกซ่อนอยู่ในทราฟฟิก HTTPS ปกติที่ดูเหมือนการเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ทั่วไป ทำให้ระบบป้องกันแบบดั้งเดิมตรวจจับได้ยาก
ขั้นตอนของการโจมตีโดยรวมประกอบด้วย
การใช้บริการคลาวด์ในขั้นตอนสุดท้าย—โดยเฉพาะการส่งข้อมูลออก—ช่วยให้ผู้โจมตีหลบเลี่ยงระบบป้องกันเครือข่ายที่มักบล็อกโดเมนที่ดูน่าสงสัย
Cloudflare เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์ขนาดใหญ่ที่ให้บริการหลายอย่าง เช่น CDN, โฮสต์เว็บไซต์, serverless computing และระบบ tunnel สำหรับเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์
ฟีเจอร์เหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สามารถถูกนำไปใช้โดยผู้โจมตีได้เช่นกัน
รายงานด้านความปลอดภัยหลายฉบับพบว่าบริการของ Cloudflare ปรากฏอยู่ในแคมเปญโจมตีไซเบอร์มากขึ้น เพราะทราฟฟิกจากแพลตฟอร์มนี้มักผสมกลมกลืนกับทราฟฟิกปกติของอินเทอร์เน็ต
R2 เป็นบริการ object storage คล้ายกับ Amazon S3
ผู้โจมตีสามารถใช้ R2 เพื่อ
ในแคมเปญที่พบในมาเลเซีย นักวิจัยตรวจพบสคริปต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออัปโหลดข้อมูลที่ขโมยได้ไปยัง storage บน Cloudflare โดยตรง
Cloudflare Pages เป็นบริการสำหรับโฮสต์เว็บไซต์แบบ static อย่างรวดเร็ว
ผู้โจมตีสามารถใช้มันเพื่อสร้าง
เนื่องจากเว็บไซต์ถูกโฮสต์บนโครงสร้างพื้นฐานของ Cloudflare จึงดูเหมือนเว็บไซต์ปกติสำหรับระบบป้องกันหลายประเภท
Workers คือแพลตฟอร์ม serverless ที่รันโค้ดบน edge network ของ Cloudflare
ผู้โจมตีสามารถใช้ Workers เพื่อ
มีรายงานว่าบางโครงสร้างพื้นฐานของมัลแวร์ประเภท RAT ใช้ Cloudflare Workers เป็นช่องทาง C2 โดยตรง
Cloudflare Tunnel ช่วยให้เซิร์ฟเวอร์ภายในสามารถเปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องเปิดเผย IP จริง
ผู้โจมตีใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อ
แคมเปญมัลแวร์ก่อนหน้านี้พบการใช้ subdomain ของ Cloudflare Tunnel เพื่อแจกจ่าย RAT ผ่านไฟล์แนบในอีเมล phishing
เหตุการณ์ในมาเลเซียไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่สะท้อนแนวโน้มที่กว้างขึ้นในภูมิภาค
การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของมาเลเซีย—โดยเฉพาะในภาคพลังงาน โทรคมนาคม และการขนส่ง—ทำให้ประเทศมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น และกลายเป็นเป้าหมายของการสอดแนมไซเบอร์
หลายกลุ่ม APT ที่ปฏิบัติการในเอเชียมีพฤติกรรมคล้ายกัน
Mustang Panda เป็นกลุ่มสอดแนมไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับจีนและมีปฏิบัติการอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2012 โดยมักใช้ phishing และเอกสารล่อเพื่อส่งมัลแวร์ไปยังองค์กรรัฐบาลและการทูต
APT41 ถูกประเมินอย่างกว้างขวางว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐจีน และดำเนินปฏิบัติการสอดแนมในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก
กลุ่มที่เพิ่งถูกติดตามไม่นานชื่อ Amaranth‑Dragon ถูกเชื่อมโยงกับระบบนิเวศของ APT41 และมีรายงานว่าโจมตีหน่วยงานรัฐบาลและบังคับใช้กฎหมายในประเทศอาเซียนหลายประเทศ
แม้กิจกรรมที่พบในมาเลเซียจะยังไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใดโดยตรง แต่รูปแบบการโจมตี—การใช้เครื่องมือเฉพาะเป้าหมาย โครงสร้างคลาวด์ และการซ่อนทราฟฟิก—สอดคล้องกับยุทธวิธีของกลุ่มสอดแนมระดับรัฐเหล่านี้
ปัญหาหลักของผู้ป้องกันคือ ทราฟฟิกจำนวนมากดูเหมือน "ปกติ"
การเชื่อมต่อ HTTPS ไปยัง Cloudflare storage หรือ endpoint ของ serverless แทบจะแยกไม่ออกจากการใช้งานจริงขององค์กร
การบล็อก Cloudflare ทั้งหมดก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะเว็บไซต์และบริการจำนวนมากใช้แพลตฟอร์มนี้
ดังนั้นทีมความปลอดภัยจึงต้องหันไปใช้การตรวจจับเชิงพฤติกรรม เช่น
กรณีในมาเลเซียสะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโครงสร้างโจมตีไซเบอร์: ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดูอันตรายอีกต่อไป แต่สามารถ "อาศัยอยู่" ภายในระบบคลาวด์ที่องค์กรทั่วโลกเชื่อถือ
สำหรับผู้ป้องกัน นั่นหมายความว่าแนวทางด้านความปลอดภัยต้องเปลี่ยนจากการพึ่งพา allow‑list หรือชื่อโดเมน ไปสู่การวิเคราะห์พฤติกรรม การจัดการตัวตน และการติดตามการเคลื่อนย้ายข้อมูลภายในระบบคลาวด์
เพราะเมื่อโครงสร้างโจมตีซ่อนอยู่ในแพลตฟอร์มที่ได้รับความเชื่อถือทั่วโลก สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ "ทราฟฟิกไปที่ไหน" แต่คือ "ทราฟฟิกนั้นทำอะไรอยู่"
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
นักวิจัยพบแคมเปญสอดแนมไซเบอร์ที่โจมตีหลายองค์กรในมาเลเซีย โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานบน Microsoft Azure และอัปโหลดข้อมูลที่ขโมยได้ไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloudflare เพื่อซ่อนการขโมยข้อมูล [17]
นักวิจัยพบแคมเปญสอดแนมไซเบอร์ที่โจมตีหลายองค์กรในมาเลเซีย โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานบน Microsoft Azure และอัปโหลดข้อมูลที่ขโมยได้ไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลบน Cloudflare เพื่อซ่อนการขโมยข้อมูล [17] บริการของ Cloudflare เช่น R2, Pages, Workers และ Tunnels ถูกนำไปใช้สร้างโครงสร้างโจมตี เช่น โฮสต์มัลแวร์ หน้า phishing ช่องทาง command‑and‑control และการส่งข้อมูลออกจากเครือข่ายโดยไม่สะดุดตา [20][18][31]
รูปแบบนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการสอดแนมไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีกลุ่ม APT เช่น Mustang Panda, APT41 และ Amaranth‑Dragon ที่มุ่งเป้าองค์กรรัฐและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ [2][15][9]